คำสั่งเด็ดขาดผู้ว่าฯชุมพร! ห้ามพนันชนไก่สวมเดือยแต่ง ฝ่าฝืนโดนคดี-เสี่ยงถูกถอนใบอนุญาต

รูปภาพ
  จากกรณีประชาชนคนรักสัตว์จี้จนท.  คุมสนามชนไก่หลายสนามในจังหวัดชุมพรใช้เดือยเหล็กแหลม"ขัดต่อประเพณีอันดีงาม" และ "เข้าข่ายการทารุณกรรมสัตว์"จัดว่าการชนไก่ที่ใช้เดือยเหล็กหรือมีดเป็นการทารุณกรรมสัตว์ที่รุนแรงที่สุดประเภทหนึ่ง เพราะเป็นการบังคับให้สัตว์ต่อสู้จนตัวตายในสภาพที่ทุกข์ทรมานกฎหมายคุ้มครองสัตว์ที่อนุญาตให้เล่นได้เฉพาะตามประเพณีที่เน้นการต่อสู้เชิงชั้นเชิง ไม่ใช่การฆ่าแกงกันด้วยอาวุธโลหะ   ตามหลักกฎหมายและจริยธรรมในประเทศไทย การติดตั้งเดือยไก่ที่เป็นเหล็กแหลมหรือมีลักษณะเป็นมีด ( Gaffs) เข้าข่ายเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยมีเหตุผลประกอบดังนี้ ข้อกฎหมายในประเทศไทย พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557  แม้มาตรา 21 (11) จะยกเว้นให้การชนไก่ตามประเพณีท้องถิ่นไม่ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ แต่ข้อยกเว้นนี้มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นไปตามระเบียบที่กฎหมายกำหนด   ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพนันชนไก่และกัดปลา พ.ศ. 2552  มีข้อกำหนดที่ห้ามการเสริมเดือย หรือแต่งเดือยให้แหลมคมจนมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมสัตว์ หากพบว่ามีการใช้เดือยเหล็กหรือใบมี...

สถานการณ์สู้รบตรึงเครียดแรงงานไทยขอเดินทางกลับเพราะจุดที่ทำงานเป็นพื้นที่เสี่ยง

 

สถานการณ์สู้รบตรึงเครียดแรงงานไทยขอเดินทางกลับเพราะจุดที่ทำงานเป็นพื้นที่เสี่ยง ด้านภรรยาเป็นห่วงวอนรัฐบาลเร่งรัดช่วยอพยพคนไทย ครอบครัวเป็นห่วง

          น.ส.อุมาพร มากอำไพ อายุ 34 ปี เปิดเผยว่า นายปกรณ์ โคตรศรี อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นสามี ได้ไปทำงานที่ อิสราเอลโดนการสมัครผ่านทางจัดหางาน โดยไปในอาชีพเกษตร เมื่อปีเดือนเมษายน 65

สนับสนุนโดย อีซูซุสาขาสวี 

         ตลอดระยะเวลาที่ไปทำงานก็จะพูดคุยกันตลอด จนเมื่อถึงวันเกิดเหตุการณ์สู้รบกัน ตนเองยอมรับว่า ไม่สบายใจ แม้สามีจะบอกว่า ยังปลอดภัยอยู่ก็ตาม แต่บางครั้งสามีเล่าว่า มีการยิงจรวดข้ามหัวทุกคืน และเครื่องบินบินว่อนเกลื่อน

ท้องฟ้า และยิ่งมาเล่าว่า อยู่ห่างจากอิสราเอลเพียง 10 กว่า กม.ซึ่งเป็นจุดที่สู้รบกันอย่างหนัก สถานการณ์เริ่มขยายวงกว้างและกลุ่มฮามาสและกลุ่มเลบานอล ก็พยายามบุกคืบเพื่อถล่มอิสราเอลทางตอนเหนือพร้อมกัน ซึ่งเส้นทางที่ทั้งสองกลุ่มจะบุก ก็ต้องผ่านแคมป์สามีที่ทำงานอยู่ อีกด้วย

 

สนับสนุนโดยร้านเค.เอสรุ่งเรืองเกษตรภัณฑ์

         นางสางอุมาพร กล่าวว่า ตนเองได้คุยกับสามีแล้ว สามีอยากกลับไทย แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่นายจ้าง ว่า จะขนย้ายแรงงานคนไทยไปสนามบินหนือเปล่า เมื่อไหร่ ซึ่งการขนย้ายแรงงานนั้น จะลำบากเพราะสนามบินไกลมาก และตลอดเส้น

ทางการขนย้ายต้องผ่านเขตสู้รบ จึงวอนรัฐบาลช่วยดำเนินการช่วยเหลือ อพยพแรงงานไทยกลับภูมิลำเนาโดยด่วน เพราะทุกคนไม่วางใจสถานการณ์ในการสู้ในขณะนี้

...............................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รถพ่วงหักเลี้ยวแวะกินข้าวทับจยย.เด็กม.1กับเพื่อนวัย 16 ปีดับ 2 ราย

สืบสวีบุกจับคาบ้าน!เปิดขายยาบ้า 24 ชม.เหมือนร้านสะดวกซื้อยึดเกือบ 8 พันเม็ด

ตร.ชุมพรนำหมายจับบุกรวบสองแม่ลูกคาที่นอน ก่อเหตุตระเวนลักตัดทุเรียน