ชาวบ้านบุกยื่นหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัด-สำนักพุทธฯ ขอสอบ “กฎห้ามพระต่างวัดขึ้นอาสนะ”
ดราม่างานศพกลางวัดถ้ำพรุตะเคียน จ.ชุมพร
ที่กำลังร้อนแรงในโลกออนไลน์ ยังไม่มีทีท่าจะจบง่าย ๆ
ล่าสุดชาวบ้านและลูกศิษย์หลวงพ่อโปร่งรวมตัวเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อเจ้าคณะจังหวัดชุมพร
และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังเจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียนไม่อนุญาตให้พระจาก
“วัดเขาเจดีย์” ขึ้นนั่งอาสนะร่วมสวดในงานฌาปนกิจ โดยอ้างว่าเป็น “กฎของวัด”
ขณะเดียวกัน
ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์เริ่มขยับตรวจสอบอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยว่า
หากมีกฎลักษณะดังกล่าวจริง อาจต้องพิจารณาทบทวน เพราะมองว่า “รุนแรงเกินไป”
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากชาวพุทธจำนวนมาก
ที่ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2569
นายวิโรจน์ พัฒน์เจริญ อายุ 53 ปี ชาวบ้านตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ซึ่งเป็นน้องชายของ นายเสริม หรือ “คุ้ย” ผู้เสียชีวิตในงานฌาปนกิจดังกล่าว
พร้อมญาติและนางอมรรัตน์ จันทร์กระจ่าง ตัวแทนชมรมศิษย์หลวงพ่อโปร่ง เดินทางเข้าพบ
พระครูบัณฑิตธรรมธาดา ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดชุมพร
ที่วัดเกาะแก้วดุษิยารังสฤษฎิ์ ต.วังไผ่ อ.เมืองชุมพร
เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ
ในหนังสือระบุรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่
12 พฤษภาคม 2569 ภายในศาลาฌาปนสถานวัดถ้ำพรุตะเคียน
ว่าเจ้าภาพได้นิมนต์พระจากวัดถ้ำพรุตะเคียน 15 รูป และพระจากวัดเขาเจดีย์ อ.ปะทิว
อีก 10 รูป รวม 25 รูป เพื่อร่วมสวดมาติกาบังสุกุลให้ผู้เสียชีวิต
แต่ปรากฏว่า เจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียนไม่อนุญาตให้พระจากวัดเขาเจดีย์ขึ้นนั่งบนอาสนะที่เจ้าภาพจัดไว้ พร้อมระบุว่าเป็น “ข้อตกลงของวัด” ทำให้ชาวบ้านและญาติผู้เสียชีวิตเกิดความไม่พอใจอย่างหนัก เนื่องจากทั้งสองวัดต่างก็เป็นสายลูกศิษย์ของ “หลวงพ่อโปร่ง โชติโก” อดีตเกจิชื่อดังแห่งภาคใต้เหมือนกัน หนังสือร้องเรียนยังตั้งคำถามสำคัญต่อคณะสงฆ์จังหวัดชุมพร อาทิ
1.สมเด็จพระพุทธเจ้าสอนไม่ให้พระภิกษุสงฆ์นั่งสวดมาติกาบังสกุลร่วมกันได้หรือไม่ 2.ผิดหลักคำสอนของสมเด็จพระพุทธเจ้าข้อไหน 3.คณะสงฆ์จังหวัดชุมพรจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร
4.หากเจ้าอาวาสวัดถ้ำพระตะเคียนทำผิดคำสอนสมเด็จพระพุทธเจ้าจะมีบทลงโทษอย่างไร
5. วัดกับบ้านเกิดความขัดแย้งกัน
จึงขอให้ท่านนิมนต์เจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียนไปอยู่ที่อื่น
และขอให้ท่านตั้งพระสงฆ์ที่เป็นกลางมาทำหน้าที่เจ้าอาวาสแทนเพื่อลดความขัดแย้ง
ระหว่างวัดกับชาวบ้านที่ได้ร่วมกับหลวงพ่อโปร่ง โชติโก (พระครูโสตถยาธิคุณ)
สร้างวัด ถ้ำพรุตะเคียนขึ้นมาจนกลายเป็นวัดขนาดใหญ่ในปัจจุบัน
จึงขอให้ท่านสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการเพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐานสำหรับชาวชุมพรต่อไป
ด้าน พระครูบัณฑิตธรรมธาดา ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอรายงานข้อเท็จจริงจากคณะสงฆ์ผู้ปกครองตามลำดับขั้น ก่อนจะพิจารณาหาทางออกร่วมกัน โดยย้ำว่า “วัดกับชาวบ้านต้องพึ่งพาอาศัยกัน ขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้”
หลังจากนั้น
กลุ่มผู้ร้องเรียนยังเดินทางต่อไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพร
ภายในศาลากลางจังหวัดชุมพร เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนอีกฉบับต่อ นางสาวบุศรา
ขาวจัตุรัส ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพร
ทางผู้อำนวยการสำนักงานฯ ได้รับหนังสือด้วยตนเอง พร้อมรับฟังข้อร้องเรียนทั้งหมด ก่อนระบุว่า จะประสานให้เจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียนชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงเหตุผลของกฎระเบียบดังกล่าว เพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านต่อไป
ขณะนี้กระแสดราม่ายังคงลุกลามในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
หลายฝ่ายจับตาว่า คณะสงฆ์จังหวัดชุมพรจะมีบทสรุปและแนวทางจัดการเรื่องนี้อย่างไร
เพราะไม่ใช่เพียงประเด็นพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง
“วัดกับชุมชน” ที่กำลังสั่นคลอนอย่างหนักในพื้นที่อีกด้วย
...........................................................















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น