รมช.มหาดไทยลุยชุมพร! รับฟังทุกปัญหา ตั้งแต่น้ำกัดเซาะ-ที่ดินทำกิน-แหล่งน้ำขนาดใหญ่

รูปภาพ
  นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ณ โรงแรมมรกตฯ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  พร้อมด้วยนายวิชัย  สุดสวาสดิ์  ส.ส.ชุมพรเขต 1  นายกิตติศักดิ์  พรหมรัตน์ ส.ส.เขต 2   นายสุพล  จุลใส ส.ส.เขต 3 พรรคภูมิใจไทย นายนพพร  อุสิทธิ์  นายก อบจ.ชุมพร นายเจริญโชค  พรหมชุติมา นายอำเภอเมืองชุมพร  และนายศรีชัย  วีระนรพานิชย์ นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร  ให้การต้อนรับ  เพื่อรับฟังปัญหาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน พร้อมติดตามปัญหาสำคัญทั้งเรื่องงบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว การจัดการน้ำ ปัญหาที่ดินทำกิน และการกัดเซาะตลิ่งริมคลอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัด การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากหลายปัญหาเป็นเรื่องเรื้อรังที่รอการแก้ไขมานาน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามและผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทา...

เอาเงินพวกหนูคืนมา”ขอถอนเงินรักษาแม่ป่วยจากธ.หมู่บ้านประธานกลุ่มอ้างไม่มีเงิน

 

ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ เป็นสมาชิกกลุ่มธนาคารหมู่บ้านประมาณ 50 ราย ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายเฉียด 1 ล้านบาท หลังจากขอถอนเงินแต่กลับถูกปฏิเสธ  โดยประธานกลุ่มธนาคารหมู่บ้านอ้างว่าสมาชิกที่กู้ไปแล้วไม่ส่งคืนจึงไม่มีเงินคืนแก่สมาชิก บางรายฝากเงินเก็บสะสมไว้ยามจำเป็นมาหลายปีและไม่เคยถอน แต่พอจะถอนบอกไม่มีเงินสุดช้ำใจ ทั้งที่เป็นเงินของตัวเองแต่คนอื่นเอาไปใช้อย่างสุขสบาย


       กรณีเหตุการณ์ดังกล่าวผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากน.ส.นิตยา ฯหรือปังปอน อายุ 33 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ตำบลบางลึก อ.เมืองชุมพร  จ.ชุมพร พร้อมด้วย นางยุพิน ฯ อายุ 65 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ตำบลบางลึก อ.เมืองชุมพร  จ.ชุมพร และ

เพื่อนบ้านกลุ่มธนาคารหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริบ้านหนองส้ม นำเอกสารบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีและบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ของสภ.เมืองชุมพร สมุดธนาคารหมู่บ้านและรายชื่อบางส่วนของสมาชิกกลุ่มที่ได้รับความเสียหายเบื้องต้นพบว่าเป็นเงินเฉียด 1 ล้านบาท


         น.ส.นิตยา หรือปังปอน  เล่าว่า ธนาคารหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริ บ้านหนองส้ม เปิดทำการตั้งแต่ปี 2544  เริ่มต้นแม่เปิดบัญชีเงินฝาก ให้เมื่อปี 2549 เพื่อฝากเงินออมไว้ใช้ในอนาคต ฝากมาเรื่อยๆผ่านมาหลายปี จนกระทั่งเมื่อต้นปี

2568 ทางครอบครัวมีปัญหาด้านสุขภาพ ต้องการถอนเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเอามารักษาแม่หมอนัดผ่าตัดหัวเข่าทั้งสองข้างเพราะเดินไม่ค่อยได้  ดังนั้นทุกวันที่ 11 ของเดือน จึงขอเบิกเงินกับประธานกลุ่มธนาคารหมู่บ้านฯ ได้คำตอบมาว่า เงินที่ปล่อยกู้กับสมาชิก อ้างว่าสมาชิกไม่ส่งทั้งต้นและดอก จึงไม่มีเงินให้กับตนเองและสมาชิกที่ต้องการถอนเงิน


       ได้รับคำตอบเดิมๆซ้ำๆแบบเดียวกันทุกเดือน แต่บางเดือนก็ได้เงินบ้างแต่เป็นเงินเล็กน้อย  เหมือนกับขอเงินตัวเองคืนเป็นขอทาน ทั้งที่เป็นเงินของเราเอง  ตนมีความเชื่อมั่นเมื่อตอนก่อตั้งธนาคารหมู่บ้านเมื่อปี 2544 เพราะเป็นโครงการพระราชดำริของรัชการที่ 9 ซึ่งตนคิดว่ามีความมั่นคง เราเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีจึงรวบรวมเอาเงินไปฝากกัน โดยส่วนตัวตนเองฝากอย่างเดียวไม่เคยถอนเลย เพราะความไว้ใจจนปัจจุบันมีเงินฝาก 57,000 บาท (ห้าหมื่นเจ็ดพันบาท) รวมสมาชิกประมาณ 40-50 คน มีประธานและคณะกรรมการรวม 4-5 คน ค่าความเสียหายราวๆเฉียด 1 ล้านบาท สำหรับสมาชิกที่ถอนเงินไม่ได้


        หลังจากไม่สามารถถอนเงินออกมาได้จึงได้รับความเดือดร้อนเกิดความเสียหาย สมาชิกจึงรวมตัวกันลงลายชื่อและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สภ.เมืองชุมพร เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผานมา ผ่านมา2-3 เดือน ไม่มีความคืบหน้าเรื่องเงียบ ทางสมาชิกที่ได้รับผลกระทบเกิดร้อนใจ จึงติดต่อกลับไปทวงถามความคืบหน้าจึงมีการนัดให้ทั้งผู้เสียหายและประธานกลุ่มธนาคารหมู่บ้านฯทั้งสองฝ่ายเจรจากัน

       โดยทางฝ่ายสมาชิกเจ้าของเงินต้องการถอนเงินทั้งหมด แต่ทางอีกฝ่ายบอกว่า ไม่มีเงินให้ทุกคนทั้งหมดเพราะสมาชิกที่กู้ไปไม่ส่งต้นและดอกจึงไม่มีเงินให้ถอนออก สรุปว่าไกล่เกลี่ยไม่ลงตัวเพราะทางประธานฯเสนอมาว่า จะให้เดือนละ 1,000 บาท แต่ให้บ้างไม่ให้บ้าง ตนมองว่าไม่สมเหตุไม่สมผลจึงไม่ขอรับและเซ็นต์ตามจำนวนเงินดังกล่าวที่เสนอมาให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแนะนำให้ไปคุยกันที่อำเภอโดยทำหนังสือยื่นเรื่องไปให้ สุดท้ายต้องขอวอนเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้ามาช่วย เพราะทางธนาคารหมู่บ้านยืนยันคำเดียวว่า “ไม่มี ไม่ให้” แถมยังพูดเปรยๆประมาณว่า   “ถ้าเป็นแบบนี้สิ้นปี ไม่ต้องรอปันผล เขาก็ไม่ให้”   เราไม่ต้องการเงินปันผลแต่เราต้องการปิดบัญชีเอาเงินทั้งหมดที่เป็นของเราคืนเท่านั้น

       ทางด้านนางยุพินฯ สมาชิกธนาคารฯที่เดือดร้อน  บอกว่า ฝากเงินมา 10 กว่าปีแล้ว เคยถอนแค่ครั้งเดียวเป็นเงิน 30,000 บาทเท่านั้น   ต่อมาเมื่อ 2 ปีหลังทราบว่าธนาคารเริ่มมีปัญหาไม่มีความมั่นคงจึงขอถอนเงินจำนวน 171,000 บาท (หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นหนึ่งพันบาท) แต่ได้รับคำตอบเหมือนเดิม  อ้างว่าสมาชิกที่กู้เงินไปไม่ส่งต้นดอกจึงไม่มีเงินให้ถอน  โดยจะเบิกถอนได้ทีละ 1,000 บาทแต่ไม่ขอรับเพราะไม่พอใช้ต้องการปิดบัญชีทั้งหมด”

       จากนั้นผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปทางประธานธนาคารหมู่บ้านฯ บ้านหนองส้ม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับอีกฝ่าย ว่าเหตุใดไม่มีเงินให้กับเจ้าของเงินที่เป็นสมาชิกธนาคารถอนออก หรือประสบปัญหาการเงินตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง โดยประธานธนาคารหมู่บ้านฯนัดผู้สื่อข่าวเพื่อชี้แจ้ง ในวันที่ 25 ก.ย.(วันนี้) ช่วงเวลาบ่ายโมงตรงที่ทำการธนาคารหมู่บ้านฯ ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงชนบทสาย 1001 เชิงสะพานข้ามคลองหนองหยาง หมู่ 2 ตำบลบางลึก อ.เมืองชุมพร แต่เมื่อถึงเวลาประธานธนาคารหมู่บ้านฯไม่ได้มาตามนัดและติดต่อไม่ได้  (ไม่รับโทรศัพท์) ด้านน.ส.นิตยาฯและสมาชิกรายอื่นที่นั่งรอฟังคำตอบ บริเวณด้านหน้าที่ทำการธนาคารต้องรอเก้อ

......................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระทึกทั้งเมือง! หม้อแปลงบึ้มสนั่นชุมพร ไฟลุกท่วมสายสื่อสาร ชาวบ้านกรีดร้องวิ่งหนีตาย วุ่นไฟดับเกือบทั้งเมือง

ทลายเครือข่ายยาเสพติดเมืองชุมพร! รวบ “ไมโล บางหมาก” พร้อมเมีย

รวบ 2 หนุ่มคาสวนปาล์ม! ทหาร-ตำรวจลุยบุกจับ “โอ๊ค-โดม” ยึดยาบ้า 163 เม็ด พร้อมอุปกรณ์เสพ-มือถือ-รถ จยย.