แฉซ้ำ! บรรทุกขนปาล์มน้ำมันหลบด่าน! เคยทำปาล์มร่วงเกลื่อนถนนกว่า 1 ตัน รถติดยาวเกือบชั่วโมง ตร.-ทางหลวง ขยับแล้ว
ชาวบ้านสุดทน ร้องสื่อเปิดภาพหลักฐานมัดแน่น
“แก๊งรถหัวลาย” รถพ่วงขนปาล์มน้ำมันดัดแปลงคอกเหล็กสูง บรรทุกล้นพิกัด วิ่งเร็ว
แซงซ้าย-ขวา ผ่ากลางชุมชนเพื่อหลบด่านชั่งน้ำหนักวังครก จ.ชุมพร
สร้างความหวาดกลัวให้ผู้ใช้รถใช้ถนน พร้อมตั้งคำถามถึงหน่วยงานรัฐ ปล่อยวิ่งเย้ยกฎหมายมานานนับปีได้อย่างไร
นอกจากความเสี่ยงอุบัติเหตุแล้ว
ชาวบ้านยังชี้ว่า รถบรรทุกน้ำหนักเกินเหล่านี้
เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ถนนชำรุดเสียหายอย่างหนัก
ต้องใช้งบประมาณซ่อมแซมมหาศาลทุกปี แต่กลับไม่เห็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
จากภาพถ่ายที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บันทึกไว้ พบรถพ่วงหลายคันมีการดัดแปลงสภาพอย่างชัดเจน โดยต่อเติมแผงคอกเหล็กสีน้ำเงินเสริมสูงจากกระบะเดิมกว่า 50 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มปริมาณการบรรทุกผลปาล์มน้ำมันสด
ที่น่าหวาดเสียวคือ
ปาล์มถูกบรรทุกจนพูนล้นเหนือขอบคอกเหล็ก
ไม่มีผ้าใบคลุมหรืออุปกรณ์รัดตรึงที่แน่นหนา เสี่ยงร่วงหล่นใส่รถคันหลังได้ทุกเวลา
โดยชาวบ้านยืนยันว่า
ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุผลปาล์มร่วงกระจายเต็มวงเวียนทางตันมาแล้ว
ผู้สื่อข่าวยังติดตามพฤติกรรมของรถกลุ่มนี้
พบว่ามีลักษณะวิ่งหลบเลี่ยงด่านชั่งน้ำหนักอย่างเป็นระบบ
โดยต้นทางมาจากลานเทปาล์มขนาดใหญ่ในพื้นที่แยกท่าแซะ–สะพลี
ก่อนขับออกสู่ถนนเพชรเกษมด้วยความเร็วสูงถึง 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
และขับแซงรถชาวบ้านอย่างน่าหวาดเสียว
เมื่อใกล้ถึงด่านชั่งน้ำหนักวังครก ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงประมาณ 3 กิโลเมตร รถทั้งหมดกลับเลี้ยวหลบด่านเข้าสู่ถนนสาย 360 หรือสายอ้อมเมืองทันที ก่อนวิ่งผ่านวงเวียนทางตัน เข้าย่านชุมชน ร้านค้า และพื้นที่มีประชาชนหนาแน่น แล้วค่อยวกกลับเข้าสู่ถนนสายเอเชีย 41 เพื่อมุ่งหน้าลงใต้ไปยังโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแห่งหนึ่งรอยต่อระหว่างอ.สวี - อ.ทุ่งตะโก
การยอมขับอ้อมไกลเพิ่มกว่า 30 กิโลเมตร
ถูกมองว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนว่า
รถกลุ่มดังกล่าวอาจมีน้ำหนักเกินพิกัดมาตรฐาน 50,500 กิโลกรัม
จนไม่สามารถผ่านด่านชั่งน้ำหนักตามปกติได้
อีกประเด็นที่ชาวบ้านตั้งคำถามหนัก คือ
รถพ่วงลวดลายโดดเด่นเหล่านี้ มีจำนวนเกือบ 10 คัน ทั้งดัดแปลงสภาพรถ
บรรทุกสูงเกินกำหนด บังโคลนยื่นยาว ติดไฟแต่งเต็มคัน
และวิ่งผ่านหน้าป้อมตำรวจทั้งกลางวันและกลางคืนต่อเนื่องมานานนับปี
แต่กลับไม่เคยถูกสกัดจับอย่างจริงจัง
ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า
ทุกวันนี้ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดระแวง
โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่มักได้ยินเสียงรถพ่วงซิ่งผ่านชุมชน
ขณะที่สภาพถนนหลายจุดเริ่มแตกร้าวทรุดตัวหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ล่าสุด ประชาชนเรียกร้องให้หน่วยงานส่วนกลาง รวมถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร และหน่วยงานกรมทางหลวง ลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือโศกนาฏกรรมบนท้องถนนซ้ำรอยในอนาคต
หลายฝ่ายมองว่า
หากยังปล่อยให้รถบรรทุกน้ำหนักเกินวิ่งหลบเลี่ยงกฎหมายเช่นนี้ต่อไป
ไม่เพียงกระทบความปลอดภัยของประชาชน
แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่สังคมกำลังจับตามองอย่างหนักในเวลานี้
...................................................................
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น