งานเข้าเต็มๆถูกเรียกสอบคดียา ก่อนจับโป๊ะแตกคาโรงพัก รับเสพยาจริงตรวจฉี่เจอสีม่วง
ชาวสวนบ้านนาผวาหนัก
หลังคนร้ายตระเวนลักทุเรียนต่อเนื่องนานกว่าครึ่งเดือน ก่อเหตุแทบทุกวัน
ไม่เลือกเวลา อาศัยรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะตระเวนขโมยผลผลิตของชาวบ้าน
ก่อนนำไปขายตามแผงรับซื้อ เพื่อนำเงินไปซื้อยาบ้าเสพ
ล่าสุด ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดชุมพร เปิดปฏิบัติการไล่ล่าขยายผล จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย พร้อมพบพฤติการณ์เชื่อมโยงเป็นขบวนการลักทุเรียนในพื้นที่ โดยยังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติม
เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา ที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร, พ.ต.อ.ธงชัย
นุ้ยเจริญ และ พ.ต.อ.เด่นดวง ทองศรีสุข รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร
พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปริญญา ตัณฑสุวรรณ
ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.วิวัฒน์ ฉิมมณี รอง ผกก.กก.สส.ภ.จว.ชุมพร พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุม นายกรณ์ หรือ "อุ้ก" อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดภูเก็ต ได้บริเวณริมถนนหลังวัดถ้ำสนุก หมู่ 5 ตำบลบ้านนา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร
ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา
"ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรมในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ"
และ "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)
โดยฝ่าฝืนกฎหมาย" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร
ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสืบสวนพบว่า
นายกรณ์มีพฤติการณ์ตระเวนลักทุเรียนในพื้นที่ตำบลบ้านนามาเป็นเวลานานกว่าครึ่งเดือน
โดยก่อเหตุแทบทุกวัน เมื่อพบสวนที่มีโอกาสลงมือก็จะเข้าไปลักทุเรียนทันที
ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการก่อเหตุ ก่อนนำทุเรียนไปขายตามจุดรับซื้อในพื้นที่
และนำเงินที่ได้ไปซื้อยาบ้าเสพ
หลังการจับกุม ตำรวจยังคงขยายผลต่อเนื่อง
เนื่องจากพบเบาะแสว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีกอย่างน้อย 2 คน
โดยเจ้าหน้าที่ติดตามพฤติกรรมจากกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานต่าง ๆ
จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติม
ต่อมาล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569
เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร
นำพยานหลักฐานยื่นต่อศาลจังหวัดชุมพร เพื่อขออนุมัติหมายจับ นายทัศนะ หรือ "ไก่" อายุ 43 ปี ชาวตำบลบ้านนา
อำเภอเมืองชุมพร ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ของผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมในเวลากลางคืน
โดยใช้ยานพาหนะและร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป
เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวนายไก่ได้ภายในบ้านพัก
ขณะเดียวกันยังพบนายพันทการต์ อายุ 28 ปี
อยู่ในบ้านด้วย โดยนายพันทการต์ยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้ามาก่อน
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวตรวจหาสารเสพติดและพบผลเป็นบวก ก่อนแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดประเภท
1 ทันที
อย่างไรก็ตาม
ตำรวจเชื่อว่านายพันทการต์อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักทุเรียนดังกล่าว
โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับในคดีลักทรัพย์ต่อไป
ด้านนายไก่ให้การรับสารภาพเพียงบางส่วน
โดยอ้างว่าตนลักทุเรียนเฉพาะของอดีตภรรยาเท่านั้น
พร้อมระบุว่าสาเหตุที่ก่อเหตุเพราะต้องการง้อขอคืนดีกับอดีตภรรยา
อย่างไรก็ตาม
เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยงการก่อเหตุลักทุเรียนหลายครั้ง
ทั้งในสวนของอดีตภรรยาและของชาวบ้านรายอื่นในพื้นที่
ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและความเอือมระอาให้กับเกษตรกรมาเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ นายไก่ยังเปิดเผยประวัติว่า เคยถูกจำคุกในคดียาเสพติดนานกว่า 9 ปี หลังพ้นโทษออกมาเกิดปัญหาชีวิตคู่ จนก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงรถหาเสียงของ ส.ส. บริเวณหน้าค่ายเขตรอุดมศักดิ์ ถนนสายชุมพร-ระนอง และถูกดำเนินคดีจนต้องรับโทษจำคุกอีก 13 เดือน
เบื้องต้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเดินหน้าขยายผลอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย พร้อมเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี
เพื่อยุติปัญหาการลักทุเรียนที่สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชุมพรอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
.............................................................
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น