ชุมพรระทึก! ชายหึงระแวงพังบ้าน ก่อนถือปืนยิงเพื่อน ส.อบต.เจ็บสาหัส ตำรวจระดม 30 นายล่าชายแดน

รูปภาพ
  เกิดเหตุระทึกในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอท่าแซะ หลังชายวัย 36 ปี ถูกระบุว่าเกิดอาการหวาดระแวงและหึงหวงภรรยา ก่อนก่อเหตุทำลายข้าวของภายในบ้านจนเสียหาย และรุ่งเช้าถือปืนยาวไทยประดิษฐ์ออกจากบ้าน หวังไปพบ ส.อบต.ที่เข้าไปช่วยเหลือภรรยาเมื่อคืน แต่ไม่พบตัว ก่อนเปลี่ยนเป้าหมายยิงเพื่อนของ ส.อบต. บริเวณหน้าร้านค้า กระสุนเข้าชายโครงได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนชาวบ้านช่วยนำส่งโรงพยาบาล   หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้าสู่พื้นที่สวนปาล์มและแนวป่าตามชายแดน ตำรวจ สภ.สลุย สนธิกำลังตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดชุมพรและฝ่ายปกครองกว่า 30 นาย ปูพรมค้นหา พร้อมตั้งจุดตรวจและจุดสกัดตามเส้นทางธรรมชาติ ขณะที่ช่วงเย็นยังไม่พบตัว   เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 24 กันยายน 2569 ร.ต.อ.ธีรพร คงนวล รอง สว.(สอบสวน) สภ.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุยิงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าร้านขายของชำในหมู่บ้านดวงดี ริมถนนสายดวงดี 4 หมู่ที่ 7 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ตำรวจจึงรายงาน พ.ต.อ.สมภพ เชื้อทอง ผกก.สภ.สลุย พร้อมระดมกำลังสายตรวจและชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบ   ที่เ...

หญิงวัย 53 ปีเผยชีวิตรันทด หลังโดนอดีตผัวแอบขายบ้านที่ดินขณะถูกจำคุกหลังพ้นโทษ

 

คืบหน้าหญิงวัย 53 ปีเผยชีวิตรันทด หลังโดนอดีตผัวแอบขายบ้านที่ดินขณะถูกจำคุกหลังพ้นโทษ เป็นคนไร้บ้านต้องอาศัยญาติใช้โรงรถ-โรงเก็บฟางเป็นที่หลับนอน ร้องขอความเป็นธรรม

       จากกรณีน.ส.รัชนีพร  หรือสาว กลิ่นม่วง  อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ 12 ตำบลรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังพ้นโทษคดียาเสพติดเดินทางกลับบ้านที่พ่อแม่เคยสร้างไว้ด้วยน้ำพักน้ำแรง หวังเป็นที่อยู่อาศัย ทำสวนทุเรียนเลี้ยงชีพในช่วงบั้นปลายชีวิต ต้องน้ำตาตกพบว่าอดีตผัว ที่เคยเลิกรากันกว่า 2 ปี  เหตุเพราะติดการพนันและติดผู้หญิง ย่องกลับมาแอบขายบ้านและสวนทุเรียนเชิดเงินไปจนหมด



       ขณะสาวใหญ่ผู้เสียหายถูกจำคุกอยู่ในฑัณฑสถานหญิงสงขลา และพบว่าถูกขายผ่านมือไปแล้วถึง 5 ราย  จึงร้องขอความเป็นธรรมทวงถามถึงหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องว่า มีการซื้อขายกันได้อย่างไรเมื่อ ทั้งที่ผู้เสียหายยังมีชื่อเป็นเจ้าของบ้านอยู่ในทะเบียนบ้าน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าของบ้านผู้เสียหายถาม ใครเป็นผู้เซ็นต์รับรองหนังสือซื้อขายบ้านให้ ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

       ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ หมู่ 12 (บ้านบางมาศ)ติดตามความคืบหน้าและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว พบน.ส.รัชนีพร หรือสาว ผู้เสียหายในคดีดังกล่าว โดยพาไปชี้ให้ดูโรงรถและโรงเก็บก้อนฟาง ของญาติราย

หนึ่งที่ใช้เป็นที่ช่วยทำงานและเป็นสถานที่อาศัยหลับนอน ที่ต้องเลือกโรงรถและโรงเก็บฟางข้าวเพราะเกิดความเกรงใจเจ้าของบ้านไม่อยากรบกวนไปมากว่านี้  ถึงมองว่าเป็นความรันทดของชีวิตจริงๆ


      ขณะเดียวกันทางด้านนายสมบูรณ์ ฯอายุ 61 ปี ชาวบ้านหมู่ 12 ตำบลรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เพื่อนบ้านน.ส.รัชนีพร เจ้าของบ้านที่เป็นผู้เสียหาย  เล่าว่า เดิมที่ดินและบ้านเป็นของตน แต่ตนได้ยืมเงินของน.ส.รัชนีพร หรือสาว ตอนหลังไม่สามารถหาเงินจำนวน 350,000 บาทมาใช้คืนได้ จึงยกที่ดินประมาณ 5 ไร่กับบ้านอีก 1 หลังให้เป็นการชดใช้หนี้กัน หลังจากนั้นก็เห็นเขาอยู่ทำมาหากินกันที่บ้านหลังดังกล่าว แต่เรื่องส่วนตัวอื่นๆว่าแยกทางกันนั้นตนเองไม่รู้




      นายสมบูรณ์  เล่าอีกว่า ที่ดินติดเขตป่าสงวนฯทางเจ้าหน้าที่รัฐอนุญาตให้ชาวบ้านจับจองเป็นที่ทำกินประมาณกว่า 30 ปี ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ

       ส่วนน.ส.สงัดฯอายุ 64 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านอีกคน ที่มีสวนอยู่ติดกัน เล่าว่า น.ส.รัชรีพร หรือสาว บอกผ่านน้องสาวมาว่า ให้ตนเข้าไปร่วมทำสวนในที่ของน.ส.รัชนีพรได้เลย รายได้จากสวนจะได้แบ่งกัน หลังจากพ้นโทษออกมาจะได้มีเงินใช้บ้าง จากนั้นสามีตนก็ไปกู้เงิน ธกส.มาลงทุนในสวน  พอทำไปทำมาอดีตผัวของน.ส.รัชนีพร ที่เลิกรากันไปก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ปี จู่ๆก็มาขอคืนตนไม่รู้จะทำไงก็เลยปล่อยให้เขาไป แต่ทางอดีตผัวของน.ส.รัชนีพร อ้างว่าเดี๋ยวจะคืนเงินให้บ้างเพราะเห็นว่าตนไปกู้เงินธนาคารมาลงทุน ตั้งแต่นั้นไม่เห็นทำตามที่พูดไว้  มารู้อีกทีอดีตผัวน.ส.รัชนีพร ขายบ้านและที่ดินไปแล้ว

        ทางด้านนายวิชัย ฯ อายุ 30 ปีชาวหมู่ 22 ตำบลรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นเพื่อนของหลานน.ส.รัชนีพร ออกมาเล่าว่า รู้สึกเห็นใจเจ้าของบ้านอยากให้ได้บ้านคืน ตอนที่ป้าสาว เจ้าของบ้านถูกจำคุกหลานป้าสาวได้มาพักอาศัยดูแลบ้าน ก็ถูกอดีตผัวป้าสาวมา ไล่ข่มขู่ให้ออกจากบ้านจำใจต้องออกเพราะเขามีปืน”

         ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนายสวง  ริ้วงาม อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ตำบลรับร่อ ปัจจุบันเป็นนายก.อบต.รับร่อ กล่าวว่า ขณะนั้นตนยังเป็นผู้ใหญ่บ้าน น.ส.รัชนีพร มายื่นขอบ้านเลขที่จึงออกให้เขาไป สมัยนั้นยังไม่จับพิกัดเรื่องที่ดิน ต่อมาทราบว่าถูกจับกุมในคดีค้ายาเสพติด ส่วนการซื้อขาย หลังออกจากคุกจะกลับมาอยู่ในที่ดินพบว่าเปลี่ยนเจ้าของขายเปลี่ยนมือไปหมดแล้ว

          ตนในฐานะผู้นำไม่ได้เซ็นต์หนังสือรับรองอะไรที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์เพราะติดเขตป่าสงวนฯ แต่บางคนที่ซื้อไม่มั่นใจ ก็จะให้เซ็นต์รับรองว่าซื้อจากคนนี้จริง  รายนี้มาทราบตอนหลังว่าขายเปลี่ยนมือไปแล้ว แต่ผู้ซื้อรายที่ 5 ตนได้อยู่ในตำแหน่งนายก อบต. ไม่ทราบว่าผู้ใหญ่คนใหม่เซ็นต์รับรองให้หรือเปล่า แต่ตนยืนยันว่าสมัยตนเป็นผู้ใหญ่บ้านไม่ได้เซ็นต์หนังสืออะไรจากที่ดินที่มีปัญหากันอยู่ในขณะนี้ หมู่ 12 เป็นพื้นที่บางส่วนติดพื้นที่ สปก.และป่าสงวน ซื้อขายได้ชาวบ้านชุมชนรู้กันระหว่างการซื้อขายเปลี่ยนมือ แต่จะทำอะไรได้เป็นโมฆะกันไป ส่วนจะเป็นคสช.หรือเปล่าตนไม่รู้ ”นายก อบต.รับร่อ  กล่าว

       ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวด้านน.ส.รัชนีพร  ในฐานะเจ้าของบ้านที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังดังกล่าว ถามว่าการซื้อขายบ้านที่เจ้าบ้านไม่รับรู้ จู่ใครก็ได้มาบอกขายบ้าน แล้วจะซื้อขายกันได้ง่ายๆกันขนาดนั้นเชียวหรือ วันหนึ่งพอเจ้าของบ้านทวงสิทธิ์กฎหมายจะทำอะไรกับคนซื้อคนขายได้บ้าง จึงขอความเป็นธรรมด้วย

...........................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กวาดล้างยาเสพติดสวี! รวบ 1 ราย ยึดยาบ้า-ไอซ์ พบแหล่งมั่วสุมมีเยาวชนวัย 16 ปีร่วมด้วย

เมาโวยวาย-ชอบยิงปืน! ตำรวจสวีบุกรวบขณะนอนรักษาตัวรพ. พบปืน .22 พร้อมกระสุนอื้อ

ฝนตกถนนลื่น! กระบะเสียหลักข้ามเลน ชนสนั่น 3 คัน โค้งเนินคีรีชุมพร ดับ 1 เจ็บสาหัส 1 ราย