ครอบครัวร้องขอคำชี้แจง! หนุ่มถูกตะขอเกี่ยวปาล์มบาดเจ็บหนัก เย็บแผลกลับบ้าน ก่อนตรวจพบ “ภาวะปอดแตก” ที่ รพ.อีกแห่ง
ครอบครัวผู้บาดเจ็บชาวชุมพร
ร้องขอคำชี้แจงจากโรงพยาบาลแห่งแรก
หลังสามีประสบอุบัติเหตุถูกตะขอเกี่ยวผลปาล์มได้รับบาดเจ็บระหว่างทำงาน
ถูกนำส่งห้องฉุกเฉินและเย็บบาดแผลรวม 14 เข็ม ก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน
ทั้งที่ยังมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก และขยับตัวแทบไม่ได้
ต่อมาครอบครัวตัดสินใจพาผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
ซึ่งแพทย์ตรวจพบภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ปอดแตก”
ต้องเข้ารับการรักษาเร่งด่วน
ทำให้ครอบครัวตั้งข้อสงสัยต่อกระบวนการประเมินอาการเบื้องต้นของโรงพยาบาลแห่งแรก
และต้องการให้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 น.ส.พัชริน (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดชุมพร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายเพทาย อายุ 27 ปี สามีของตน ประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะรับจ้างเกี่ยวผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่แห่งหนึ่ง โดยถูกตะขอเกี่ยวปาล์มกระแทกจนได้รับบาดเจ็บบริเวณหลัง มีอาการแน่นหน้าอก เจ็บลิ้นปี่ เจ็บช่องท้อง และหายใจลำบาก
หลังเกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพื่อรักษา โดยครอบครัวระบุว่า
ผู้บาดเจ็บถูกนำเข้าห้องฉุกเฉินและทำการเย็บบาดแผล
ก่อนแพทย์และพยาบาลอนุญาตให้รับยากลับบ้าน พร้อมนัดฉีดบาดทะยักและนัดตัดไหม
น.ส.พัชริน กล่าวว่า ตนได้สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงความปลอดภัยในการกลับบ้าน เนื่องจากสามียังคงมีอาการเจ็บและหายใจไม่สะดวก โดยได้รับคำชี้แจงว่าสามารถกลับบ้านได้ และบาดแผลไม่ได้อยู่ในจุดสำคัญ พร้อมแจ้งว่าได้เย็บแผลรวม 14 เข็ม แบ่งเป็นชั้นใน 5 เข็ม และชั้นนอก 9 เข็ม
อย่างไรก็ตาม หลังออกจากห้องฉุกเฉิน
ครอบครัวพบว่าผู้บาดเจ็บยังมีอาการปวดอย่างรุนแรง นอนตัวคู้
ไม่สามารถลุกนั่งหรือเคลื่อนไหวได้ตามปกติ และบอกตลอดว่ายังเจ็บหน้าอก
หายใจไม่สะดวก
ทำให้ครอบครัวตัดสินใจพาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ทันที
เมื่อถึงโรงพยาบาลแห่งที่สอง แพทย์ได้ทำการตรวจเพิ่มเติมและเอกซเรย์ พบภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด ซึ่งในความเข้าใจของประชาชนทั่วไปมักเรียกว่า “ปอดแตก” จึงต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนด้วยการเจาะระบายลมออกจากช่องปอด
ผู้บาดเจ็บต้องพักรักษาตัวภายใต้การดูแลของแพทย์
มีอาการเจ็บหน้าอก พูดและเคลื่อนไหวได้ลำบาก ต้องใช้ยาแก้ปวดอย่างต่อเนื่อง
ก่อนที่อาการจะดีขึ้นตามลำดับ และแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ในช่วงสายของวันที่ 10
กรกฎาคมที่ผ่านมา แม้จะกลับบ้านแล้ว แต่ยังต้องมีคนช่วยพยุงขณะลุกนั่งและเคลื่อนไหว
ครอบครัวผู้บาดเจ็บจึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและชี้แจงถึงกระบวนการวินิจฉัย
รวมถึงการประเมินอาการเบื้องต้นของโรงพยาบาลแห่งแรก
หลังผู้บาดเจ็บได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน
ทั้งที่ภายหลังตรวจพบภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด
ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ขณะเดียวกัน
เรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์
หลังภรรยาของผู้บาดเจ็บนำเหตุการณ์มาเผยแพร่
ทำให้มีประชาชนจำนวนมากร่วมแสดงความคิดเห็นและส่งกำลังใจให้ครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม
ข้อมูลทั้งหมดในขณะนี้เป็นคำชี้แจงจากฝั่งครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ รายละเอียดการตรวจรักษา
และเหตุผลในการพิจารณาอนุญาตให้กลับบ้านของโรงพยาบาลแห่งแรก
ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยหากโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีคำชี้แจงเพิ่มเติม
พร้อมนำเสนอข้อมูลทุกด้านอย่างเป็นธรรม เพื่อความครบถ้วนและรอบด้านของข้อเท็จจริง.
........................................................................................











ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น