ประมงจับ 2 เรืออวนครอบปลากะตัก ฝ่าฝืนเขตทะเลชายฝั่ง รวบผู้ต้องหา 12 ราย

รูปภาพ
  ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร เดินหน้าคุมเข้มการทำประมงในพื้นที่ทะเลชายฝั่ง จัดกำลังออกลาดตระเวนบริเวณหน้าอ่าวชุมพร ก่อนพบเรือประมงอวนครอบปลากะตัก 2 ลำเข้าข่ายกระทำผิด จึงเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหารวม 12 ราย พร้อมนำเรือกลับเข้าฝั่งดำเนินคดีตามกฎหมาย   โดย นายประสาร ศรีงาม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร มอบหมายให้ นายน้ำเพชร ศรีพรหม เจ้าพนักงานเดินเรือปฏิบัติงาน พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 5 นาย นำเรือยาง ย. 04-68 ออกปฏิบัติภารกิจควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมงในพื้นที่ทะเลชายฝั่ง บริเวณหน้าอ่าวชุมพร ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบ เรือประมงที่ใช้เครื่องมืออวนครอบปลากะตัก จำนวน 2 ลำ จึงเข้าตรวจสอบ ก่อนดำเนินการจับกุมผู้ต้องหารวม 12 ราย   จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการทำประมงในเขตทะเลชายฝั่งจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องมือ วิธีการ และพื้นที่ทำการประมงอย่างชัดเจน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการ ร่วมกันทำการประมงด้วยเครื่องมืออวนครอบปลากะตักในเขตทะเลชายฝั่งจังหว...

สาวใหญ่ลูกจ้างร้านตู้ซักผ้าหยอดเหรียญถอนแจ้งความแล้ว หลังร.ต.อ.พร้อมอดีตเมียหอบหลักฐานชี้แจงเหลือยอดหนี้แค่หกพันจริง

 


สาวใหญ่ลูกจ้างร้านตู้ซักผ้าหยอดเหรียญถอนแจ้งความแล้ว หลังร.ต.อ.พร้อมอดีตเมียหอบหลักฐานชี้แจงเหลือยอดหนี้แค่หกพันบาทไม่ใช่เงินล้านจบปัญหาแล้ว ยันไม่แจ้งความกลับเพราะสงสารเป็นลูกจ้างรายวัน

        จากกรณีสาวใหญ่ลูกจ้างร้านตู้ซักผ้าหยอดเหรียญแจ้งจับตำรวจ ยศ ร.ต.อ.พร้อมเมีย กล่าวหาฉ้อโกงกว่า 1 ล้านบาท โร่แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองชุมพร ตามที่เป็นข่าว



      จากนั้นเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.68 นางขวัญ  พร้อมด้วยอดีตสามีตำรวจยศ ร.ต.อ. สังกัดตร.ภ.จว.ระนอง  ได้หอบเอกสารหลักฐานสำคัญเป็นสลิปการโอนเงินคืนคู่กรณีและบันทึกการหยิบยืมและคืนเงินด้วยลายมือมีรายละเอียดลงวันที่รับจ่ายทั้งหมด และบันทึกการสนทนาระหว่างคู่กรณี มอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร หลังตกเป็นผู้ถูก น.ส.อิ่มจิตต์ ฯ อายุ 57 ปี ชาว ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร


    จนล่าสุดเมื่อวันนี่(14 มิ.ย.) ที่ร้านตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ ตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเขตเทศบาลเมืองชุมพร นางขวัญ  พร้อมด้วย ร.ต.อ.อดีตสามีนางขวัญ สังกัดตร.ภ.จว.ระนอง และน.ส.อิ่มจิตต์ฯคู่กรณี ออกมาชี้แจงต่อผ่านผู้สื่อข่าวเพื่อให้สังคมได้รับทราบหลังจากน.ส.อิ่มจิตต์ฯได้ถอนแจ้งความแล้ว และปรับความเข้าใจถึงปัญหาเรื่องเงินที่มีการหยิบยืมเงินตามจริง ไม่ใช่เป็นการฉ้อโกงหรือหลอกลวงแต่อย่างใด


       น.ส.ขวัญฯ แจงว่า เราเคลียร์กันด้วยเอกสารชัดเจนว่ามีเงินที่หยิบยืมทั้งสิ้น 395,080 บาท ก็ได้โอนคืนเข้าในบัญชี น.ส.อิ่มจิตต์ ไปแล้วทั้งสิ้น จำนวน 388,999 บาท ทำให้เงินที่ค้างยืม คงเหลือเพียง 6,081 บาท เท่านั้น หลังจากชี้แจงกันด้วยหลักฐานทำให้น.ส.อิ่มจิตต์เข้าใจถึงยอดคงเหลือที่แท้จริงคือ 6,081 บาท เพราะตอนแรกไม่ได้เช็ครายละเอียดเรื่องยอดเงินจึงมีการเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนกัน

        ด้านร.ต.อ. อดีตสามีนางขวัญ  ชี้แจงว่า มีการเข้าใจคลาดเคลื่อนกันตามสเตทเม้น ในฐานะเข้าของบัญชี ซึ่งได้ให้อดีตภรรยาไปใช้ หลังจากเกิดเรื่องดังกล่าวจนได้รวบรวมหลักฐานและชี้แจงปรับความเข้าใจเป็นที่เรียบร้อยกัน ระหว่างอดีตภรรยากับผู้แจ้ง หลังจากนั้นได้ลงบันทึกถอนแจ้งความแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้มีการแจ้งความผู้แจ้งไม่ได้เช็ครายการเดิน

บัญชี พอนำเอกสารไปหักล้างกันก็เหลือยอดเงินตามนั้นคือจำนวน 6,081 บาท ซึ่งตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องเรื่องดังกล่าว ถ้าดูตามเอกสารพบว่ามีการชำระเงินและพูดคุยผ่านแชทไลน์กันโดยตลอดไม่ได้หนีหายไปไหน และจะไม่แจ้งความกลับเพราะเกิดความสงสารทำงานเป็นลูกจ้างรายวัน แค่นี้ก็เสียเวลากันมากพอแล้ว  อีกทั้งมีความสนิทสนมกัน ยังมีความรู้สึกดีต่อกัน

       ทางด้านนางขวัญ  ยังเล่าถึงเหตุการณ์หลังตกเป็นข่าวว่า ตนกับอดีตสามี รู้สึกทุกข์ใจมาก เพราะไม่ได้เป็นอย่างที่น.ส.อิ่มจิตต์ให้ข่าว โดนสังคมมองไปในทางไม่ดี และเสียใจที่ดึงอดีตสามีเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ รับว่าอดีตสามีเป็นคนดีไม่เคยสร้างเรื่องเสื่อมเสีย หลังตกเป็นข่าวทำให้อดีตสามีถูกต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง  จึงวอนให้สังคมเข้าใจ วันนี้ความจริงกระจ่างแล้วปัญหาทุกอย่างจบแล้วตนเองรู้สึกสบายใจ”   นางขวัญ กล่าวทั้งน้ำตา

...........................................................


ความคิดเห็น