พบชายขับรถบรรทุกน้ำเสียชีวิตปริศนา! ผูกคอหน้าบ้านหญิงคนสนิท พบข้อมือถูกมัด–ทิ้งจดหมาย
เกิดเหตุชายวัย 51 ปี อาชีพขับรถบรรทุกน้ำ
เสียชีวิตบริเวณระเบียงหน้าบ้านหญิงคนสนิทในพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร
โดยพบสายรัดบริเวณลำคอ และผ้าขาวม้าพันข้อมือทั้งสองข้าง
พร้อมกระดาษเขียนข้อความลักษณะคล้ายจดหมายลาตายวางอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ
สร้างข้อสงสัยให้กับครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิต
เบื้องต้น
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้นทรัพย์สิน
ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะการผูกมัดซึ่งอาจทำได้ด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยืนยันยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง
และอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรกับผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง
เมื่อเวลา 07.10 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2569
ร.ต.อ.นภัทร ดวงสถิต รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านในหูต อ.หลังสวน จ.ชุมพร
รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตจากการผูกคอ ภายในบ้านหลังหนึ่งพื้นที่หมู่ 7 ต.นาขา
อ.หลังสวน จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.จเร
ชูแก้ว สารวัตรใหญ่ สภ.บ้านในหูต, พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ สายัณห์
สารวัตรป้องกันปราบปราม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลหลังสวน
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพร และทีมกู้ชีพกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน
จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสายเอเชีย 41 เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร บ้านเป็นอาคารปูนยกพื้นสูง มีโรงจอดรถอยู่ด้านข้างและด้านหน้า
บริเวณระเบียงทางขึ้นบ้านพบร่าง นายนันทกิจ (สงวนนามสกุล)อายุ
51 ปี อาชีพขับรถบรรทุกน้ำ สวมกางเกงยีนส์สีน้ำตาลอ่อน
เสื้อวอร์มแขนยาวสีน้ำเงินทับเสื้อยืดสีขาว
โดยมีสายลากจูงรถผูกอยู่บริเวณลำคอและยึดกับโครงเหล็กหลังคา
สิ่งที่ทำให้คดีนี้มีข้อสงสัยเพิ่มเติม
คือพบผ้าขาวม้าพันข้อมือทั้งสองข้าง
เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพและตรวจสอบรายละเอียดของเงื่อนต่าง ๆ อย่างรอบคอบ
ก่อนให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างลงมาตามขั้นตอน
บนโต๊ะไม้ใกล้บริเวณที่พบร่าง
เจ้าหน้าที่พบกระดาษขนาด A4 จำนวน 1 แผ่น
มีข้อความเขียนด้วยลายมือ กล่าวถึงบุคคลที่ผู้เขียนเรียกว่า “ยายโม” หรือ “ยายแมว”
พร้อมข้อความเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัว การให้อภัย
และการจัดการเรื่องบางอย่างหลังจากตนจากไป
เจ้าหน้าที่ได้เก็บกระดาษดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน
เพื่อประกอบการตรวจสอบและเปรียบเทียบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
โดยยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการว่าข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อย่างไร
นางจินตนา (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี
เจ้าของบ้านและผู้พบร่างเป็นคนแรก ให้ข้อมูลว่า
ผู้เสียชีวิตมีภรรยาและลูกเล็กวัยประมาณ 4–5 ขวบ อาศัยอยู่ใน อ.พะโต๊ะ
ส่วนผู้เสียชีวิตทำงานขับรถบรรทุกน้ำ และพักอยู่บริเวณแคมป์คนงานใน อ.พะโต๊ะ
นางจินตนาระบุว่า
ผู้เสียชีวิตมีความสนิทสนมกับตน และมักขับรถยนต์มาเยี่ยมประมาณสัปดาห์ละครั้ง
เพื่อพูดคุยและรับประทานอาหารด้วยกัน โดยยืนยันว่าไม่ได้อยู่กินฉันสามีภรรยา
คืนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 01.00 น. ผู้เสียชีวิตขับรถมาที่บ้าน แต่เจ้าของบ้านระบุว่าได้กินยาแล้วหลับลึก กระทั่งช่วงเช้าเปิดประตูออกมาจึงพบเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนปัญหาความเครียดหรือเรื่องงานที่อาจเกี่ยวข้องนั้น เธอระบุว่าไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด
นายเสกสรร สุวรรณดี
อาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน ให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะเงื่อนว่า
จุดที่ใช้ยึดสายบริเวณคอเป็นเงื่อนพื้นฐาน
ส่วนผ้าที่พันข้อมือมีลักษณะพันแยกทีละข้างแล้วนำมารวมกัน
ไม่ใช่เงื่อนที่รัดแน่นแบบเงื่อนตาย
ด้าน พ.ต.ท.จเร ชูแก้ว สารวัตรใหญ่ สภ.บ้านในหูต
เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้นทรัพย์สิน
ส่วนลักษณะผ้าที่ข้อมือพบว่าข้อมือข้างหนึ่งถูกผูกไว้แน่น
ก่อนนำมาผูกต่อกับอีกข้างอย่างหลวม ๆ ซึ่งเป็นลักษณะที่อาจทำได้ด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม
เจ้าหน้าที่ยังไม่ใช้ข้อสังเกตดังกล่าวเป็นข้อสรุปของคดี
โดยให้ญาติเข้าร่วมสังเกตการณ์ในขั้นตอนตรวจพิสูจน์หลักฐาน เพื่อความโปร่งใส
ก่อนส่งร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลหลังสวน
ด้านหญิงวัย 64 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต
เปิดเผยว่า ครอบครัวยังติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากช่วง 3–4 วันก่อนเกิดเหตุ
น้องชายยังพูดคุยตามปกติ ไม่แสดงอาการเครียดให้เห็น
และญาติเคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัวของผู้เสียชีวิตมาก่อน
ขณะที่ญาติสนิทอีกราย ซึ่งขอให้เรียกว่า
“พี่อุ๊” อายุ 51 ปี ให้ข้อมูลว่า
ผู้เสียชีวิตกับหญิงเจ้าของบ้านมีความสัมพันธ์กันมาประมาณ 4–5 ปี
โดยต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวอยู่แล้ว ช่วงแรกที่ทราบข่าว
ญาติไม่เชื่อว่าเป็นการจบชีวิตด้วยตนเอง และตั้งข้อสงสัยถึงความเป็นไปได้อื่น ๆ
แต่เมื่อเห็นข้อความที่พบในที่เกิดเหตุ
ก็ระบุว่าลายมือมีลักษณะคล้ายของผู้เสียชีวิต
ทั้งนี้ ญาติยืนยันว่าต้องการให้ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์และหลักฐานที่ชัดเจนเป็นตัวคลี่คลายเรื่อง หากผลตรวจยืนยันว่าเป็นการจบชีวิตด้วยตนเอง ครอบครัวก็พร้อมยอมรับความจริง และไม่ต้องการกล่าวหาใครโดยปราศจากหลักฐาน
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการจากแพทย์โรงพยาบาลหลังสวน
รวมถึงผลตรวจพิสูจน์หลักฐานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาสาเหตุการเสียชีวิต
ประเด็นสำคัญของคดีนี้
คือข้อสังเกตจากสภาพที่เกิดเหตุ ข้อความที่พบ และข้อสงสัยของครอบครัว
ซึ่งยังไม่ใช่ข้อยืนยันว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง
การสรุปสาเหตุจำเป็นต้องอาศัยผลตรวจทางการแพทย์และพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้
เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิต ครอบครัว และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
สวีนิวส์ออนไลน์ — เพราะทุกข่าวมีความหมาย










ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น