"จับแล้ว ‘ไอ้เพชร’ สิ้นลายคาบ้านไอ้เอฟเพื่อนสนิท เปิดปากซัดกลับ ‘นายเอ’ ลั่นไกฆ่าดับคาสวนปาล์ม

รูปภาพ
  ความคืบหน้าคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ คนร้ายบุกจ่อยิง นายสิทธิชัย มีเดช เสียชีวิตคาสวนปาล์มน้ำมัน พื้นที่บ้านกลาง ม. 14 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อคืนวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมา นายสิทธิชัย (หรือนายเอ) ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจพร้อมซัดทอดว่า นายสุดสุนทร หรือเพชร เป็นมือยิง ส่วนตนเองทำหน้าที่เพียงขับรถกระบะพาส่ง จนนำไปสู่การระดมกำลังพลิกแผ่นดินไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ตลอดทั้งวันที่ผ่านมานั้น   ​ล่าสุด เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 8 พร้อมด้วย กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดชุมพร (กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร) , ชุดปฏิบัติการพิเศษ และชุดสืบสวน สภ.สลุย ได้สนธิกำลังบุกเข้าจับกุม นายสุดสุนทร หรือเพชร อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ติดตามได้ตัวในบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.ท่าแซะ ​ปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังสายข่าวรายงานว่า พบเห็นนายเพชรขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า โนว่า แดช หมายเลขทะเบียน กขค 266 ชุมพร วนเวียนอยู่บริเวณบ้านของ "นายเอฟ" พื้นที่บ้านบ่อนก ม. 6 ต.ทะเลทรัพย์ อ.ปะทิว จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ทว่าเมื่อไป...

ชูป้ายคัดค้าน! หลังสนข.รับฟังเสียงปชช.ครั้งแรกเดินหน้าพัฒนาโครงการพัฒนาท่าเรือบริเวณแหลมริ่วที่หลังสวน

 

ภายใต้โครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน (Business Development Model) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน(โครงการแลนด์บริดจ์)

สนับสนุนโดย อีซูซุสาขาสวี

        เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ณ ห้องอวยชัยแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมอวยชัยแกรนด์ อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 เพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งรายละเอียดโครงการ และการประเมินทางเลือกโครงการ และรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาท่าเรือบริเวณแหลมริ่ว อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

               ดร.จิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมระบบการขนส่งและจราจรในภูมิภาค ผู้แทน สนข. ได้กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการ ดังนี้ จากตำแหน่งที่ตั้งของประเทศไทย ที่มีความได้เปรียบทางที่ตั้งและภูมิศาสตร์ที่มีลักษณะทางกายภาพสามารถเปิดสู่ทะเลทั้งสองด้านจึงเป็นโอกาสที่จะได้ใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งดังกล่าว  เพื่อนำมา

สนับสนุนโดยร้านเค.เอสรุ่งเรืองเกษตรภัณฑ์

พัฒนาเป็นเส้นทางทางเลือกในการขนส่งสินค้าทางทะเลเพื่อเชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน นอกเหนือจากการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบมะละกาในปัจจุบัน อันเป็นการสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพทางการค้าของประเทศไทยกับกลุ่มประเทศที่อยู่ทางด้านมหาสมุทรอินเดีย อีกทั้งยังรองรับและส่งเสริมโครงการพัฒนา


ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่สำคัญของประเทศ ดังนั้น จึงเห็นว่ามีความจำเป็นในการพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์จากจุดยุทธศาสตร์ของไทยที่เชื่อมมหาสมุทรแปรซิฟิกเข้ากับมหาสมุทรอินเดีย (Landbridge) ดังกล่าว เพื่อทำให้ประเทศไทยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการผลิต การคมนาคมขนส่งของเอเชีย

สนับสนุนโดยเพิ่มพูลคาร์เซ็นเตอร์.

               กระทรวงคมนาคมจึงเห็นควรให้มีการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน (Business Development Model) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่ง เป็น


โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ได้แก่ ท่าเรือ ถนน และรถไฟเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ โดยท่าเรือประกอบด้วยท่าเรือน้ำลึก 2 แห่ง คือ ท่าเรือฝั่งชุมพร ซึ่งมีพื้นที่โครงการตั้งเชื่อมโยงฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก (ฝั่งตะวันออกของไทย) และท่าเรือฝั่งระนอง เชื่อมฝั่งมหาสมุทรอินเดีย (ฝั่งตะวันตกของไทย) ซึ่งมีแนวคิดในการพัฒนาสร้างท่าเรือให้เป็นท่าเรือน้ำลึกที่ทันสมัย โดยนำระบบออโตเมชั่นมาใช้ เพื่อยกระดับท่าเรือสู่ Smart Port

สนับสนุนโดย อีซูซุสาขาสวี

             ทั้งนี้ โครงการพัฒนาท่าเรือบริเวณแหลมริ่ว อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เข้าข่ายประเภทโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EHIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะ


ต้องจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามประกาศสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562

สนับสนุนโดยร้านเค.เอสรุ่งเรืองเกษตรภัณฑ์

            สำหรับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 ในวันนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและข้อห่วงกังวลของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ ต่อร่างขอบเขตการศึกษาและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ การประเมินทางเลือกของโครงการ ซึ่งจะนำไปพิจารณาประกอบการปรับขอบเขตการศึกษาให้มีความสมบูรณ์ และครอบคลุมมากยิ่งขึ้นและเป็นประโยชน์ทั้งในภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศและในภาพการพัฒนาท้องถิ่นทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันในระหว่างที่เริ่มเปิดการรับฟังเสียงประชาชนกับโครงการฯดังกล่าวได้มีตัวแทนกลุ่มประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 9 คน รวมตัวกันบริเวณด้านหน้าเวทีที่ประชุมพร้อมชูป้ายการ



คัดค้านโดยเขียนบนแผ่นกระดาษระบุว่า “คัดค้านแลนด์บริดจ์ ทรัพยากรธรรมชาติเสียหาย ยังทำลายไม่พอหรือ”   “ไม่เอาแลนด์บริดจ์ ปกป้องลุ่มน้ำพะโต๊ะ ปกป้องธรรมชาติ ปกป้องที่ทำกิน” เป็นต้น  โดยยื่นหนังสือให้กับ ดร.จิรโรจน์  ศุกลรัตน์  ผอ.สำนักส่งเสริมระบบการขนส่งและการจราจรในภูมิภาค ผู้แทน สนข.

สนับสนุนโดยเพิ่มพูลคาร์เซ็นเตอร์.

      นายสมโชค  จุงจาตุรันต์  อายุ 41 ปี ชาวอำเภอพะโต๊ะ เป็นตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเป็นผู้ส่งมอบหนังสือคัดค้านโครงการฯ กล่าวว่า “ชาวอำเภอพะโต๊ะและอำเภอใกล้เคียงได้รับผลกระทบจากโครงการแลนด์บริดจ์จากหลายสาเหตุด้วยบ้านเมืองเราเป็นเกษตรกรอาชีพทำสวนผลไม้ ประกอบกับข้อมูลทางภาครัฐที่ส่งให้ประชาชนน้อยมาก แทบ

ไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริง อำเภอพะโต๊ะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำจากการศึกษาสำรวจผลกระทบจากหลายโครงการที่ล้มเลิกไปอย่างเช่นโครงการแลนด์บริดจ์อาจจะมีอุตสาหกรรมหนักที่ต้องใช้น้ำจำนวนมาก เชื่อว่าน้ำจากอำเภอพะโต๊ะจะถูกผันให้กับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในเขตหลังสวน ถามว่าภาครัฐจะเอาน้ำที่ไหนมาใช้และจากการศึกษา พ.ร.บ.น้ำที่เพิ่งบังคับใช้ซึ่งเป็นของรัฐ ประชาชนจะถูกปิดปากไม่สามารถกล่าวอ้างอะไรได้ สรุปตายสนิทประชาชนไม่รู้จะเอาอะไรไปต่อสู้

        นายสมโชค  กล่าวอีกว่า ถ้าโครงการแลด์บริดจ์เกิดขึ้นจริงกฎหมายทั่วไปใช้ไม่ได้ ต้องเป็นกฎหมาย พ.ร.บ.แลนด์บริดจ์ ละเมิดสิทธิ์ประชาชนอย่างรุนแรงแต่ถูกกฎหมาย  ถามว่าภาคประชาชนจะไปร้องเรียนที่ไหน วันนี้คาดหวังว่ายื่น

หนังสือให้ สนข.เล็งเห็นความสำคัญคนอำเภอพะโต๊ะหรือใกล้เคียงที่ดีรับผลกระทบ ระบบการขนส่งจากอ่าวไทย-อันดามัน ใช้เวลาเพียงเท่านั้นเท่านี้ทุกอย่างใช้คำสมมุติฐานคาดว่าจะมีเรือมาใช้ แต่ถ้าเรือไม่มาเงินกู้กว่า 1 ล้านล้าน ใครรับผิดชอบซึ่งเป็นภาษีประชาชนผูกพันถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน

          นายสมโชค ยังยกตัวอย่างสิงคโปร์ว่าไม่มียางพาราสักต้นทำไมสิงคโปร์เป็นตลาดกลางยางพารา สิงคโปร์ไม่มีน้ำมันมากมายเหมือนไทย แต่ทำไมใช้เป็นประเทศเปรียบเทียบน้ำมันทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ผู้นำ ทั้งนี้นายสมโชคเปิดเผยว่า

โครงการแลนด์บริดจ์เปรียบเสมือนตอหม้อหรือเสาหลักของโครงการอุตสาหกรรมขนาดเล็กใหญ่จะตามมาก่อสร้าง ซึ่งจะเกิดปัญหาหลักคือเรื่องการเกษตรกรถูกแย่งน้ำไปใช้ในภาคอุตสากรรมหนักและเบาซึ่งเป็นเรื่องน่าวิตกในระยะยาว” โดยกลุ่มตัวแทนชาวบ้านให้เหตุผลในปัญหาบางส่วนเท่านั้นการออกมาคัดค้านครั้งนี้

..................................................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระทึกทั้งเมือง! หม้อแปลงบึ้มสนั่นชุมพร ไฟลุกท่วมสายสื่อสาร ชาวบ้านกรีดร้องวิ่งหนีตาย วุ่นไฟดับเกือบทั้งเมือง

ทลายเครือข่ายยาเสพติดเมืองชุมพร! รวบ “ไมโล บางหมาก” พร้อมเมีย

ชนสนั่นกลางถนน! สิบล้อจอดขวางทางจยย.พุ่งอัดท้ายเสียชีวิต 1 ราย