น้ำตาท่วม! พม.-ภาคเอกชนลุยถิ่นทุรกันดาร อุ้ม 40 ชีวิตกลุ่มเปราะบาง-ผู้ป่วยติดเตียง เร่งประสานช่วยเหลือด่วน
น้ำตาท่วม! พม.-ภาคเอกชนลุยถิ่นทุรกันดาร อุ้ม 40 ชีวิตกลุ่มเปราะบาง-ผู้ป่วยติดเตียง เร่งประสานช่วยเหลือด่วน
ภาพแห่งความประทับใจและความอบอุ่นเกิดขึ้นกลางพื้นที่ห่างไกลของตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เมื่อหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ผนึกกำลังลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางกว่า 40 ราย พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนถึงหน้าบ้าน
หลายครอบครัวถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หลังได้รับกำลังใจและความช่วยเหลือจากคณะทำงานที่เดินทางฝ่าพื้นที่ทุรกันดารเข้าถึงชุมชน สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งการแบ่งปันที่ช่วยเติมความหวังให้กับผู้ที่กำลังเผชิญความยากลำบากในการดำรงชีวิต
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีม CSR ตำบลสลุย นำโดย นายฉลอง อินทโก ผู้จัดการสำนักงาน บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร หน่วยงานสาธารณสุข หน่วยงานปกครอง ทหาร องค์การบริหารส่วนตำบลสลุย อสม. และเจ้าหน้าที่บริบาล ได้ร่วมกันลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลสลุย
คณะทำงานประกอบด้วย น.ส.กัญจน์รัชต์ ธาตรีโรจน์ เลขานุการชำนาญการ, น.ส.ศศิพร แม้นนนท์รัตน์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัดชุมพร, นายชัยยุทธ ไชโย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสลุย, นายจรวย อารีราษฎร์ ผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านธรรมเจริญ, นางสาวกุสุมา ไตรอภิรักษ์
เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน รพ.สต.บ้านพรุตะเคียน, นายสุนทร ไกรมาก ปลัดอำเภอท่าแซะ, ร้อยโทมานะ ขำบุรี หน่วยทหารเทพสตรีที่ 401, นายสุนทร บรรพต นายก อบต.สลุย, นายพงษ์ศักดิ์ เมฆหมอก รองนายก อบต.สลุย รวมถึงสมาชิก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน อสม. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยคณะทำงานได้นำถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น เข้าเยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ 8 หมู่บ้าน รวมจำนวน 40 ราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับทั้งผู้ป่วยและครอบครัว
นอกจากการมอบสิ่งของแล้ว เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังได้พูดคุย รับฟังปัญหา และสำรวจความต้องการที่แท้จริงของแต่ละครัวเรือน พบว่าผู้ป่วยหลายรายยังขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์และกายอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น เตียงผู้ป่วย เบาะลมป้องกันแผลกดทับ รถวีลแชร์ และไม้เท้าสำหรับผู้สูงอายุ
ขณะเดียวกัน ยังพบว่ามีกลุ่มเปราะบางบางส่วนที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิสวัสดิการของภาครัฐ ทำให้ต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดในการดูแลรักษาสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ทุกปัญหาที่ได้รับการสะท้อนจากประชาชนในครั้งนี้ ได้ถูกบันทึกข้อมูลและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อเร่งประสานความช่วยเหลือ จัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็น และผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับอย่างทั่วถึง
นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจแห่งความร่วมมือที่สะท้อนพลังของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ร่วมกันไม่ทอดทิ้งผู้ด้อยโอกาส พร้อมเดินหน้าสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น