รมช.มหาดไทยลุยชุมพร! รับฟังทุกปัญหา ตั้งแต่น้ำกัดเซาะ-ที่ดินทำกิน-แหล่งน้ำขนาดใหญ่

 

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ณ โรงแรมมรกตฯ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  พร้อมด้วยนายวิชัย  สุดสวาสดิ์  ส.ส.ชุมพรเขต นายกิตติศักดิ์  พรหมรัตน์ ส.ส.เขต2  นายสุพล  จุลใส ส.ส.เขต 3 พรรคภูมิใจไทย นายนพพร  อุสิทธิ์  นายก อบจ.ชุมพร นายเจริญโชค  พรหมชุติมา นายอำเภอเมืองชุมพร  และนายศรีชัย  วีระนรพานิชย์ นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร  ให้การต้อนรับ



 เพื่อรับฟังปัญหาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน พร้อมติดตามปัญหาสำคัญทั้งเรื่องงบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว การจัดการน้ำ ปัญหาที่ดินทำกิน และการกัดเซาะตลิ่งริมคลอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัด

การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากหลายปัญหาเป็นเรื่องเรื้อรังที่รอการแก้ไขมานาน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามและผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่



ในการประชุมรับฟังปัญหาท้องถิ่น ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งได้สะท้อนปัญหาสำคัญต่อรัฐมนตรีโดยตรง

นายกเทศมนตรีตำบลวังใหม่ ได้ทักท้วงกรณีงบประมาณก่อสร้างถนนวงเงิน 9.9 ล้านบาท ที่ยังมีความล่าช้า ซึ่งนายวรศิษฎ์ได้รับปากว่าจะติดตามความคืบหน้าให้



ขณะที่นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำชุมพร ได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณท่าเทียบเรือเกาะเสม็ด  ก่อสร้างโครงการสกายวอล์กและทางเดินรอบเขามัทรี เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้แนะนำให้จัดทำรายละเอียดโครงการและส่งเรื่องผ่านสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน 


ด้านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางมะพร้าว ได้สะท้อนปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง การรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงปัญหาพื้นที่ราชพัสดุป่าพรุป่าเสม็ดกว่า 2,000 ไร่ ที่ยังรอการแก้ไขอย่างจริงจัง พร้อมทั้งร้องเรียนปัญหาน้ำเสียจากฟาร์มเลี้ยงกุ้งที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางมะพร้าวและตำบลนาพญา 



ต่อมาเวลา 13.10 น. นายวรศิษฎ์ พร้อมด้วยนายกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่บ้านนาป่าตอ หมู่ 6 ตำบลหาดพันไกร อำเภอเมืองชุมพร เพื่อติดตามปัญหาการกัดเซาะตลิ่งริมคลองท่าตะเภา และสำรวจโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งต่อเนื่องจากแนวเขื่อนเดิม

จากข้อมูลในพื้นที่ พบว่าก่อนหน้านี้มีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำกัดเซาะได้รับความเสียหายไปแล้ว 2 หลัง และขณะนี้ตลิ่งยังคงถูกน้ำกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง จนบ้านอีก 1 หลังอยู่ในภาวะเสี่ยงได้รับความเสียหาย




รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้รับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว และจะมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งสำรวจพื้นที่ตลอดแนวคลองท่าตะเภา เพื่อประเมินจุดเสี่ยงและหาแนวทางป้องกันก่อนเกิดผลกระทบต่อประชาชนเพิ่มเติม


จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังศาลาเอนกประสงค์ หมู่ 10 ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ เพื่อติดตามปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่สวนปาล์มวิจิตรภัณฑ์ ซึ่งหมดสัมปทานมานานกว่า 10 ปี รวมถึงรับฟังข้อเสนอการพัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง ในพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ ที่มีความจุรวมหลายล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร




ในการประชุมดังกล่าว กรมชลประทานและกรมป่าไม้ได้ร่วมชี้แจงแนวทางดำเนินงานต่อประชาชน พร้อมระบุว่าหากโครงการมีความเหมาะสมและผ่านการศึกษาแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3-4 ปี




อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านได้สอบถามถึงความชัดเจนในการจัดสรรที่ดินให้ประชาชน รวมถึงหลักเกณฑ์การตรวจสอบสิทธิผู้มีและไม่มีที่ดินทำกิน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม


นายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า แนวคิดการนำพื้นที่หมดสัมปทานมาใช้ประโยชน์มีหลายพื้นที่เสนอเข้ามา แต่ยังติดข้อกฎหมายเนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าไม้ อย่างไรก็ตาม กรณีพื้นที่หมดสัมปทานกว่า 20,000 ไร่ในจังหวัดชุมพร จำเป็นต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันกำหนดแนวทางและกติกาการจัดสรรที่ดินให้ชัดเจนก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณา




ด้านนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ ส.ส.ชุมพร เขต 2 และนายวิชัย สุดสวัสดิ์ ส.ส.ชุมพร เขต 1 ยืนยันพร้อมเป็นตัวแทนผลักดันและติดตามการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม



ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬา อบจ.คัพ เยาวชนและประชาชน จังหวัดชุมพร ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในช่วงเย็นวันเดียวกัน



การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการเชื่อมโยงปัญหาจากระดับชุมชนสู่ระดับนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ที่ดินทำกิน การป้องกันการกัดเซาะ และการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญต่ออนาคตการพัฒนาจังหวัดชุมพรในระยะยาว

………………………………………………..


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระทึกทั้งเมือง! หม้อแปลงบึ้มสนั่นชุมพร ไฟลุกท่วมสายสื่อสาร ชาวบ้านกรีดร้องวิ่งหนีตาย วุ่นไฟดับเกือบทั้งเมือง

ทลายเครือข่ายยาเสพติดเมืองชุมพร! รวบ “ไมโล บางหมาก” พร้อมเมีย

รวบ 2 หนุ่มคาสวนปาล์ม! ทหาร-ตำรวจลุยบุกจับ “โอ๊ค-โดม” ยึดยาบ้า 163 เม็ด พร้อมอุปกรณ์เสพ-มือถือ-รถ จยย.