เมียนมาคลั่งบุกฟันหัวเด็ก 2 ขวบดับในห้องเช่ารับว่าเสพยาบ้าวันละ 10 เม็ด

รูปภาพ
  เกิดเหตุสะเทือนขวัญภายในห้องเช่า พื้นที่หมู่ 9 ซอยดอน 3 ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองชุมพร เมื่อชายชาวเมียนมารายหนึ่งเมายาบ้าคลั่งบุกเข้าไปใช้มีดทำร้ายเด็กชายวัยเพียง 2 ขวบ 7 เดือน จนเสียชีวิต ขณะที่ผู้เป็นอาซึ่งพยายามเข้าช่วยเหลือได้รับบาดเจ็บ ถูกมีดทำร้ายจนต้องเย็บแผลที่แขนซ้ายกว่า 20 เข็ม หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุพยายามหลบหนี แต่ถูกชาวบ้านช่วยกันติดตามจับกุมตัวไว้ได้ พร้อมอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 พ.ต.อ.สมพล บูรณเทศ ผกก.สภ.ปากน้ำชุมพร จ.ชุมพร สั่งการให้พนักงานสอบสวน พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภัทศาสน์  บัวแก้ว  รอง ผกก.สส.สภ.ปากน้ำชุมพร  พ.ต.ต.จิรภัทร บัวทอง สว.สส.สภ.ปากน้ำชุมพร  ร.ต.อ.อรุณ ผูกประยูร รอง สว.สส.สภ.ปากน้ำชุมพร ร.ต.ท.สุพจน์ กุดเป่ง  ร.ต.ท.วิศณุ  ปักษิน ร.ต.ต. รักสู้ วรลักษณ์ภักดี ด.ต.ทิพากร เขียววงษ์จันทร์ ด.ต.สิทธา หงส์ทอง  ด.ต.บัญญัติ คำรัตน์ และ ส.ต.ท.วชิรวิทย์ แขวงเมฆ และตำรวจพิสูจน์หลักฐานชุมพร  ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายเด็กจนถึงแ...

แฉซ้ำ! บรรทุกขนปาล์มน้ำมันหลบด่าน! เคยทำปาล์มร่วงเกลื่อนถนนกว่า 1 ตัน รถติดยาวเกือบชั่วโมง ตร.-ทางหลวง ขยับแล้ว

 

กระแสวิจารณ์ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง กรณีกลุ่มรถพ่วงขนปาล์มน้ำมัน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “แก๊งหัวลาย” ถูกเปิดโปงพฤติกรรมบรรทุกน้ำหนักเกิน ขับอ้อมเส้นทางหลบด่านชั่งน้ำหนัก และใช้ความเร็วสูงผ่านเขตชุมชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร จนสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก

 



ล่าสุด ชาวบ้านหลายรายออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมย้อนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน

 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสะท้อนถึงความเสี่ยงและผลกระทบจากพฤติกรรมดังกล่าว หลังรถพ่วงบรรทุกปาล์มล้นคอกทำผลปาล์มร่วงกระจายเต็มถนน จนการจราจรเป็นอัมพาตนานเกือบ 1 ชั่วโมง

 

จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณวงเวียนทางตัน ถนนสายเมืองชุมพร-แยกปฐมพร โดย นายวัน (นามสมมุติ) ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะนั่งทำงานอยู่ภายในโรงงานใกล้จุดเกิดเหตุ ได้เห็นรถพ่วงบรรทุกปาล์มน้ำมันเต็มคันในลักษณะสูงเกินคอกอย่างชัดเจน

 


เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่วงเวียน ปรากฏว่าทะลายปาล์มจำนวนมากร่วงหล่นจากตัวรถลงมากองเต็มผิวการจราจร คาดว่ามีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 1 ตัน แต่คนขับกลับไม่รู้ตัว ตนจึงต้องรีบวิ่งตามไปตะโกนเรียกให้หยุดรถ ซึ่งรถไปจอดห่างจากจุดเกิดเหตุเกือบ 100 เมตร

ผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รถติดสะสมเป็นทางยาว ขณะที่ผู้ประกอบการในพื้นที่ต้องนำรถตักเข้ามาช่วยเคลียร์ปาล์มออกจากถนน เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

 

ชาวบ้านให้ข้อมูลทีมข่าว

ด้าน นายมาโนช(นามสมมติ)ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนกำลังเดินทางไปรับลูก ทำให้ต้องติดอยู่บนถนนนานกว่า 40 นาที และยังรู้สึกโชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากผลปาล์มที่ร่วงหล่นลงมา

 

พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกวดขันตรวจสอบรถบรรทุกน้ำหนักเกินอย่างจริงจัง เนื่องจากรถพ่วงลักษณะดังกล่าววิ่งผ่านพื้นที่ทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นประจำ จนกลายเป็นความกังวลของชาวบ้านมาอย่างยาวนาน

 

ชาวบ้านให้ข้อมูลทีมข่าว

ภายหลังจากประเด็นดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน ล่าสุด พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวงชุมพร ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ส่วนกลาง เปิดเผยว่า ได้เห็นภาพการบรรทุกของรถกลุ่มดังกล่าวแล้ว และยอมรับว่ามีความเสี่ยงอันตรายต่อผู้ร่วมใช้เส้นทางอย่างมาก

 

จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังบริเวณแยกนากระตาม อำเภอท่าแซะ หากพบรถต้องสงสัยจะเรียกตรวจทันที พร้อมนำเข้าสู่กระบวนการตรวจชั่งน้ำหนัก หากพบเกินกว่ากฎหมายกำหนดจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ หากตรวจพบการดัดแปลงตัวรถ ต่อเติมคอกเหล็ก หรือบรรทุกสูงเกินมาตรฐานจนก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัย ก็จะดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย

 

ขณะเดียวกัน ทีมผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ นายกรีธา เดชพิณ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชุมพร เพื่อสอบถามถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างถนน



 

นายกรีธา เปิดเผยว่า รถบรรทุกน้ำหนักเกินถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ถนนเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ออกแบบไว้ โดยถนนแต่ละสายถูกออกแบบให้มีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปี และมีการบำรุงรักษาตามรอบทุก 4 ปี

 

แต่หากมีรถบรรทุกน้ำหนักเกินวิ่งใช้งานเป็นประจำ จะส่งผลให้โครงสร้างถนนเกิดความเสียหายเร็วกว่าปกติ จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการซ่อมแซมและบูรณะใหม่

 

ทั้งนี้ แขวงทางหลวงชุมพรได้รับงบประมาณดูแลถนนสายรองปีละประมาณ 20-40 ล้านบาท ซึ่งต้องกระจายดูแลหลายเส้นทางทั่วจังหวัด จึงไม่เพียงพอหากเกิดความเสียหายจากการบรรทุกเกินพิกัดอย่างต่อเนื่อง

 

ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชุมพร ยังกล่าวชื่นชมบทบาทของสื่อมวลชนในการช่วยสะท้อนปัญหาและเป็นหูเป็นตาให้กับภาครัฐ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีภารกิจประจำจำนวนมาก การได้รับข้อมูลจากประชาชนและสื่อจึงช่วยให้สามารถติดตามปัญหาและแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น

 

พร้อมยืนยันว่าจะเพิ่มมาตรการตรวจสอบ ทั้งการตั้งจุดชั่งน้ำหนักชั่วคราวในเส้นทางรอง และการสุ่มตรวจรถบรรทุกที่มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงด่านชั่งน้ำหนักสายหลัก

 

ท้ายที่สุด ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชุมพร ฝากถึงผู้ประกอบการขนส่งให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แม้การบรรทุกเกินอาจช่วยลดจำนวนเที่ยวและเพิ่มกำไรในระยะสั้น แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อถนนสาธารณะและความปลอดภัยของประชาชนถือเป็นต้นทุนทางสังคมที่สูงกว่ามาก

 

ขณะที่ชาวบ้านยังคงจับตาดูการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียกร้องให้การกวดขันครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงมาตรการชั่วคราวตามกระแสข่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือความสูญเสียบนท้องถนนในอนาคต

……………………………………………………..


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปริศนากลางถนนเอเชีย 41! อดีตรองนายก อบต.วิสัยใต้ เสียชีวิตข้าง จยย.

หนุ่มวัย 18 ถูกยิงดับกลางบ้านเช่า ปมรักสามเส้า มือยิงวัย 20 ขับรถหลบหนี ตำรวจเร่งล่าตัว

ตร.ชุมพรรวบอามือยิงหนุ่ม 18 ปี หลังก่อเหตุซิ่งฟอร์จูนเนอร์พาหลานหนี