ล็อกห้องประชุมตรวจฉี่ 116 หมู่บ้าน! นายอำเภอท่าแซะลั่นกวาดล้างยาเสพติด สุดท้าย “ไม่พบฉี่ม่วง”
จากกรณีเกิดอุบัติเหตุสลด รถทัวร์โดยสารประจำทางกรุงเทพ-นาทวีเสียหลัก ลงไหล่ทางชนกับต้นไม้ขนาดใหญ่ บริเวณ
ถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ กม.331+450 หน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก
จ.ประจวบคีรีขันธ์ เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต จำนวน 14 ราย และบาดเจ็บหลายราย
ล่าสุดวันที่ 9 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งราย เป็นผู้โดยสารชื่อ น.ส.มณฑิรา ดีมา หรือน้องแตงโม อายุ 29 ปี โดยญาติได้ไปรับศพกลับมาตั้งสวดอภิธรรมตามประเพณี ที่วัดประชานิคม 2 ต.คุริง อ.ท่าแซะ
สนับสนุนโดยร้านเค.เอสรุ่งเรืองเกษตรภัณฑ์ จ.ชุมพร ขณะที่ญาติอีกหลายคนได้รอรับพร้อมจัดเตรียมสถานที่บริเวณวัดต่างอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของน.ส.มณฑิรา
ซึ่งก่อนเกิดอุบัติเหตุผู้เสียชีวิตน.ส.มณฑิรา
ได้เดินทางไปร่วมงานศพของย่าพร้อมกับแม่ที่ จ.นครสวรรค์
ก่อนที่จะนั่งรถไปส่งแม่ที่ระยองและเดินทางต่อมาที่สถานีขนส่งสายใต้เพื่อที่เดินทางไปทำงานที่สงขลา
โดยนางพรทิพย์ อาจหาญ อายุ 58 ปี แม่ของน.ส.มณฑิรา เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุลูกสาวได้กลับจากจังหวัดระยองและกำลังจะเดินทางไปจังหวัดสงขลาไปบ้านแฟน เพื่อไปทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ลูกสาวโทรมาบอกว่าขึ้นรถทัวร์แล้วนะ
สนับสนุนโดยเพิ่มพูลคาร์เซ็นเตอร์.ตอน 2 ทุ่ม และสั่งให้แฟนรอรับที่สงขลา
หลังจากนั้นติดต่อไม่ได้ และตนทราบว่าเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ชนกับต้นพยอมใหญ่
ซึ่งตอนแรกตนคิดว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว เพราะรายชื่อตามที่นั่งนั้นตรงกับคนตาย
แต่สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าลูกสาวยังไม่ตาย เพราะคนที่ตายเป็นชาวเมียนมา
คาดว่าเขาน่าจะสลับที่นั่งกัน
แม่ผู้เสียชีวิต
ส่วนลูกสาวบาดเจ็บสาหัส
ในตอนนั้นตนก็ยังมีความหวังว่าลูกสาวจะปลอดภัย แต่อาการโคม่า
หายใจด้วยตัวเองไม่ได้และมีอาการคอหักซึ่งหมอพยายามยื้อชีวิตแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จสุดท้ายก็เสียชีวิต
โดยรักษาตัวประมาณ 3 วัน
ลูกสาวของตนก็จากไปอย่างสงบ
ในขณะที่ตนเฝ้าลูกอยู่ในโรงพยาบาล
ขณะที่พนักงานสอบสวนเข้ามาสอบปากคำโชเฟอร์ ตนได้ยินว่าก่อนเกิดเหตุโชเฟอร์น่าจะกินยาและหลับในและปล่อยมือจากพวงมาลัย
ทำให้เกิดอุบติเหตุ ฝากเตือนไว้ว่าถ้าไม่มั่นใจอย่าขับ
และอย่าฝืนขับ”
.....................................................................
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น