เมียนมาคลั่งบุกฟันหัวเด็ก 2 ขวบดับในห้องเช่ารับว่าเสพยาบ้าวันละ 10 เม็ด
เจ้าหน้าที่ตำรวจภููธรจังหวัดชุมพร(ภ.จว.ชุมพร)สนธิกำลังร่วมตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดชุมพร(ตม.ชุมพร)ตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่ง ในต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร หลังผู้เสียหายร้องถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะมีชื่อเป็นกรรมการบริษัทโดยไม่รู้ตัว พบคนชาติต่างด้าวถือหุ้นแฝง ประกอบธุรกิจค้าปลีก-ส่งทุเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น.ตำรวจภูธร จังหวัดชุมพร(ภ.จว.ชุมพร) นำโดย พ.ต.อ.เด่นดวง ทองศรีสุข รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปริญญา ตัณฑสุวรรณ ผกก.กก.สส.ภ.จว.ชุมพร ,พ.ต.ท.ธีรนันท์ ชุมวรฐายี รอง ผกก.สภ.หลังสวน และ พ.ต.ท.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.จว.ชุมพร นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ชุมพร, ภ.จว.ชุมพร และ สภ.หลังสวน นำหมายค้นเข้าตรวจค้น บริษัทแห่งหนึ่ง ประกอบการเป็นล้งทุเรียน ในพื้นที่ หมู่ 4 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร
จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายหลีฯอายุ 44 ปี
ถือหนังสือเดินทางสัญชาติจีน (หมายเลข EL6745xxx) มายัง
สภ.หลังสวน เพื่อทำการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดตามกฎหมาย ต้นเหตุจากผู้เสียหายถูกตัดสิทธิ
"บัตรคนจน"
การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก นายเจริญพรฯ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่
เนื่องจากตนเองถูกตัดสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)
โดยทางระบบแจ้งว่าตนมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท เมื่อทำการตรวจสอบจึงพบว่า
ชื่อของตนถูกนำไปใช้จดทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้นของ บริษัท ในสัดส่วน 51%
ทั้งที่ตนไม่ได้ยินยอมหรือรับรู้มาก่อน โดยนายเจริญพรระบุว่า
เคยเป็นเพียงลูกจ้างของบริษัทดังกล่าวและได้ลาออกไปนานแล้ว
หลังได้รับแจ้ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผล
พบว่าบริษัทดังกล่าวลงทะเบียนมีผู้ถือหุ้นเพียง 2 ราย คือ
นายเจริญพร (ถือหุ้น 51%) และ MR.LI HINHAO หรือนายหลี (ถือหุ้น 49%) แต่จากการตรวจสอบพฤติกรรมประกอบธุรกิจจริง
พบว่าเป็นการรับซื้อและขายส่ง-ขายปลีกทุเรียนภายในประเทศ
โดยไม่ได้ทำการส่งออกไปยังต่างประเทศด้วยตนเอง ซึ่งจัดเป็นธุรกิจในบัญชีสาม ท้าย
พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
ที่คนต่างด้าวห้ามประกอบกิจการเว้นแต่จะได้รับอนุญาต
การนำชื่อคนไทยมาสวมเป็นสัดส่วนหุ้นฝั่งไทยจึงเข้าข่ายความผิดฐาน
"ประกอบธุรกิจนอมินี"
เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัว MR.LI HINHAO ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หลังสวน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา 3
ฐานความผิด ได้แก่ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 (โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ)
แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 (โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
ความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
พ.ศ. 2542 มาตรา 36 (ธุรกิจนอมินี)
ให้ความช่วยเหลือ หรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยมิได้รับอนุญาต
(โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 –
1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
..............................................................
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น