ชุมพรยังอ่วม! วิกฤตน้ำมันลามหนัก ดีเซลขาด ปชช.เข็นรถเข้าปั๊ม

รูปภาพ
  เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในจังหวัดชุมพรยังคงอยู่ในระดับวิกฤต โดยเฉพาะ “น้ำมันดีเซล” ที่มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เนื่องจากชุมพรเป็นเส้นทางหลักเชื่อมต่อสู่ 14 จังหวัดภาคใต้ ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำมันสูงกว่าพื้นที่ทั่วไป สถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายเพชรเกษม และถนนสายเอเชีย 41 ต่างประสบปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอสำหรับสำรองรองรับผู้ใช้บริการจำนวนมาก ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่ยังมีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันสำหรับภาคการเกษตรและการประมง ทำให้ความต้องการยิ่งเพิ่มสูงขึ้น   ผู้ดูแลสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งริมถนนสายเอเชีย 41 เปิดเผยว่า ปัจจุบันสามารถสั่งน้ำมันเข้ามาจำหน่ายได้น้อยกว่าความต้องการอย่างมาก จึงจำเป็นต้องจำกัดปริมาณการเติมเพื่อกระจายให้ทั่วถึง โดยรถยนต์ส่วนบุคคลสามารถเติมได้ไม่เกิน 500 บาทต่อคัน แม้บางรายจะต้องการเติม 1,000 บาท ทางปั๊มก็ไม่สามารถให้บริการได้ พร้อมย้ำว่า “อยากขาย แต่ไม่มีน้ำมันจะขาย”   ผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ยังทำให้สถานีบริการน้ำมันบางแห่งต้องปรับลดจำนวนพนักงานหน้...

สืบเมืองชุมพรขยายผลตามรวบยกครัวผัวเมียและแม่ลูกทั้งค้าทั้งเสพ

 

           โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.สกฤชญ สุขนิตย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองชุมพร ว่า จากการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “ No Drugs No Dealers ”ของ สภ.เมืองชุมพร โดยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม  68 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว นายอัศนี หรือต้น  ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยนายอัศนี  

ขอใช้สิทธิเพื่อเป็นประโยชน์ในการกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติดเพื่อบรรเทาโทษ โดยให้ข้อมูลว่า ตนเองได้ซื้อ “ยาบ้า” กับผู้ใช้งานบัญชีเฟสบุ๊ครายหนึ่ง ซึ่งอยู่ที่หมู่บ้านบางเป้ง ต.ตากแดด อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร และตนทราบว่า น.ส.แหม่มฯ หรือ น.ส.อนงค์เลขา 


            จากกนั้นจึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ปิยพล ฉัตรภูมิ สว.สส.สภ.เมืองชุมพร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองชุมพร ได้เดินทางไปตรวจสอบ จนทราบว่า น.ส.แหม่ม หรือ น.ส.อนงค์เลขา ฯ ชาวม.4 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร จึง

ได้รายงานผู้บังคับบัญชาได้ทราบก่อนจะนำกำลังเข้าทำการตรวจค้นจับกุม  ด้วยวาจา และ เมื่อไปถึงพบว่าประตูบ้านปิดอยู่และมีรถ จยย. จอดอยู่ข้างบ้าน ประมาณ 3 คัน จึงได้เคาะประตูเรียกผู้อาศัยออกมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทราบว่ามีคนอยู่ในบ้านเนื่องจากมีเสียงดังออกมาจากด้านใน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกและรออยู่ครู่หนึ่ง


        จนนางอนงค์เลขา  ได้เปิดประตู เจ้าหน้าที่ได้แสดงตนเป็นตำรวจปฏิบัติหน้าที่นอกเครื่องแบบพร้อมแสดงบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และอธิบายเหตุที่มาตรวจสอบให้ น.ส.อนงค์เลขา  ทราบ จึงขออนุญาตเข้าตรวจสอบผ่านในบ้านหลัง

ดังกล่าว พบนายกฤษดา หรือมิล ฯอายุ 19 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของนางอนงค์เลขา นายสำราญ หรือแดง ฯอายุ 34 ปี ชาวม.4 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร และ น.ส.วราตรี อายุ 31 ปี ชาวม.8 ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ซึ่งทราบภายหลังเป็นภรรยาของนายสำราญ  โดยทั้งสามนั่งอยู่ด้านหลังบ้านบริเวณห้องครัวในบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ตรวจค้นตัว


         พบยาบ้า จำนวน 21 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันหนาวด้านขวา ตัวที่นายสำราญสวมใส่  ต่อมาเจ้าหน้าที่สังเกตความผิดปกติในท่อระบายในห้องน้ำ ซึ่งฝากันขยะปิดไม่สนิท จึงได้เปิดดูพบว่ามียาบ้าซุกซ่อนอยู่ในท่อ จำนวน 2 ถุง จึงนำขึ้นมา ถุงแรก 151 เม็ดและถุงที่สอง 40 เม็ด โดยนางอนงค์เลขา รับว่ายาบ้า 40 เม็ด เป็นของตนที่นำมาทิ้งใส่ท่อ

ติดต่อปั้มเค.เอสรุ่งเรืองออยล์ โทร.092-3150830

ระบายน้ำก่อน และนายสำราญ ได้นำยาบ้าจำนวน 151 เม็ดมาทิ้งท่อระบายน้ำหลังตน ก่อนที่ตนจะออกไปเปิดประตู ส่วนอีกสามคนก็ไปนั่งอยู่ในครัว ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ  โดยบุคคลที่อยู่ภายในบ้านข้างต้นและยอมรับว่าเสพยาบ้ากันทุกคน


          เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมายัง สภ.เมืองชุมพร  พร้อมสอบสวนนางอนงค์เลขา  ได้การว่า ได้ซื้อมาจากนายสำราญ จำนวน 100 เม็ด ในราคา 3,000 บาท ส่วนเงินจะทยอยจ่าย จากนั้นได้ใช้เสพ โดยตนและลูกชายได้เสพวันละ 10-20 เม็ด และเหลือ 40 เม็ดตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบ ในขณะที่ นายสำราญ ให้การรับสารภาพว่า ตนได้จำหน่ายยาบ้าให้กับ นางอนงค์เลขา จริง และยาบ้าของกลางที่พบในท่อระบายน้ำ จำนวน 151 เม็ด และที่พบในกระเป๋าเสื้อกันหนาวของตน จำนวน 21 เม็ด เป็นของตนเองจริง


               โดยนายสำราญ  ยังรับสารภาพว่า ยาบ้าของกลาง ตนซื้อมาจากนายกตัญญู หรือโจ  จำนวน 1 ถุง ประมาณ 200 เม็ด ในราคา 4,000 บาท ใช้วิธีการชำระเงินแบบทยอยจ่าย ซึ่งได้ไปติดต่อขอซื้อยาบ้าจากนายกตัญญุ ซึ่งทำงานเป็นช่างอยู่ที่ร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งหนึ่ง และได้รับยาบ้ามาดังกล่าวมาเมื่อวานนี้ก่อนถูกจับกุมดังกล่าว


          เจ้าหน้าที่จึงได้นำทั้งสี่คนส่ง รพ.ตรวจปัสสาวะ พบสารเสพติดทั้งหมด จึงได้แจ้งข้อกล่าวกับนายสำราญ  “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองโดยเพื่อจำหน่าย  โดยกระทำเพื่อการค้า/เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วน นางอนงค์เลขา หรือแหม่ม นายกฤษดา หรือมิล ลูกชาย และ น.ส.วราตรี  ภรรยานายสำราญ โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต”  ก่อนนำตัวทั้งผัวเมีย และแม่ลูก พร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพรดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

.....................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สืบสวีบุกจับคาบ้าน!เปิดขายยาบ้า 24 ชม.เหมือนร้านสะดวกซื้อยึดเกือบ 8 พันเม็ด

รถพ่วงหักเลี้ยวแวะกินข้าวทับจยย.เด็กม.1กับเพื่อนวัย 16 ปีดับ 2 ราย

ผอ.รพ. รุดร่วมสวดศพ–มอบเงินเยียวยา พ่อแม่ทารกวัย 1 วันสิ้นใจ หลังปอดติดเชื้อจากสำลักน้ำเทา