ยืนยัน! ร่วมกับฝ่ายความมั่นคงปิดเส้นทาง และแจ้งความดำเนินคดีแล้ว
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนล่าง) ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณี "ถนนลับรุกป่าชายแดน" ยืนยัน! ร่วมกับฝ่ายความมั่นคงปิดเส้นทาง และแจ้งความดำเนินคดีแล้ว
ตามที่ปรากฏข่าวสารทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเพจเฟซบุ๊กของ ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุ"เปิดภาพล่าสุด "ถนนลับรุกป่าชายแดน" ยังเปิดโล่ง ส่อช่องโหว่ขนของเถื่อน! ซึ่งเกี่ยวกับการตั้งข้อสังเกตกรณีเส้นทางลักลอบตัดถนนรุกล้ำเขตป่า มุ่งตรงสู่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ในลักษณะที่ยังเปิดโล่งและอาจใช้เป็นช่องทางขนส่งของผิดกฎหมายนั้น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนล่าง) ขอชี้แจงข้อเท็จจริงและการดำเนินการของหน่วยงาน ดังนี้
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้งหลังมีการลงพื้นที่ไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริเวณ ป่าช่องหินหมู หมู่ที่ 20 ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ทันที โดยมีเจ้าหน้าที่ประกอบด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรมฯ (ตอนล่าง) ฝ่ายปกครองอำเภอท่าแซะ เจ้าหน้าที่ทหารชุดควบคุมชุดลาดตระเวน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 (ฉก.ร.25) เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4103 หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 (ศปป.4 ภาคใต้)
จากการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายตามบันทึกการตรวจยึดฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2568 (ปจว.ข้อ 4 คดีที่ 20/2568 สภ.ท่าแซะ) พบว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการ ขุดคูเรต เพื่อทำลายสภาพถนน และ ติดตั้งรั้วลวดหนาม บริเวณรอยต่อชายแดนระหว่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อมิให้ยานพาหนะทุกชนิดสามารถผ่านเข้า-ออกได้ และได้มีการติดตั้งป้ายแสดงเขตคดีและป้ายเตือน "ห้ามเข้าพื้นที่" ไว้อย่างชัดเจนในบริเวณดังกล่าว ขณะเข้าตรวจสอบไม่พบบุคคลใดบุกรุกเพิ่มเติม สำหรับร่องรอยรถจักรยานยนต์ในบางจุด เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันดำเนินการติดตั้งป้ายประกาศเพิ่มเติมและวางกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่เขตฯ ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ล่วงหน้าและจัดทำบันทึกตรวจสอบลงประจำวันไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรท่าแซะ (ปจว.ข้อ 6 เวลา 17.24 น.) และรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นแล้ว ยืนยันว่าหน่วยงานมีการติดตามเฝ้าระวังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มิได้ปล่อยปละละเลยตามที่ปรากฏในข้อสังเกต
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ขอยืนยันว่าการดำเนินการต่อ "เส้นทางคดี" ดังกล่าว เป็นไปตามระเบียบกฎหมายและหลักยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดน ปัจจุบันเส้นทางดังกล่าว "ถูกปิดกั้นการใช้งานสำหรับรถยนต์และเครื่องจักรอย่างเด็ดขาดแล้ว" ทั้งนี้ ทางหน่วยงานจะร่วมกับชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบเพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ
............................................
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น