ทริปเที่ยวบังหน้าไม่รอด! ตำรวจทางหลวงชุมพรรวบคู่ชายหญิง ซุกยาบ้ากว่า 10,000 เม็ด

รูปภาพ
  แผนแอบอ้างเป็นคู่รักนักท่องเที่ยวหวังตบตาเจ้าหน้าที่ สุดท้ายไปไม่รอด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรสังเกตเห็นพิรุธของชายหญิงคู่หนึ่งที่ขับรถผ่านพื้นที่ จึงเรียกตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนพบยาบ้าจำนวนกว่า 10,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้แผงคอนโซลหน้าพวงมาลัยฝั่งคนขับ   การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการปฏิบัติงานของตำรวจทางหลวงชุมพร ภายใต้การอำนวยการของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ( CIB) ที่เดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง หลังพบพฤติกรรมต้องสงสัยของรถคันดังกล่าว จึงเข้าตรวจค้นและพบของกลางจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในรถ   จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ใช้วิธีแสดงตัวเป็นคู่สามีภรรยาหรือคู่รักที่กำลังเดินทางท่องเที่ยว เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ และสร้างความน่าเชื่อถือระหว่างการเดินทาง ผู้ต้องหายังรับอีกว่า เคยลักลอบขนยาเสพติดในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง โดยได้รับค่าจ้างในการขนส่งเที่ยวละประมาณ 5,000 บาท หวังใช้ภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวบังหน้าเพื่อให้รอดพ้นจากการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม แม้จะวางแผนมาอย่างแนบเนียน ...

เคาะโลงบอกลูกเมียเหยื่อเก๋งBMWชน3ศพ ลั่นขอเป็นคดีตัวอย่างจน-รวยกม.เท่าเทียมกัน

 

ญาติผู้เสียชีวิต 4 คนเดินทางไปยังมูลนิธิชุมพรฯ จ.ชุมพร จุดธูปไหว้ศพ เคาะโลง 3แม่ลูกเหยื่อสาวซิ่งเก๋งBMW เสียชีวิตพร้อมกันเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเจรจารอบ 2 ในวันพรุ่งนี้(8 ธ.ค.)ให้สำเร็จด้วยดี เรื่องค่าเยียวยาจำนวนวงเงิน 25 ล้านบาท ลั่นอยากให้เป็นคดีตัวอย่างคนจนรวยใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันผิดถูกว่าตามจริงเกรงคดีพลิก

        เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 7 ธ.ค.67 นายประกฤษณ์ หรือติ๊ก  รัตนภา อายุ 50 ปี เป็นทั้งสามีและพ่อของผู้เสียชีวิตแม่ลูก 3 ศพ  พร้อมด้วย นางยุพา  เมืองทอง อายุ 63 ปี  นายสุวิทย์  เพชรทองไทย  อายุ 60 ปี  และนางนันทพร  รัตนภา  อายุ 52 ปี 

ทั้งหมดเป็นญาติผู้เสียชีวิต เดินทางไปที่มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ ศาลา 5 ซึ่งเป็นที่เก็บศพของ 3 แม่ลูกคือนางเย็นจิตร  รัตนภา อายุ 52 ปี  นายกฤตเมธ หรือน้องโก้ รัตนภา  อายุ 16 ปี และด.ญ.บุณยานุช  รัตนภา  อายุ 14 ปี

        โดยนายประกฤษณ์ฯ เข้าไปเคาะโลงเป็นคนแรก บอกว่า พรุ่งนี้จะเดินทางไปสภ.เมืองชุมพร เพื่อพบคู่กรณีนัดไกล่เกลี่ยมาเพื่อบอกให้รับรู้ ขอผลการเจรจาไกล่เกลี่ยให้ลุล่วงราบรื่นด้วยดี จะได้รับมาพวกเรากลับเป็นกำลังใจให้พ่อด้วย พร้อมกับบอกกล่าวลูกเมีย “อย่าไปกวนพี่ๆกู้ภัย อยู่ที่นี่อย่างสงบไปก่อนนะ”

        หลังจากนั้นนายสุวิทย์ฯผู้เป็นลุง จุดธูปบอกกล่าว ลั่นพูดออกมาว่าอย่างไรก็ตามการเจรจาไกล่เกลี่ยให้คดีผ่านไปด้วยดี ลูกจะออกมาอาละวาท รบกวนก็ไม่เป็นไรทั้งเย็น โก้ มีน  แต่ขอให้ไปฝั่งนู้น(คู่กรณี)ช่วยดลจิตดลใจให้เขายอมรับความผิด อยู่ที่นี่ขอให้มีความสุขแล้วเราจะกลับมารับไม่ต้องเป็นห่วงแม่(แม่สามีที่นอนติดเตียง)ไม่ต้องเป็นห่วงสามี พวกพี่ๆจะช่วยกันดูแล” ตามด้วยนางยุพาและนางนันทพรจุดธูปไหว้บอกกล่าวตามลำดับ

          ต่อมานายประกฤษณ์และนายสุวิทย์  ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าว โดยนายประกฤษณ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดสร้างความระทึกนั้นหลังเดินทางมาจุดธูปบอกสรุปแม่ลูกก็เชื่อฟังดี กู้ภัยไม่เจออีกเลยสงบเงียบดี สำหรับพรุ่งนี้จะมาการเจรจาตนไม่มีความมั่นใจ เพราะดูจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้สัมผัสฝ่ายคู่กรณี เห็นว่าเขา

ไม่มีความจริงใจ คิดว่าไม่ให้ตามคำเสนอไป หรือเสนอมาให้น้อย ตามที่เรียกไป 25 ล้าน ลูกเมียไม่สามารถประเมินค่าได้ ถ้าให้มาตามที่ผมไม่พอใจผมไม่รับแน่นอน  ความสงสารของผมน้อยลงเพราะการกระทำที่ผ่านมาไม่มีความจริงใจ แต่ถ้าเสนอจนพอใจผมเองก็อยากจะจบในส่วนนี้เพราะลูกเมียไม่อยู่อยู่ตรงนี้มีความกังวล อยู่บ้านก็ไม่สบายใจ

          ด้านนายสุวิทย์ฯผู้เป็นลุง กล่าวเสริมว่า สิ่งที่กลัวที่สุดคือ อาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรมส่วนเงินเยียวยาอาจจะยากและต้องใช้เวลา  อย่างไรก็ตามฝากผ่านนักข่าวเลยว่า เคสนี้ตัวอย่างของประเทศเพราะที่ผ่านมาจังหวัดชุมพรเรา ถ้ารถใหญ่ ปิ๊กอัพ หรือรถเก๋ง อะไรก็แล้วแต่ชนมอไซค์สุดท้ายมอไซค์จะไม่ได้รับการเยียวยา ที่พูดเพราะเคยมีประสบการณ์ญาติก็เคยเจอมา ใช้สำนวนเดียวกันสุดท้ายรถเบี่ยงเข้ามาคดีไปพลิกในชั้นศาลไม่เคยได้รับการเยียวยา

          นายสุวิทย์  กล่าวอีกว่า ในกรณีเคสนี้เป็นตัวอย่างของประเทศถ้าเป็นมอไซค์ต่างๆซึ่งเป็นคนจน จะกลายเป็นว่าคนรวยจะรังแกคนจน ฝากถึงผู้มีอำนาจในเรื่องของข้อกฎหมายช่วยดูแลเป็นกรณีพิเศษสงสารผู้ที่ถูกกระทำ และไม่ได้รับความเป็นธรรม  ตอนพูดกับผู้เสียหายดีหมดสำนวนต่างๆไปซ่อนอยู่ข้างใน เรื่องของเลี้ยวปาดหน้าบ้าง เบี่ยงเข้ามา แฉลบเข้ามาบ้างละสุดท้ายคดีมันพลิก มีอยู่เยอะเรื่องนี้มีความกังวลที่สุด

         อีกเรื่องเงินเยียวยากับเงินตามสิทธิ์ พ.ร.บ.มันคนละตัวบท จะมาพุดว่าขอรวบรวมเงิน พ.ร.บ.ก่อนแล้วค่อยเติมเต็มให้มันไม่เป็นธรรมกับผู้เสียหาย อยู่ดีๆคุณมาคร่าชีวิตลูกเมียเขาอย่างนี้เรียกไป 25 ล้านผมว่า 100 ล้านยังไม่ได้เลย ครอบครัวผู้เสียหายไม่ได้เดือดร้อนทางการเงินเขาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ พอเลี้ยงดูแลครอบครัวตัวเองได้ เรียกไปเพื่อเป็นบรรทัดฐานทางสังคม คุณต้องชดใช้เยียวยาใช้กฎหมายเข้ามาเพื่อพลิกคดีให้ได้จากดำเป็นขาว ผมว่าไม่ถูกต้อง

       พรุ่งนี้มีการนัดหมายกับคู่กรณีทางผู้เสียหายทราบว่ามีทีมทนายจากรายการโหนกระแสเดินทางเข้ามาดูแลให้แต่ขณะนี้ยังไม่เจอใครเลย  เรื่องนี้ถ้าไม่สามารถเยียวยาได้ ขณะนี้มีแต่กระดาษยังไม่เห็นตัวเงินก็ต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและต้องรับโทษสูงสุดว่ากันไปตามขบวนการข้อกฎหมายเพื่อสร้างบรรทัดฐาน”

.................................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระทึกทั้งเมือง! หม้อแปลงบึ้มสนั่นชุมพร ไฟลุกท่วมสายสื่อสาร ชาวบ้านกรีดร้องวิ่งหนีตาย วุ่นไฟดับเกือบทั้งเมือง

ทลายเครือข่ายยาเสพติดเมืองชุมพร! รวบ “ไมโล บางหมาก” พร้อมเมีย

รวบ 2 หนุ่มคาสวนปาล์ม! ทหาร-ตำรวจลุยบุกจับ “โอ๊ค-โดม” ยึดยาบ้า 163 เม็ด พร้อมอุปกรณ์เสพ-มือถือ-รถ จยย.