ฝนถล่มชุมพร! กระบะขนญาติกลับจากตัดทุเรียน ซิ่งเสียหลักหมุนข้ามเลน ชนสนั่นดับ 6 ศพ

 

อุบัติเหตุสยองกลางสายฝนที่ชุมพร คร่าชีวิตถึง 6 ราย หลังรถกระบะรั้วสูงขนญาติกลับจากตัดทุเรียน เสียหลักหมุนเคว้งพุ่งชนประสานงากับรถกระบะของสองตายายอย่างจัง บนถนนสายเขาปีบ–เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร ท่ามกลางเสียงร้องระงมและภาพความสูญเสียสุดสะเทือนใจ โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็กหญิงวัยเพียง 2 ขวบ ลูกสาวคนขับรถต้นเหตุ

 



เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเที่ยงวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ขณะฝนตกหนัก ถนนลื่น และเป็นทางโค้งอันตราย ส่งผลให้รถกระบะเสียหลักพุ่งข้ามเลน ก่อนชนเต็มแรงจนร่างผู้โดยสารกระเด็นกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง บางรายจมแอ่งน้ำ บางรายกระเด็นติดรั้วลวดหนาม เสียชีวิตคาที่อย่างน่าเศร้า

 



เมื่อเวลา 12.30 น. ร.ต.ท.สานนท์ สิทธิดำรงค์ รอง สว.สอบสวน สภ.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนกันรุนแรง มีผู้เสียชีวิตหลายรายและผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ บนถนนสายเขาปีบ–เขาทะลุ หมู่ 13 ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร จึงประสานกำลังกู้ชีพกู้ภัยจากหลายหน่วยเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน




ที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ ตอนเดียว สีบรอนซ์เทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร สภาพพังยับทั้งคัน โดยเฉพาะด้านหน้าฝั่งซ้าย ภายในรถพบผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ นายยศวัฒน์ รอดบุญมา อายุ 22 ปี คนขับ และ น.ส.พิมพ์กนก เรืองคง อายุ 24 ปี ภรรยา เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยนำตัวออกจากซากรถก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาล


ส่วนรถคู่กรณีเป็นกระบะมิตซูบิชิสีเขียว ตกลงไปในคูข้างทาง สภาพด้านหน้าพังยับเยินไม่ต่างกัน ภายในรถพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถ 2 ราย คือ นายบรรจง ยืนนาน อายุ 65 ปี และ นางจิระวรรณ ยืนนาน อายุ 60 ปี สองสามีภรรยาชาว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำร่างออกจากตัวรถท่ามกลางความสลดใจของญาติ

 



นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้โดยสารที่นั่งและยืนอยู่ท้ายกระบะคันต้นเหตุ ถูกแรงกระแทกเหวี่ยงกระเด็นออกนอกรถ เสียชีวิตกระจัดกระจายทั่วบริเวณ ประกอบด้วย น.ส.สุมินตรา เรืองคง อายุ 23 ปี, ด.ญ.นลินนิภา รอดบุญมา อายุ 2 ปี ลูกสาวคนขับ, น.ส.ปภาวรินทร์ นุ้งตั้ง อายุ 18 ปี และ นายณัฐชัย รอดบุญมา อายุ 22 ปี สภาพศพหลายรายกระดูกหัก คอหัก บางรายตกลงในแอ่งน้ำ และบางรายติดอยู่กับรั้วลวดหนามริมทาง

พยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า ช่วงเกิดเหตุฝนตกหนัก รถกระบะรั้วสูงคันต้นเหตุขับสวนทางมาด้วยความเร็ว ก่อนเสียหลักหมุนเคว้งกลางถนนแล้วพุ่งชนรถของสองตายายอย่างแรง จนเกิดเสียงดังสนั่น

 

ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งหมดเพิ่งกลับจากช่วยญาติ “ตัดทุเรียน” ในพื้นที่เขาทะลุ โดยคนที่นั่งท้ายกระบะเป็นญาติและคนงานที่โดยสารกลับมาด้วยกัน คาดว่าคนขับอาจเร่งความเร็วฝ่าสายฝนเพื่อให้คนด้านหลังเปียกฝนน้อยที่สุด แต่เมื่อถึงทางโค้ง รถกลับเสียหลักจนเกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้

 



เบื้องต้นตำรวจได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ทั้งหมด พร้อมเตรียมสอบปากคำคนขับรถกระบะเพิ่มเติม หลังอาการดีขึ้น เพื่อสรุปสาเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

อุบัติเหตุครั้งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนราคาแพงของการใช้ความเร็วบนถนนเปียกลื่น โดยเฉพาะการโดยสารท้ายกระบะในช่วงฝนตก ซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่มีวันย้อนคืนได้อีกครั้ง

...............................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปปส.ภ.8 ลุยยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดกลางเมืองชุมพร! อายัดบ้านพร้อมที่ดิน

ตำรวจสวีบุกจับ “เอฟ พะงุ้น” เอเย่นต์ยาบ้ารายย่อย ซุกของกลาง

เดือดคาถ้ำ! ต่างด้าวเหิมยิงสู้ตำรวจ สุดท้ายถูกสวนดับ