สืบสานวิถีชาวนา! “ตำข้าวเม่า–ลงแขกเกี่ยวข้าว”ปลุกภูมิปัญญาบรรพบุรุษc2

รูปภาพ
  คึกคักทั้งโรงเรียน! โรงเรียนวัดธัญญาราม อำเภอสวี จัดกิจกรรม “สืบสานภูมิปัญญา วิถีข้าว วิถีชุมชน สู่ความยั่งยืน” ชวนเด็ก เยาวชน และชาวบ้านร่วมสัมผัสวิถีชีวิตชาวนา ผ่านกิจกรรมตำข้าวเม่าและลงแขกเกี่ยวข้าว ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นปู่ย่าตายาย พร้อมต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้แก่โรงเรียนในอนาคต กิจกรรมจัดขึ้น ณ โรงเรียนวัดธัญญาราม หมู่ 3 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความร่วมมือและรอยยิ้ม โดยมีนางสาวพิมภา คีรีเมฆ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดธัญญาราม พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และผู้มีเกียรติเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง   ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายวิโรจน์ แสงบางกา ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว , นายสมคิด ประทับแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลนาโพธิ์พัฒนา , นายสง่า ศรีภา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนวัดธัญญาราม , นายมนัส แดงขวัญทอง ประธานสถานศึกษา , นางสาวนพภ์สร เกตุนุ้ย กรรมการสถานศึกษา , นายวัชรินทร์ ทองศิริ กำนันตำบลนาโพธิ์ และนายวิรัตน์ ฤกษ์สมุทร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3   ไฮไลต์เด็ด! ตำข้าวเม่าแบบโบราณ สัมผัสภูมิปัญญาจ...

ชนสนั่นกลางคลอง! เรือนำเที่ยวปะทะเรือประมง นักท่องเที่ยวผวา โชคดีไร้เจ็บ

 

เกิดเหตุระทึกกลางคลองท่าตะเภา จังหวัดชุมพร เมื่อเรือนำเที่ยวที่พานักท่องเที่ยวกลับจากดำน้ำชมปะการังและปลาสวยงาม ชนเข้ากับเรือประมงพื้นบ้านอย่างจัง ส่งผลให้เรือทั้งสองลำได้รับความเสียหาย ขณะที่นักท่องเที่ยวบนเรือต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เคราะห์ดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

 


เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากน้ำชุมพร ลงพื้นที่ตรวจสอบทันทีหลังรับแจ้งเหตุ โดยเบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับฝ่ายใด เนื่องจากทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจาค่าเสียหาย และเรือทั้งสองลำมีการทำประกันภัยรวมถึงขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

 



เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ร.ต.อ.ชนะวุทธิ์ กรรมแต่ง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ปากน้ำชุมพร จังหวัดชุมพร รับแจ้งเหตุเรือนำเที่ยวชนกับเรือประมงภายในคลองท่าตะเภา บริเวณรอยต่อระหว่างตำบลท่ายางและตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองชุมพร จึงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบ

 

ที่เกิดเหตุพบเรือนำเที่ยวของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งจอดลอยลำอยู่กลางคลอง โดยมีนายสันติ นายท้ายเรือกลเดินทะเลชั้นหนึ่ง และ น.ส.นภาพร ช่างเครื่องประจำเรือ พาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเสียหายบริเวณหัวเรือ ซึ่งพบร่องรอยแตกร้าวและถูกเศษไม้กระแทกจนได้รับความเสียหาย

 



จากการสอบถาม นายสันติ และ น.ส.นภาพร ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุได้พานักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 8 คน แบ่งเป็นชาย 5 คน และหญิง 3 คน เดินทางกลับจากกิจกรรมดำน้ำชมปะการังและปลาสวยงามบริเวณหมู่เกาะในเขตอุทยานแห่งชาติ ระหว่างนำเรือเข้าคลองตามเส้นทางปกติ สังเกตเห็นเรือประมงคู่กรณีแล่นอยู่ฝั่งซ้าย ซึ่งผิดจากแนวการเดินเรือตามปกติที่ควรใช้ฝั่งขวา ก่อนที่เรือประมงจะเบี่ยงหัวเรือออกมากลางคลองกะทันหัน ทำให้ไม่สามารถหักหลบได้ทันและเกิดการชนกันขึ้น

 


แม้แรงกระแทกจะสร้างความตกใจให้กับนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายแต่อย่างใด เนื่องจากเรือประมงมีขนาดเล็กกว่าเรือนำเที่ยว

 



ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเรือประมงคู่กรณีซึ่งจอดอยู่ริมคลองใกล้จุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นเรือไม้ไดร์หมึกขนาดประมาณ 6 วา ได้รับความเสียหายอย่างหนักบริเวณหัวเรือจนฉีกขาดและน้ำไหลเข้าตัวเรืออย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวประมงในพื้นที่ต้องเร่งนำเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือเพื่อป้องกันเรือจม



นายอำพร อายุ 65 ปี เจ้าของเรือประมง เปิดเผยว่า ขณะกำลังขับเรือออกจากบ้านเพื่อไปหาปลาหมึก ระหว่างทางได้หันไปมองแพปลาที่อยู่ริมคลอง ทำให้ละสายตาจากเส้นทางเดินเรือ เมื่อหันกลับมาอีกครั้งก็พบว่าเรือได้ชนเข้ากับเรือนำเที่ยวแล้ว


เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันและเก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับฝ่ายใด เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีท่าทีพร้อมเจรจาเรื่องค่าเสียหายร่วมกัน อีกทั้งเรือทั้งสองลำมีประกันภัยและเอกสารการขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

 


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุทางน้ำครั้งนี้ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต

.....................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปริศนากลางถนนเอเชีย 41! อดีตรองนายก อบต.วิสัยใต้ เสียชีวิตข้าง จยย.

หนุ่มวัย 18 ถูกยิงดับกลางบ้านเช่า ปมรักสามเส้า มือยิงวัย 20 ขับรถหลบหนี ตำรวจเร่งล่าตัว

ตร.ชุมพรรวบอามือยิงหนุ่ม 18 ปี หลังก่อเหตุซิ่งฟอร์จูนเนอร์พาหลานหนี