ชนสนั่นกลางถนน! สิบล้อจอดขวางทางจยย.พุ่งอัดท้ายเสียชีวิต 1 ราย
เกิดอุบัติเหตุสลดกลางดึกบนถนนสายชุมพร–ปากน้ำ
เมื่อรถจักรยานยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อที่กำลังจอดและอยู่ในลักษณะขวางช่องจราจร
ส่งผลให้ชายวัย 22 ปี เสียชีวิตคาที่ ท่ามกลางความตกใจของผู้พบเห็น
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร
พร้อมแพทย์และหน่วยกู้ภัย เร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ก่อนพบรถจักรยานยนต์พังยับติดคาท้ายรถบรรทุก
ขณะที่คนขับสิบล้อให้การว่าเตรียมถอยรถเพื่อนำสินค้าลง
และมีเพื่อนร่วมงานช่วยส่งสัญญาณอยู่ตลอดเวลา โดยตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 24 มิถุนายน 2569
พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ
บนถนนสายชุมพร–ปากน้ำ หมู่ 2 ตำบลบางหมาก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
จึงนำกำลังพร้อมแพทย์โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์
(กู้ภัยสายชลชุมพร) เข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกสิบล้อบรรทุกสินค้า
ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน นครปฐม
จอดอยู่ในลักษณะขวางช่องทางจราจรทั้งสองช่องทาง
บริเวณท้ายรถด้านขวาพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟิน สีดำ-แดง ทะเบียน 1กด 5293
ชุมพร พุ่งชนอัดติดอยู่กับตัวรถ สภาพด้านหน้าพังเสียหายอย่างหนัก
มีเศษชิ้นส่วนรถและหมวกนิรภัยกระจายเกลื่อนพื้นถนน
ใกล้กันพบผู้เสียชีวิต 1 ราย
นอนคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์
เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันนำร่างออกจากซากรถเพื่อตรวจสอบเบื้องต้น
พบมีบาดแผลรุนแรงบริเวณศีรษะและมีเลือดไหลจำนวนมาก จากการตรวจสอบเอกสารในตัว
ทราบชื่อคือ นายวสวัติติ์ เทพกุล อายุ 22 ปี ชาวตำบลท่ายาง อำเภอเมืองชุมพร
จังหวัดชุมพร
สอบถามนายสายเพชร (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี
ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คนขับรถบรรทุกสิบล้อ ให้การว่า
รับสินค้าจากกรุงเทพมหานครมาส่งในพื้นที่
เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้จอดรถชิดขอบทางด้านซ้าย
เพื่อเตรียมถอยรถเข้าจุดขนถ่ายสินค้า โดยเห็นว่าถนนค่อนข้างโล่งและมีเพื่อนร่วมงานคอยช่วยส่งสัญญาณดูท้ายรถให้
อย่างไรก็ตาม ระหว่างกำลังดำเนินการดังกล่าว
รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุได้พุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกอย่างแรง
โดยคนขับรถบรรทุกระบุว่า คาดว่ารถจักรยานยนต์อาจใช้ความเร็วพอสมควร
เนื่องจากไม่พบร่องรอยการเบรกในบริเวณที่เกิดเหตุ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพ
ตรวจสอบร่องรอย และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในที่เกิดเหตุ
พร้อมเชิญคนขับรถบรรทุกไปสอบปากคำเพิ่มเติม
เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์สำคัญของการใช้รถใช้ถนนในช่วงเวลากลางคืน
ซึ่งทัศนวิสัยอาจไม่ชัดเจน
โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกด้านเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
........................................................
















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น