น้ำใจช่างเพียว! เปิดกรรไกรตัดผมฟรีทั่วชุมพรนานกว่า 2 ปี ช่วยลดภาระปชช. นักเรียนได้ฝึกฝีมือ คนรับบริการประหยัดเงิน

รูปภาพ
  เรื่องราวดี ๆ ที่น่าชื่นชมในจังหวัดชุมพร เมื่อเจ้าของร้านตัดผมชื่อดังใจดี นำทีมช่างและนักเรียนตัดผม ออกให้บริการตัดผมฟรีแก่ประชาชนตามชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ มีผู้สนในใช้บริการวันละ 10-20 คน มาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 ปี มีประชาชนทุกช่วงวัยเข้ารับบริการแล้วนับพันคน   ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 บริเวณชายทะเลปากน้ำชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร พบทีมช่างตัดผมจากร้าน “นายหัวคัทอะคาเดมี่” นำโดยนายพงษ์บัณฑิต นวลเพชรทอง หรือ “ช่างเพียว” อายุ 38 ปี พร้อมแฟนสาวและนักเรียนช่างทั้งชายและหญิง ออกหน่วยให้บริการตัดผมฟรีแก่ประชาชน   บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนตั้งแต่วัยกลางคนไปจนถึงผู้สูงอายุเดินทางมาใช้บริการกันอย่างต่อเนื่อง จนต้องรอคิว โดยบรรยากาศริมทะเลมีลมพัดเย็นสบาย ประกอบกับแสงแดดยามเย็นที่กำลังคล้อยต่ำ ทำให้การตัดผมกลางแจ้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง ด้านคุณไพรินทร์ อายุ 65 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเดินทางมาใช้บริการเป็นครั้งแรก เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจและประทับใจมาก พร้อมขอบคุณเจ้าของร้านและทีมช่างทุกคนที่เสียสละเวลามาให้บริการฟรี ...

ชาวบ้านเปิดเวทีชำแหละ "โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง" จวกนายกฯ เศรษฐา เอาโครงการไปขาย

ชาวบ้านเปิดเวทีชำแหละ "โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง" จวกนายกฯ เศรษฐา เอาโครงการไปขาย ทั้งที่ไม่เคยลงพื้นที่เลย ระบุไม่พร้อมเสียสละ ให้นายกฯ นำพื้นที่
การเกษตร แหล่งน้ำ ไปพัฒนาอุตสาหกรรม
วันนี้ (15 พ.ย.2566) ที่อบต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร สภาประชาชนภาคใต้ และภาคีเครือข่ายได้จัดเวที ชำแหละโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง - ชุมพร ใครได้ใครเสีย โดยมีผู้ร่วมประมาณ 500คน
ช่วงท้ายของกิจกรรม ตัวแทนชาวบ้านได้อ่านแถลงการณ์ “หยุดแลนด์บริดจ์ ระนอง - ชุมพร หยุดความคิดยกแผ่นดินภาคใต้ให้กลุ่มทุนต่างชาติ” ระบุว่า
             สนับสนุนโดย อีซูซุสาขาสวี

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียง เศรษฐกิจ
ภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือ โครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง - ชุมพร ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา
โดยที่ประชุมได้รับทราบและมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนต่างประเทศ (Road Show) ในทันที พร้อมกับการพัฒนาโครงการเพื่อนำมาประกอบในการจัดทำร่างเอกสารเชิญชวนผู้ประกอบการมาลงทุน เพื่อให้มีการร่วมลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ
สนับสนุนโดย ร้านเค.เอส.รุ่งเรืองเกษตรภัณฑ์

ซึ่งหมายถึงโครงการก่อสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ที่ระนอง-ชุมพร โครงการรถไฟรางคู่ที่จะต้องเชื่อมต่อกับสองท่าเรือ โครงการนิคมอุตสาหกรรมและปิโตรเคมีจำนวนหลายหมื่นไร่ และยังต้องมีโครงการสัมปทานแหล่งหินเพื่อถมทะเล
โครงการก่อสร้างเขื่อนเพื่อจัดหาแหล่งน้ำ ซึ่งทั้งหมดนี้ รัฐบาลกำลังทำลายฐานทรัพยากรทุกอย่างที่พวกเรามี เพื่อยกให้กับกลุ่มทุนต่างชาติทั้งสิ้น เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะได้ประโยชน์คือผู้ที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการที่หมายถึงกลุ่มทุนต่างชาติ
และรวมถึงผลประโยชน์เฉพาะหน้า ที่จะได้กับนักการเมือง และกลุ่มทุนรับเหมาก่อสร้างเพียงบางกลุ่มเท่านั้น และสุดท้ายเราพวกเราต้องเป็น “ผู้เสียสละ” ที่จะต้องยินยอมทุกอย่างภายใต้วาทกรรมที่พวกท่านตอกย้ำเสมอว่า เพื่อความเจริญและความมั่งคั่งของประเทศนี้
             สนับสนุนโดย อีซูซุสาขาสวี

แถลงการณ์ระบุว่า พวกเราชาวระนอง ชุมพร และภาคีเครือข่ายทั่วภาคใต้ที่มารวมตัวกัน ในนามสภาประชาชนภาคใต้

ขอบอกกับท่านว่า พวกเราไม่พร้อมที่จะเสียสละสิ่งที่เรามีอยู่ทั้งหมด อันเป็นฐานศักยภาพของผืนดินแห่งนี้ ทั้งทะเลชายฝั่ง ที่ดินทำกิน
สวนทุเรียน สวนผลไม้ แหล่งน้ำ ป่าไม้ ภูเขา ตลอดไปถึงสังคมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตพื้นถิ่นของพวกเรา
ด้วยการปล่อยให้รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ เศรษฐา ทวีสิน ที่กำลังถือวิสาสะ ว่าเป็นผู้นำประเทศแล้ว จะดำเนินการอย่างไรกับพวกเราก็ได้ เพียงอ้างคำว่า “พัฒนา” และจะทำให้ประเทศนี้เจริญขึ้น แล้วออกเดินสายเพื่อขายทุกอย่างที่พวกเรามีให้กับใครก็ได้
โอกาสนี้ เราขอประกาศร่วมกันว่า เราจะไม่ยอมปล่อยให้ท่านนำศักยภาพและฐานทรัพยากรทั้งหมดนี้ ประเคนให้กับกลุ่มทุนต่างชาติ และตอบสนองความต้องการของนักการเมืองและคนบางกลุ่มภายในประเทศ
ภายใต้โครงการขนาดใหญ่ที่ชื่อ “แลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร” ทั้งขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า พวกเราจะร่วมกันคัดค้านโครงการนี้ร่วมกันอย่างถึงที่สุด จนกว่ารัฐบาลจะหยุดโครงการนี้แถลง ณ แผ่นดิน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร”
ด้าน น.ส.วิไลวรรณ ยอดไหม กล่าวว่า เวทีชำแหละ โครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร เป็นเวทีที่ดีมาก นักวิชาการหลายคนให้ข้อมูลที่แตกต่างจากข้อมูลของรัฐบาลอย่างสิ้นเชิง
 รัฐบาล โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และหน่วยงานที่เข้ามาให้ข้อมูลชาวบ้านไม่น่าเชื่อถือ นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ก็ไม่เคยเห็นพื้นที่จริง แต่ไปขายโครงการที่อเมริกาแล้ว แบบนี้ไม่ถูกต้อง
รัฐบาลต้องมีความละเอียดรอบคอบ ในการทำโครงการ เช่น การทำนิคมอุตสาหกรรมหลายหมื่นไร่ จะใช้น้ำจากไหน มลพิษจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ใครจะรับผลกระทบบ้าง รัฐบาลไม่เคยชี้แจงนายกฯ ก็ไม่เคยพูด เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดโครงการ

..................................

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปริศนากลางถนนเอเชีย 41! อดีตรองนายก อบต.วิสัยใต้ เสียชีวิตข้าง จยย.

หนุ่มวัย 18 ถูกยิงดับกลางบ้านเช่า ปมรักสามเส้า มือยิงวัย 20 ขับรถหลบหนี ตำรวจเร่งล่าตัว

ตร.ชุมพรรวบอามือยิงหนุ่ม 18 ปี หลังก่อเหตุซิ่งฟอร์จูนเนอร์พาหลานหนี