ตร.ทางหลวงไล่ล่า 100 กม. สกัดกระบะขนยาบ้า 6 แสนเม็ด ชนรถบรรทุกดับเครื่องหนี

รูปภาพ
  ตำรวจทางหลวงชุมพร สนธิกำลังไล่สกัดจับกุมขบวนการขนยาเสพติดลงใต้ ไล่ล่าระทึกไกลกว่า 100 กิโลเมตร ก่อนรถกระบะขนยาเสียหลักเฉี่ยวชนรถบรรทุกจนมุม ตรวจยึดยาบ้า 6.12 แสนเม็ด รวบผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง 3 ราย เผยหนึ่งในนั้นเป็นอดีตตำรวจถูกให้ออกจากราชการทำหน้าที่ขับรถนำทางแจ้งพิกัดด่านตรวจ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 1 8 ก.ย. 69 พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล. 4 กก. 2 บก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร นำกำลังเข้าเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณทางหลวงหมายเลข 4 ( ขาล่องใต้) อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคกลางไปส่งยัง จ.สุราษฎร์ธานี   กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ขับตามกันมาโดยเว้นระยะห่างราว 2 กิโลเมตร คันแรกเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียนกาญจนบุรี และคันที่สองเป็นรถกระบะ โตโยต้า รีโว่ สีดำ ทะเบียนกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่สังเกตพบว่ารถฟอร์จูนเนอร์ไม่มีผู้โดยสารด้านหลัง แต่ขับนำทางด้วยความเร็วสม่ำเสมอ เชื่อว่าเป็น "รถนำ" คอยสำรวจเส้นทาง จึงนำรถวิทยุตำรวจทางหลวงเข้าส่งสัญญาณไฟและใช้เครื่องขยา...

ชาวบ้านบุกยื่นหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัด-สำนักพุทธฯ ขอสอบ “กฎห้ามพระต่างวัดขึ้นอาสนะ”

 

ดราม่างานศพกลางวัดถ้ำพรุตะเคียน จ.ชุมพร ที่กำลังร้อนแรงในโลกออนไลน์ ยังไม่มีทีท่าจะจบง่าย ๆ ล่าสุดชาวบ้านและลูกศิษย์หลวงพ่อโปร่งรวมตัวเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อเจ้าคณะจังหวัดชุมพร และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังเจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียนไม่อนุญาตให้พระจาก “วัดเขาเจดีย์” ขึ้นนั่งอาสนะร่วมสวดในงานฌาปนกิจ โดยอ้างว่าเป็น “กฎของวัด”

 



ขณะเดียวกัน ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์เริ่มขยับตรวจสอบอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยว่า หากมีกฎลักษณะดังกล่าวจริง อาจต้องพิจารณาทบทวน เพราะมองว่า “รุนแรงเกินไป” ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากชาวพุทธจำนวนมาก ที่ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 



เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายวิโรจน์ พัฒน์เจริญ อายุ 53 ปี ชาวบ้านตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นน้องชายของ นายเสริม หรือ “คุ้ย” ผู้เสียชีวิตในงานฌาปนกิจดังกล่าว พร้อมญาติและนางอมรรัตน์ จันทร์กระจ่าง ตัวแทนชมรมศิษย์หลวงพ่อโปร่ง เดินทางเข้าพบ พระครูบัณฑิตธรรมธาดา ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดชุมพร ที่วัดเกาะแก้วดุษิยารังสฤษฎิ์ ต.วังไผ่ อ.เมืองชุมพร เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ

 



ในหนังสือระบุรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ภายในศาลาฌาปนสถานวัดถ้ำพรุตะเคียน ว่าเจ้าภาพได้นิมนต์พระจากวัดถ้ำพรุตะเคียน 15 รูป และพระจากวัดเขาเจดีย์ อ.ปะทิว อีก 10 รูป รวม 25 รูป เพื่อร่วมสวดมาติกาบังสุกุลให้ผู้เสียชีวิต

 

แต่ปรากฏว่า เจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียนไม่อนุญาตให้พระจากวัดเขาเจดีย์ขึ้นนั่งบนอาสนะที่เจ้าภาพจัดไว้ พร้อมระบุว่าเป็น “ข้อตกลงของวัด” ทำให้ชาวบ้านและญาติผู้เสียชีวิตเกิดความไม่พอใจอย่างหนัก เนื่องจากทั้งสองวัดต่างก็เป็นสายลูกศิษย์ของ “หลวงพ่อโปร่ง โชติโก” อดีตเกจิชื่อดังแห่งภาคใต้เหมือนกัน หนังสือร้องเรียนยังตั้งคำถามสำคัญต่อคณะสงฆ์จังหวัดชุมพร อาทิ

1.สมเด็จพระพุทธเจ้าสอนไม่ให้พระภิกษุสงฆ์นั่งสวดมาติกาบังสกุลร่วมกันได้หรือไม่  2.ผิดหลักคำสอนของสมเด็จพระพุทธเจ้าข้อไหน  3.คณะสงฆ์จังหวัดชุมพรจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร  4.หากเจ้าอาวาสวัดถ้ำพระตะเคียนทำผิดคำสอนสมเด็จพระพุทธเจ้าจะมีบทลงโทษอย่างไร

 



5. วัดกับบ้านเกิดความขัดแย้งกัน จึงขอให้ท่านนิมนต์เจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียนไปอยู่ที่อื่น และขอให้ท่านตั้งพระสงฆ์ที่เป็นกลางมาทำหน้าที่เจ้าอาวาสแทนเพื่อลดความขัดแย้ง ระหว่างวัดกับชาวบ้านที่ได้ร่วมกับหลวงพ่อโปร่ง โชติโก (พระครูโสตถยาธิคุณ) สร้างวัด ถ้ำพรุตะเคียนขึ้นมาจนกลายเป็นวัดขนาดใหญ่ในปัจจุบัน  จึงขอให้ท่านสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการเพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐานสำหรับชาวชุมพรต่อไป

 

ด้าน พระครูบัณฑิตธรรมธาดา ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอรายงานข้อเท็จจริงจากคณะสงฆ์ผู้ปกครองตามลำดับขั้น ก่อนจะพิจารณาหาทางออกร่วมกัน โดยย้ำว่า “วัดกับชาวบ้านต้องพึ่งพาอาศัยกัน ขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้” 

หลังจากนั้น กลุ่มผู้ร้องเรียนยังเดินทางต่อไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพร ภายในศาลากลางจังหวัดชุมพร เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนอีกฉบับต่อ นางสาวบุศรา ขาวจัตุรัส ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพร

 



ทางผู้อำนวยการสำนักงานฯ ได้รับหนังสือด้วยตนเอง พร้อมรับฟังข้อร้องเรียนทั้งหมด ก่อนระบุว่า จะประสานให้เจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียนชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงเหตุผลของกฎระเบียบดังกล่าว เพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านต่อไป 

ขณะนี้กระแสดราม่ายังคงลุกลามในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง หลายฝ่ายจับตาว่า คณะสงฆ์จังหวัดชุมพรจะมีบทสรุปและแนวทางจัดการเรื่องนี้อย่างไร เพราะไม่ใช่เพียงประเด็นพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง “วัดกับชุมชน” ที่กำลังสั่นคลอนอย่างหนักในพื้นที่อีกด้วย

...........................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กวาดล้างยาเสพติดสวี! รวบ 1 ราย ยึดยาบ้า-ไอซ์ พบแหล่งมั่วสุมมีเยาวชนวัย 16 ปีร่วมด้วย

เมาโวยวาย-ชอบยิงปืน! ตำรวจสวีบุกรวบขณะนอนรักษาตัวรพ. พบปืน .22 พร้อมกระสุนอื้อ

ฝนตกถนนลื่น! กระบะเสียหลักข้ามเลน ชนสนั่น 3 คัน โค้งเนินคีรีชุมพร ดับ 1 เจ็บสาหัส 1 ราย