รมช.มหาดไทยลุยชุมพร! รับฟังทุกปัญหา ตั้งแต่น้ำกัดเซาะ-ที่ดินทำกิน-แหล่งน้ำขนาดใหญ่

รูปภาพ
  นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ณ โรงแรมมรกตฯ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  พร้อมด้วยนายวิชัย  สุดสวาสดิ์  ส.ส.ชุมพรเขต 1  นายกิตติศักดิ์  พรหมรัตน์ ส.ส.เขต 2   นายสุพล  จุลใส ส.ส.เขต 3 พรรคภูมิใจไทย นายนพพร  อุสิทธิ์  นายก อบจ.ชุมพร นายเจริญโชค  พรหมชุติมา นายอำเภอเมืองชุมพร  และนายศรีชัย  วีระนรพานิชย์ นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร  ให้การต้อนรับ  เพื่อรับฟังปัญหาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน พร้อมติดตามปัญหาสำคัญทั้งเรื่องงบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว การจัดการน้ำ ปัญหาที่ดินทำกิน และการกัดเซาะตลิ่งริมคลอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัด การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากหลายปัญหาเป็นเรื่องเรื้อรังที่รอการแก้ไขมานาน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามและผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทา...

พบชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองซ่อนป่าข้างทางรอลักลอบขนย้ายลงใต้

 

พบชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองซ่อนป่าข้างทางรอลักลอบขนย้ายลงใต้  ชายลึกลับโทรหาชุดจับกุมขอเคลียร์ จนท.หวังรวบขบวนการซ้อนแผนแต่ไหวตัวทัน

        วันที่ 2 ต.ค.65 น.ส.นนท์ลภัส  ชูสอน  ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอสวี จ.ชุมพร ได้รับแจ้งจากนายอภิสิทธิ์  ซั่วเซ่งอิ้ว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ตำบลครน อ.สวี จ.ชุมพร ว่ามีชาวบ้านพบกลุ่มบุคคลจำนวนมากเป็นชายหญิงและ

เด็กเล็กคาดเป็นแรงงานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย มาหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าริมถนนลูกรังสาย ดอนมะพร้าว-วัดควน หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย นายบุญก้อง  ศรีสงคราม ปลัดอำเภอสวี หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และกำลังเจ้าหน้าที่อส. 

 ร.ต.อ.มานิตย์  มณฑิราช  รอง สว.(ป) สภ.สวี นายนพดล  ชอบตรง กำนันตำบลครน นายอนันต์  จันทร์ช่วง  นายบุญยืน  พักผ่อง ผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3  ร.อ.กอบศักดิ์ นาคหาญ กอ.รมน.จังหวัดชุมพร และพวก

สนับสนุนโดย อีซูซุสาขาสวี

                พบกลุ่มบุคคลดังกล่าว หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าสวนชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ  ปรากฏว่าไม่มีเอกสารอนุญาติเข้าเมือง หรือเอกสารการอนุญาติการทำงานในประเทศไทย พบเพียงบัตรประจำตัว

ประชาชนของประเทศเมียนมาเท่านั้นทั้งหมดเป็นกลุ่มวัยรุ่นอายุระหว่าง 16-35 ปี แยกเป็นผู้ชาย 12 คน ผู้หญิง 7 คน และเด็กเล็ก 2 คน อายุ 6 ขวบ กับ อายุ 3 ขวบ รวม 21 คน โดยพบว่ามีอาหาร น้ำดื่มที่กินแล้วและยังไม่ได้เปิดกินตก

เกลื่อนบริเวณจุดหลบซ่อน พร้อมทั้งมีกระเป๋าเป้สัมภาระจำนวนมาก  มีเสื้อผ้าที่ผึ่งตากกับต้นไม้อีกหลายตัว

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนาย แว ล่ามชาวเมียนมา ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่เดินทางมาช่วยแปลภาษา จนทราบว่า ทั้งหมดมาจากรัฐชิน ประเทศเมียนมา(พม่า)ทางเรือ  โดยจ่ายเงินให้นายหน้าเป็นชาวเมียนมาคนละ 30,000 บาท แล้วไป

สนับสนุนโดยร้านเค.เอสรุ่งเรืองเกษตรภัณฑ์

รวมตัวกันในพื้นที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร หลบซ่อนพักอาศัยอยู่ 2 วันก่อนจะมีคนไทยขับรถยนต์กระบะติดตั้งตู้ทึบมารับมุ่งหน้า อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อส่งไปยังประเทศมาเลเซียอีกทอด โดยผู้หลบหนีเข้าเมืองบางคนบอกว่า มีญาติ

รออยู่ที่ประเทศมาเลเซียแล้ว เมื่อถูกจับไม่ได้พบหน้ากันตามที่หวังไว้บางคนหลั่งน้ำตาร่ำให้อย่างน่าหดหู่ใจ

         ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบแรงงานชาวเมียนมาอยู่นั้น ได้มีโทรศัพท์จากจากชายลึกลับคาดเป็นหนึ่งในแก๊งขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว โทรเข้ามาพูดภาษาไทย สำเนียงภาคกลางเพื่อจะขอเคลียร์เป็นเงินให้ปล่อยตัว

แรงงานทั้งหมด ยอมรับว่าเป็นคนขับรถยนต์กระบะบรรทุกแรงงานเถื่อนมาจากมหาชัยส่งอำเภอหาดใหญ่ ได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 18,000 บาท 

สนับสนุนโดย เพิ่มพูลคาร์เซ็นเตอร์

          สาเหตุที่ต้องเอากลุ่มคนทั้งหมดมาหลบอยู่ระหว่างทางเนื่องจากต้องเดินทางต่อในช่วงกลางคืนไม่นานก็วางสาย


  หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงวางแผนเพื่อล่อให้เข้ามาติดกับหวังซ้อนแผน โดยวางกำลังดักซุ่มอยู่นาน แต่สุดท้าย

ไม่เข้ามาตามนัดคาดว่าอาจจะไหวตัวทัน จึงกระจายกำลังพร้อมทั้งนำตัวกลุ่มแรงงานหลบหนีเข้าเมืองทั้งหมดมายังที่

ว่าการอำเภอสวี หาอาหารให้ทาน และบันทึกจับกุมทำประวัติ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

.........................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระทึกทั้งเมือง! หม้อแปลงบึ้มสนั่นชุมพร ไฟลุกท่วมสายสื่อสาร ชาวบ้านกรีดร้องวิ่งหนีตาย วุ่นไฟดับเกือบทั้งเมือง

ทลายเครือข่ายยาเสพติดเมืองชุมพร! รวบ “ไมโล บางหมาก” พร้อมเมีย

รวบ 2 หนุ่มคาสวนปาล์ม! ทหาร-ตำรวจลุยบุกจับ “โอ๊ค-โดม” ยึดยาบ้า 163 เม็ด พร้อมอุปกรณ์เสพ-มือถือ-รถ จยย.