บุกสวนยางรวบแรงงานเถื่อนเมียนมา 6 ราย ลอบกรีดยางพบเสพยาซุกกระสุน
เจ้าหน้าที่ป่าไม้-กอ.รมน.ชุมพร-ฝ่ายความมั่นคง-ตำรวจ
และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าบ้านบางอินทนิล ต.หินแก้ว อ.ท่าแซะ
จ.ชุมพร หลังได้รับเบาะแสมีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ
พบสภาพพื้นที่ถูกปรับเป็นขั้นบันไดบนภูเขาลาดชัน เตรียมใช้ปลูกปาล์มน้ำมัน
พร้อมพบไม้ตะเคียนกองอยู่ในพื้นที่อีกหลายท่อน
จากการตรวจสอบด้วยระบบพิกัดดาวเทียม GPS และโปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์ ยืนยันชัดพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขต
“ป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย” รวมเนื้อที่กว่า 23 ไร่
ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายป่าไม้และป่าสงวนแห่งชาติอย่างเด็ดขาด
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมาโดยคณะเจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชพ.10 (จันทิ้ง) ร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดชุมพร ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามการ
ลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและทรัพยากรธรรมชาติ
(ศปทส.ภ.จว.ชุมพร) และฝ่ายปกครอง ต.หินแก้ว ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ในพื้นที่บ้านบางอินทนิล
หมู่ 5 ต.หินแก้ว อ.ท่าแซะ
เมื่อไปถึงพบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกจำนวน 1 แปลง
ลักษณะเป็นภูเขาลาดชัน ถูกใช้รถปรับพื้นที่เป็นขั้นบันไดขนาดใหญ่
เตรียมปลูกต้นปาล์มน้ำมันทั่วบริเวณ อีกทั้งยังพบไม้ตะเคียนจำนวน 5 ท่อน
ถูกกองทิ้งไว้ภายในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและเก็บพิกัดโดยละเอียดด้วยเครื่อง
GPS
ภายหลังนำค่าพิกัดไปตรวจสอบในแผนที่มาตราส่วน
1:50,000 ผ่านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
พบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย
มีเนื้อที่รวมประมาณ 23 ไร่ 1 งาน 93 ตารางวา
ส่วนมูลค่าความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมยังอยู่ระหว่างการประเมิน
ระหว่างตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่พบชายคนหนึ่งอยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ ให้การว่า
ตนมารับจ้างปลูกต้นปาล์มน้ำมันให้นายนายจ้างชาว ต.หาดพันไกร อ.เมืองชุมพร
โดยอ้างว่าเข้าใจว่าพื้นที่ดังกล่าวมีเอกสารสิทธิครอบครองถูกต้อง
และยืนยันว่าเคยเห็นมีการขนคนงานพร้อมต้นปาล์มเข้ามาปลูกจริง
อย่างไรก็ตาม หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพิกัดซ้ำ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แม้บางส่วนจะมีข้อมูลว่ามีการทำกินก่อนปี 2557 แต่คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายชัดเจน
เบื้องต้นแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติป่าไม้
พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐานบุกรุก แผ้วถาง ยึดถือครอบครอง
และทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14
ฐานยึดถือครอบครองและกระทำการอันทำให้ป่าสงวนเสื่อมเสีย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกตรวจยึด
พร้อมภาพถ่ายและเอกสารหลักฐานทั้งหมด ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ
ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่
ยังคงเดินหน้าตรวจสอบพื้นที่ป่าบุกรุกเพิ่มเติมในหลายจุดของจังหวัดชุมพร
หลังพบการลักลอบแผ้วถางป่าเพื่อทำสวนปาล์มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
…………………………………………………
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น