เศร้า! อส.สำรองวัย 57 ปี ปลิดชีพเสียชีวิตภายในบ้าน ครอบครัวเผยต่อสู้โรคร้ายมานานกว่า 4 ปี
เกิดเหตุสลดช่วงเย็น
เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแพทย์และหน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบเหตุชายวัย 57 ปี ใช้อาวุธปืนพกปลิดชีพตัวเองเสียชีวิตภายในบ้านพัก ในพื้นที่ตำบลนาทุ่ง
อำเภอเมืองชุมพร เบื้องต้นพบว่าเป็น อส.สำรอง สังกัดอำเภอเมืองชุมพร
โดยครอบครัวระบุผู้เสียชีวิตต่อสู้กับโรคมะเร็งมานานกว่า 4
ปี และอยู่ระหว่างการรักษาอย่างต่อเนื่อง
แม้คนในครอบครัวและเพื่อนร่วมงานจะคอยให้กำลังใจและดูแลอย่างใกล้ชิด
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่ญาติและผู้ใกล้ชิดเป็นอย่างมาก
ขณะที่ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมส่งร่างชันสูตรตามขั้นตอนกฎหมาย
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่
23 กรกฎาคม 2569 ร.ต.ท.ภูษณ
กันหาสินธุ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร
รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลนาทุ่ง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
แพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้
ตั้งอยู่ริมถนนกรมหลวง ภายในบ้านพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายอนิรุช
(สงวนนามสกุล)อายุ 57 ปี นอนหงายจมกองเลือดใกล้ประตูบ้านติดกับที่นั่งโซฟา
ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าขมับซ้ายทะลุขวา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ประกอบสำนวน
เป็นอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 1
กระบอก และปลอกกระสุนจำนวน 1 ปลอกวางอยู่บนโซฟา และหัวกระสุนชนิดเดียวกันตกอยู่บริเวณขั้นบันใด ก่อนนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียดตามกระบวนการ
จากการสอบถามบิดาและภรรยาของผู้เสียชีวิต
อีกทั้งเพื่อนของผู้เสียชีวิต ทราบว่า นายอนิรุชเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.)
สำรอง สังกัดอำเภอเมืองชุมพร และเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งมาเป็นเวลาประมาณ 4 ปี โดยต้องเดินทางไปรักษาที่กรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ครอบครัว เพื่อน
และคนใกล้ชิดต่างคอยดูแลและให้กำลังใจอยู่เสมอ
ก่อนเกิดเหตุ
ผู้เสียชีวิตนั่งพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน ขณะที่บิดานั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน
และภรรยาซึ่งเป็นพยาบาลปฏิบัติงานอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดชุมพร
ได้รับแจ้งเหตุในเวลาต่อมา ทำให้ครอบครัวและผู้ใกล้ชิดต่างอยู่ในความโศกเศร้า
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง พร้อมส่งร่างผู้เสียชีวิตชันสูตรเพิ่มเติมเพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยญาติไม่ติดใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียใจให้กับครอบครัว
เพื่อนร่วมงาน และผู้ที่รู้จักผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมาก
ขณะที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
…………………………………………………………..






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น