หนุ่มใหญ่วัณโรคกำเริบ ขี่ จยย.อุ้มถังน้ำฝ่าสายฝน ก่อนเสียหลักดับข้างทาง
หนุ่มใหญ่วัณโรคกำเริบ ขี่ จยย.อุ้มถังน้ำฝ่าสายฝน ก่อนเสียหลักดับข้างทาง เผยโทรหาแม่ขอให้มารับกลับบ้านเกิดก่อนสิ้นใจ
เรื่องราวสุดสะเทือนใจเกิดขึ้นที่ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เมื่อหนุ่มใหญ่วัย 48 ปี ป่วยวัณโรคเรื้อรัง อาการทรุดหนัก ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปซื้อน้ำดื่มท่ามกลางสายฝน โดยใช้มือเดียวบังคับรถ ส่วนอีกมือถือถังน้ำขนาด 15 ลิตร ก่อนรถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง ล้มคว่ำจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และเสียชีวิตอย่างเดียวดาย
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน ผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์หาแม่ที่จังหวัดสกลนคร ขอให้มารับกลับบ้านเกิด เพราะสภาพร่างกายทรุดหนัก แต่แม่ไม่สามารถเดินทางมาได้ เนื่องจากต้องดูแลสามีที่ถูกยิงจนพิการ ทำได้เพียงบอกให้ลูกพยายามรวบรวมแรงนั่งรถไฟกลับบ้านเอง กลายเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้ายก่อนเกิดเหตุสลด
เมื่อเวลา 18.50 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.ฉัตรชัย นวลจริง สว.(สอบสวน) สภ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณถนนสายหมู่บ้าน หมู่ 11 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร จึงประสานแพทย์เวรและเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยโรงพยาบาลพะโต๊ะ เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณพงหญ้าริมถนน พบร่างนายประจญ จันทร์สุข อายุ 48 ปี ชาวหมู่ 11 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพเปียกปอนจากฝนที่ตกหนักก่อนหน้า สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขาสามส่วนสีดำ มีเลือดบริเวณใบหน้า
ใกล้กันพบถังน้ำพลาสติกขนาด 15 ลิตร ตกอยู่ และพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่ริมทาง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลฉกรรจ์ มีเพียงรอยถลอกจากการล้ม จึงส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลพะโต๊ะ
จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า ผู้เสียชีวิตพักอาศัยอยู่กับเพื่อนบ้านในพื้นที่ และป่วยเป็นวัณโรคระยะรุนแรงมานาน ช่วงหลังอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์หาแม่ที่ จ.สกลนคร เพื่อขอให้มารับกลับบ้านเกิด เนื่องจากต้องการกลับไปอยู่กับครอบครัวในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ
อย่างไรก็ตาม แม่ของผู้ตายไม่สามารถเดินทางมารับได้ เพราะต้องดูแลสามีซึ่งถูกยิงจนเป็นอัมพาต ทำได้เพียงให้กำลังใจและบอกให้ลูกพยายามเดินทางกลับบ้านด้วยตัวเอง หากยังมีแรงเพียงพอ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ก่อนเกิดเหตุ นายประจญได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปซื้อน้ำดื่ม โดยใช้มือข้างหนึ่งบังคับรถและอีกข้างอุ้มถังน้ำหนักกว่า 15 ลิตร ท่ามกลางฝนที่ตกหนัก ประกอบกับสภาพร่างกายอ่อนแรงจากโรคประจำตัว ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำตกลงข้างทาง
ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแอ ผู้เสียชีวิตไม่สามารถลุกขึ้นหรือขอความช่วยเหลือได้ ก่อนจะเสียชีวิตอย่างน่าเวทนา จนกระทั่งฝนหยุดตกและมีชาวบ้านขับรถผ่านมาพบ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต ขณะที่เรื่องราวชีวิตของนายประจญได้สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะบทสนทนาสุดท้ายกับแม่ผู้เฝ้ารอวันที่ลูกจะได้กลับบ้าน แต่กลับต้องมารับรู้ข่าวร้ายแทน.
............................
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น