“ชวน” สวมวิญญาณสิงห์ใต้ บุกชุมพร! ปลุกรักษาศักดิ์ศรี สกัดกั้นการเมือง “ใช้กระสุน”

รูปภาพ
  ชุมพรเดือด! “มีดโกนอาบน้ำผึ้ง” ลงพื้นที่โค้งสุดท้าย ช่วยผู้สมัคร ปชป. เขต 1 ตลาดสดหมอพนัส ลั่นกลองรบชูธง “การเมืองสุจริต” อัดยับพวกหวังร่วมรัฐบาลจนทำพรรคเล็กลง ย้ำคนใต้ต้องไม่ขายเสียง เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งจังหวัดชุมพรเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายอย่างดุเดือด เมื่อนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยนายสุรชัย แดงละอุ่น ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ณ ตลาดสดหมอพนัส ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ​นายชวนยังคงรักษาเอกลักษณ์นักการเมืองอาวุโส “นอบน้อม สุภาพ แต่เฉียบคม” เดินทักทายประชาชนแบบเคาะประตูใจ เพื่อดึงฐานเสียง “แฟนคลับรุ่นใหญ่” ที่มีความผูกพันกับพรรคมาอย่างยาวนาน พร้อมประกาศฝากนายสุรชัย คนรุ่นใหม่ของพรรคให้เข้ามารับไม้ต่อ พัฒนาบ้านเกิดด้วยอุดมการณ์ความซื่อสัตย์ ​สับเละพวกอยากร่วมรัฐบาลจนตัวสั่น ทำพรรคเสื่อม   ​ไฮไลท์สำคัญเมื่อนายชวนขึ้นรถปราศรัยเคลื่อนที่กลางตลาด สวมวิญญาณ “มีดโกนอาบน้ำผึ้ง” วิพากษ์สถานการณ์ภายในพรรคและภาพรวมการเมืองอย่างเผ็ด...

จับแล้วฆ่าทิ้งน้ำชาย 64 พบสพลอยอยู่ในสระน้ำที่แท้เป็นพระ

 

รวบแล้วคนร้ายฆ่าชายวัย 64 ปีทิ้งศพในสระน้ำ ที่แท้คือพระที่จำพรรษาอยู่สำนักสงฆ์ใกล้ที่เกิดเหตุสาวนสาเหตุ  เจ้าตัวอ้าง ทนรบเร้าจะเอาอาหารไม่ไหว จึงทะเลาะก่อนใช้ช้อนกินข้าวเป็นอาวุธกระหน่ำแทง

สนับสนุนโดย อีซูซุสาขาสวี

         จากกรณีที่นายศุภพงศ์ ได้หายออกไปจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางภรรยาพร้อมญาติ ได้ออกค้นหาตลอดทั้งวันทุกที่คิดว่าสามี เคยไปอยู่เป็นประจำ เช่นโบราณสถานถ้ำเขาปีบซึ่งมีพระจำพรรษาอยู่สองรูป และทั้งคู่

อ้างว่าไม่พบหน้าโยมศุภพงศ์ เช่นกัน จนกระทั่งเช้าของวันที่ 15 มิถุนายนได้มีชาวบ้านมาพบเป็นศพที่ทำร้ายด้วยของเหล็กแทงเข้าที่ในหน้าที่บนศีรษะหลายแผลลอยน้ำอยู่ในสระน้ำหน้าสวนปาล์มของชาวบ้าน และอยู่เยื้องกับโบราณสถาน เพียง 200 เมตร โดยมีรางรถไฟกั้นกลาง

สนับสนุนโดย ร้านเค.เอส.รุ่งเรืองเกษตรภัณฑ์

           ล่าสุดจากการลงพื้นที่จากตำรวจชุดสืบสวน ภาค 8 และตำรวจชุดสืบสวน สภ.ทุ่งตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ได้ลงสอบปากคำพระทั้งสองรูป พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเปรียบเทียบ คัดจากความเป็นจริงเนื่องจาก การสอบปากคำพระสองพ่อลูก ที่อ้างว่า ทุกเช้าจะออกเดินบิณฑบาตตั้งแต่เช้าเวลา 05.30 น.และจะกลับในเวลาประมาณ 

08.30 น.โดยพระหัด ภูษา ซึ่งพ่อเดินหน้า และมีพระสุนย์ทร ภูษา  ลูกชายเดินตามหลัง ซึ่งเป็นอย่างนี้ทุกวัน แต่ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พบว่า ในวันเกิดเหตุ พบว่าในช่วงเช้าพระหัด เดินหน้าจริง โดยมีพระสุนย์ทร เดินตามหลังห่างกันเพียง 4 นาที

แต่ตอนขากลับพบว่าพระสุนย์ทร ได้เดินกลับเพียงลำพัง โดยพระหัด ผู้เป็นพ่อ เดินตามมาห่างกันประมาณนับชั่วโมง แต่ทั้งคู่ยังยืนยันว่า ห่างกันเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงได้นิมนต์เฉพาะพระสุนย์ทร มาสอบปากคำอีกครั้งที่ สภ.ทุ่งตะโก เพื่อเค้นหาข้อมูลที่เท็จจริงในช่วงดังกล่าว มาแล้ว ไปไหน ทำอะไร เพราะเป็นช่วงที่นายศุภพงศ์ หายตัวไปประกอบยังพบว่าบริเวณไหล่ขวาของพระสุนย์ทร มีร่อยรอยขีดข่วนแนวยาวซึ่งขัดกับคำกล่าวอ้างของพระสุนย์ทร ที่บอกว่ายุงกัด

สนับสนุนโดย เพิ่มพูลคาร์เซ็นเตอร์

             ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จนในที่สุด พระสุนย์ทร ยอมเปิดปาก ว่าหลังจากที่กลับจากบิณฑบาต กลับมาที่สำนัก ก็พบว่านายศุภพงศ์ มานั่งรอที่จะเอาอาหารจากตนทั้งที่ตนเองเพิ่งมาถึงและยังไม่ได้ฉันอาหารเลย จึงเกิด

กล้องวงจรปิดขัดแย้งกับคำให้การ

การทะเลาะกัน ถึงขั้นลงไม้ลงมือ และตนเองก็ใช้ช้อนสั้นเป็นอาวุธในการแทงนายศุภพงศ์จริง  ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำเกี่ยวกับพื้นที่บริเวณก่อเหตุตรงไหน และทำไมศพ จึงไปอยู่ในสระน้ำ

ช้อนที่ใช้ก่อเหตุ

           ซึ่งทางพระสุนย์ทร บอกเพียง จุดที่ทะเลาะทำร้ายกัน ตรงศาลาที่สำนัก ส่วนศพและรองเท้า ทำไมไปอยู่ตรงนั้นตนไม่รู้ เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไปทำการสึก และรอการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจาก พระสุนย์ทร หรือนายสุนทร เริ่มมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด ด้านพระหัด ภูษา ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า พระลูกชาย สุขภาพไม่ดี เคยผ่าสมองตั้งแต่

ยังเด็ก ด้วยสาเหตุจากอุบัติเหตุ และตนไม่รู้เลยว่าพระลูกจะมาก่อเหตุดังกล่าวได้หากวันนั้นตนเองกลับมาพร้อมเรื่องก็คงไม่เกิดแน่นอน เพราะพอจะห้ามปราบได้ ซึ่งเชื่อว่าพระลูกคงคุมอารมณ์ไม่ได้ เนื่องจาก อาการจะอ่อนไหว โมโหร้าย และบางครั้งก็จะนิ่งเงียบ

ถูกจับสึกดำเนินคดี

         พระหัด ยังบอกว่า ก็ปล่อยไปตามกฎหมายไปใครทำอะไรก็ได้เช่นนั้น ส่วนตนนั้นหลังจากนี้ก็จะเดินทางไป จ.อุดรธานี บ้านเกิด เพื่อจะจัดการเรื่องที่ทางเพื่อเก็บที่ดินส่วนหนึ่งไว้ให้กับนายสุนทร หลังจากที่พ้นคดีไว้ทำกินต่อไป

.......................................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้เสียหายกว่า 14 ราย แห่แจ้งความแม่ลูก–นายหน้า–ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมฉ้อโกง

เกษตรและสหกรณ์ชุมพรเตือนรับมือภัยแล้ง – งดเผาในพื้นที่เกษตร

กอ.รมน.ชุมพร ลงพื้นที่ตรวจสอบไฟส่องสว่างสะพานดับนานกว่า 6 เดือน พบถูกลักตัดสายไฟเสียหายเกือบทั้งหมด