วิกฤต 'นากหญ้า' เอเลี่ยนสปีชีส์ทะลักทลายสวนปาล์มน้ำมัน เตือนปล่อยไว้พังพินาศทั้งภาคใต้ วอนรัฐบาลเร่งสกัดด่วน!
ท่าแซะระส่ำหนัก! เกษตรกรแทบสิ้นเนื้อประดาตัว
สวนปาล์มน้ำมันถูกกัดยืนต้นตายนับร้อย เผยแพร่พันธุ์มหาศาล
ฉลาดล้ำไม่กินยาเบื่อ-หลบกับดัก ย้อนรอยบทเรียนธุรกิจแชร์ลูกโซ่ปี 37
หายนะหวนกลับมาทำลายระบบนิเวศและเศรษฐกิจชาติ!
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 22 ก.ค. 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจากพื้นที่จังหวัดชุมพร
หลังเกิดเหตุวิกฤตการแพร่ระบาดอย่างหนักของสัตว์ป่าต่างถิ่นรุกราน (Invasive
Alien Species) โดย นายหนูไกร วงธรรม กำนันตำบลสองพี่น้อง
ได้มอบหมายให้ นางจีระวรรณ แพ่งอินทร์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง
นำคณะสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร อำเภอท่าแซะ เขต 3
ลงพื้นที่ตรวจรับทราบปัญหาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ในพื้นที่บ้านเลขที่ 4
หมู่ที่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสวนปาล์มน้ำมันของ
นายณรงค์ บุญมาเกิด อายุ 64 ปี ซึ่งใช้ที่ดิน สปก.4-01 เนื้อที่ราว 22 ไร่
ในการปลูกปาล์มน้ำมันทดแทนสวนยางพาราเดิมที่ถูกตัดโค่นตามอายุขัย พบภาพสุดสลดใจ
ต้นปาล์มน้ำมันขนาดเล็กอายุ 1-2 ปี ถูกสัตว์ศัตรูพืชลักษณะคล้ายหนูขนาดใหญ่
มีฟันแหลมคม กัดทำลายบริเวณโคนต้นเกือบทั้งหมด บางต้นล้มตายทันที
ขณะที่อีกจำนวนมากยืนต้นเหี่ยวเฉารอความตายอย่างน่าอนาถ
นายณรงค์ เล่าด้วยความสิ้นหวังว่า ตนเองได้นำต้นปาล์มน้ำมันจำนวน 500 ต้น ปลูกเพื่อทดแทนพืชยางพารา แต่ปัจจุบันกลับถูกนากหญ้ากัดทำลายเสียหายไปแล้วมากกว่า 300 ต้น เมื่อนำต้นใหม่มาปลูกซ่อมก็ยังถูกกัดกินซ้ำรอยเดิม "เบื้องต้นผมพยายามใช้กับดัก แต่ดักจับได้แค่ 2 ตัวเท่านั้น หลังจากนั้นมันรู้ทัน และไม่ติดกับดักอีกเลย ส่วนยาเบื่อหนูก็ใช้ไม่ได้ผล เพราะมันฉลาดมากไม่ยอมกิน ปัจจุบันพวกมันออกลูกออกหลานมหาศาล กัดกินโคนต้นปาล์มแทบทุกต้นจนหมดทางป้องกัน" นายณรงค์ กล่าว
นอกจากสวนของนายณรงค์แล้ว
ยังพบว่าเกษตรกรเพื่อนบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงอีกกว่า 10 ครัวเรือน
กำลังประสบภัยพิบัติจากนากหญ้าเช่นเดียวกัน หากไม่มีมาตรการยับยั้งอย่างเด็ดขาด
เชื่อว่าความเสียหายจะขยายวงกว้างลุกลามไปทั่วทั้งจังหวัดชุมพรและครอบคลุม 14
จังหวัดภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกปาล์มน้ำมันที่สำคัญของประเทศไทยและของโลก
ด้าน นายธีรศักดิ์ ยมสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร หลังทราบข่าว ได้สั่งการให้สมาชิกสภาเกษตรกรฯ เร่งรวบรวมข้อมูลความเสียหายเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาเกษตรกรฯ ในวาระเร่งด่วน พร้อมประสานงานไปยังหน่วยงาน อาทิ เกษตรจังหวัด, ศูนย์วิจัยการเกษตร, เกษตรและสหกรณ์จังหวัด เพื่อเร่งหามาตรการวิจัย กำจัด และเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบเป็นการด่วน
พ.ศ. 2537 (จุดเริ่มต้นมหันตภัย):
นากหญ้าถูกนำเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรกจากทวีปแอฟริกา
โดยพ่อค้าชาวต่างชาตินำมาเลี้ยงในพื้นที่ จังหวัดราชบุรี อ้างว่าเป็น
"สัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่" โฆษณาชวนเชื่อว่าเลี้ยงง่าย โตเร็ว
กินหญ้าเป็นหลัก เนื้ออร่อยทำอาหารได้หลากหลาย
ขนและหนังขายส่งออกทำเครื่องหนาวราคาแพง ส่งผลให้เกษตรกรไทยจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ
แห่ซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในราคาแพงลิบลิ่วคู่ละหลายพันบาท หวังรวยทางลัด
หลังเลี้ยงกันแพร่หลาย พ.ศ. 2538 – 2542
กลับพบว่าไม่มีตลาดรองรับจริง เกษตรกรขาดทุนหนักเนื่องจากถูกหลอกขายพันธุ์
สุดท้ายจึงแอบปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
ปัจจุบัน เริ่มกลายเป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อมระดับชาติ นากหญ้ากลายเป็น Invasive
Alien Species หรือสัตว์ป่าต่างถิ่นรุกราน ออกลูกหลานทวีคูณ
กัดกินนาข้าว พืชผัก สวนผลไม้ พืชน้ำ และล่าสุดกำลังทำลายล้าง
"สวนปาล์มน้ำมัน" พืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ หากไม่เร่งแก้ไข
จะกลายเป็นวิกฤตการณ์ระดับชาติและระดับโลกที่ไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป
.................................................................












ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น