เก๋งไฟฟ้าชนยายวัย 78 ปี ดับกลางแยกปฐมพร ร่าง–รถ จยย.ไถลไกลกว่า 50 เมตร คนขับเข้ามอบตัว
เกิดอุบัติเหตุสลดกลางสี่แยกปฐมพร จังหวัดชุมพร
รถยนต์เก๋งไฟฟ้า BYD ชนรถจักรยานยนต์ของหญิงสูงวัย อายุ 78
ปี อย่างรุนแรง ขณะกำลังเปิดไฟเลี้ยวขวาเพื่อเปลี่ยนช่องจราจรมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง
เป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
แรงชนทำให้กระจกหน้ารถเก๋งฝั่งคนขับแตกเสียหาย ส่วนร่างผู้เสียชีวิตและรถจักรยานยนต์ไถลไปตามถนนเป็นระยะทางไกล เบื้องต้นมีรายงานว่ารวมระยะกว่า 50 เมตร ขณะที่คนขับรถเก๋งเดินทางเข้าพบตำรวจทันทีหลังเกิดเหตุ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569
พ.ต.ต.ปฐมพงษ์ ชุมมาก สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองชุมพร
ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต บริเวณสี่แยกปฐมพร
ถนนเพชรเกษม กม.485 ฝั่งขาขึ้น ตำบลวังไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร จึงเดินทางไปตรวจสอบ
พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพร และเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยสายชล
มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์
ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งไฟฟ้า BYD สีขาว จอดอยู่บริเวณช่องจราจรด้านขวา สภาพกันชนหน้าได้รับความเสียหาย
และกระจกหน้าฝั่งคนขับแตกยุบ ส่วนผู้เสียชีวิตทราบว่าเป็นหญิง
อายุ 78 ปี พบอยู่ห่างจากรถเก๋งประมาณ 20 เมตร ขณะที่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ
สีแดง-ขาว ล้มคว่ำอยู่ห่างออกไปอีกราว 30 เมตร
โดยพบว่าสัญญาณไฟเลี้ยวขวายังคงกะพริบอยู่
จากข้อมูลการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า
ก่อนเกิดเหตุหญิงสูงวัยรายดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากบริเวณใต้สะพานยกระดับปฐมพร
ฝั่งขาขึ้น
จากนั้นเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวขวา
เพื่อเปลี่ยนช่องจราจรไปยังช่องทางขวาสุด
โดยมีจุดหมายเพื่อเลี้ยวเข้าสู่ตัวเมืองชุมพร ซึ่งอยู่ห่างจากทางแยกประมาณ 150
เมตร
ระหว่างนั้นมีรถยนต์เก๋งไฟฟ้าคู่กรณีขับเข้ามาและเกิดการชนกันอย่างรุนแรง
ส่งผลให้หญิงสูงวัยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ส่วนรถยนต์ได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าและกระจกหน้าฝั่งคนขับ
สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง
หลังเกิดเหตุได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ทันที
โดยมีรายงานเบื้องต้นว่าเกิดความตกใจและกังวลว่าจะเกิดการเผชิญหน้ากับญาติของผู้เสียชีวิต
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบและบันทึกภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ
รวบรวมพยานหลักฐาน
รวมถึงเตรียมตรวจสอบความเร็วของรถยนต์และรายละเอียดการเกิดอุบัติเหตุ
เพื่อประกอบสำนวนคดี
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมดำเนินคดีในข้อหา
ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
โดยจะต้องพิจารณาพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านตามขั้นตอนกฎหมาย
อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนน
โดยเฉพาะบริเวณทางแยกและจุดเปลี่ยนช่องจราจร ผู้ขับขี่ควรลดความเร็ว เว้นระยะห่าง
และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเพียงเสี้ยววินาทีอาจหมายถึงการสูญเสียชีวิต









ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น