ลูกคลั่งยาจะฟันพ่อ ถูกฟันกลับคอหวิดขาด

รูปภาพ
  เกิดเหตุสลดใจรับค่ำคืนวันศุกร์ พ่อสุดทนพฤติกรรมลูกชายแท้ๆ เมายาคลุ้มคลั่งถือมีดบุกเข้าทำร้ายหวังเอาชีวิต ขณะกำลังก่อไฟย่างปลาหลังบ้าน เกิดการยื้อแย่งชุลมุนวุ่นวาย ก่อนคว้ามีดงอคู่กรณีฟันสวนกลับไม่ยั้งดับสลดคาที่ หลังก่อเหตุไม่ได้หลบหนี นั่งรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ   เมื่อเวลา  19.00 น.วันที่ 16 ตุลาคม 69 ร.ต.ท.ชวกุล สิทธิศักดื์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตถูกฟันด้วยอาวุธมีด ภายในบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ม.12 ตำบลหาดพันไกร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร , พ.ต.ท.สกฤชญ สุขนิตย์ รอง ผกก.สืบสวน , พ.ต.ท.สุรศักดิ์ พนัสนาชี รอง ผกก.(ป.)พร้อมกำลังชุดสืบสวน , ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพร , แพทย์ รพ.ชุมพร และชุดกู้ชีพกู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนยกพื้นสูง 1 เมตร ขนาดใหญ่ 3 ห้องนอน 1 ห้องโถง 1 ห้องครัว ส่วนด้านข้างต่อเติมมุงหลังคาจากด้านหน้าเพื่อทำที่จอดรถ และไปถึงด้านหลังบ้านเชื่อมห้องครัวเพื่อทำเป็นที่ห้องครัวด้...

รวบทันควันหนุ่มตัวตึงสองพี่น้อง จอมโจรขโมยดะ ล่าสุดดอดเข้าไปลักเครื่องใช้ไฟฟ้าในโครงการพระเทพฯ

 

วันที่ 19 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ธเนศ มีทอง ผกก.สภ.สลุย  อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งจาก นายหนูไกร วงธรรม กำนัน ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ว่าได้มีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์สินภายในอาคารสำนักงานโครงการ

สนับสนุนโดย อีซูซุสาขาสวี

อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯจึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วิจิตร สามัญเมือง สว.สืบสวน สภ.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมชุดปฏิบัติการร่วม ประกอบด้วย ร.ท.มานะ ขำบุรี

 หน.ชป.กร.กกล.เทพสตรี และ นายสมพูล มีสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้าน พร้อม นายราม หมวดภักดี ผช.ผญบ.ม.1 ต.สองพี่น้อง เดินทางไปตรวจสอบพร้อมพนักงานสอบสวน สภ.สลุย

สนับสนุนโดย ร้านเค.เอส.รุ่งเรืองเกษตรภัณฑ์

               ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบบริเวณประตูอาคารสำนักงานถูกงัดเปิดจนพังเสียหาย และภายในอาคาพบว่า เครื่องขยายเสียง ยี่ห้อ PK Audio สีดำ ,คอมเพรสเซอร์แอร์ ยี่ห้อ SUMSUNG และคอมเพรสเซอร์แอร์ตู้เย็น หายไป นอกจากนี้

จากการตรวจสอบยังพบว่าสายไฟฟ้านอกและในอาคารบางจุดถูกตัดไปอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บพยานหลักฐานต่างๆเพื่อรวบรวมนำไปสู่การติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้

สนับสนุนโดย เพิ่มพูลคาร์เซ็นเตอร์

               ในขณะที่ทาง พ.ต.ท.วิจิตร สามัญเมือง สว.สืบสวน สภ.สลุย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สามฝ่าย รุดไปยังบ้านผู้ต้องสงสัย รายหนึ่ง ซึ่งมีบ้านผู้ต้องสงสัยรายนี้อยู่ใกล้กับโครงการพระเทพฯ ชื่อ นายธวัชชัย   หรือหนุ่ม อายุ 33 ปี ชาวม.4

พาชี้จุดขณะเข้าลักทรัพย์

ต.สองพี่น้อง  อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยมีพฤติกรรมในการก่อเหตุ ลักทรัพย์สินต่างๆ ในพื้นที่อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะสายไฟในที่สาธารณะ และของชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันติดตามสอดส่อง เพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุให้ได้  โดยสืบทราบและเฝ้าติดตามพฤติกรรม ซึ่งเคยมีพฤติการณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอยู่ก่อนหน้านี้  

สนับสนุนโดย สวนน้ารวยพันธุ์ไม้

               โดยบ้านเป้าหมายเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ด้านหน้าของบ้านเป็นโรงเรือนกว้างขวาง ปลูกท่ามกลางบ้านเรือนของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่พบตัวนายธวัชชัย กำลังนั่งอยู่บริเวณโต๊ะไม้หน้าบ้าน โดยบนโต๊ะพบเครื่องขยายเสียง เสียง ยี่ห้อ PK

 Audio สีดำ ซึ่งต่ออยู่กับลำโพงประดิษฐ์เองตั้งวางอยู่บนโต๊ะนั้น  โดยทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองซึ่งเคยมาใช้บริการของอาคารในโครงการพระเทพฯ จำได้ว่าเป็นของโครงการพระเทพฯที่หายไป

          สอบถาม นายธวัชชัย ยอมรับว่า เป็นเครื่องขยายสียงที่ตนเองเข้าไปขโมยมาจากอาคารในโครงการพระเทพฯ จริง แล้วนำมาต่อลำโพงฟังเพลงที่บ้าน  เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเข้าทำการตรวจค้นภายในบ้าน เพื่อหาทรัพย์สินที่หายไป จนพบว่า คอมเพรสเซอร์แอร์ ยี่ห้อ SUMSUNG และคอมเพรสเซอร์แอร์ตู้เย็น แอบซุกซ่อนอยู่ในบ้าน และยังตรวจค้นกระเป๋าสะพายของนายธวัชชัย พบอาวุธมีดขนาดเล็กอยู่ในกระเป๋า จำนวน 1 เล่ม สอบถามให้การว่ามีดดังกล่าวนั้นตนเองได้เอาไว้ใช้ตัดสายไฟ 

          เจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาสอบปากคำเพิ่ม โดยในเบื้องต้นจากการสอบสวน นายธวัชชัย ให้การรับสารภาพว่า ของกลางทั้งหมดนั้น ตนเองได้เข้าไปลักมาจากในอาคารโครงการพระเทพฯ จริง โดยเดินเท้าจากบ้านแล้วมุดรั้วลวดหนาม จากนั้นได้เข้าไปในอาคารนำสิ่งของออกมา นำกลับมาไว้ที่บ้านและสิ่งของและลวดทองแดงที่ได้มาจะนำไปขายที่บริเวณร้านค้าของเก่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่มาบอำมฤต อ.ปะทิว จ.ชุมพร เพื่อนำได้เงินมาก็เอามาใช้จ่าย

เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา "ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือ ทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ หรือรับของโจร”ก่อนนำตัวทำแผนชี้จุดต่างๆที่ทิ้งของกลาง เส้นทาง ตามความสมัครใจเพื่อใช้ประกอบคำรับสารภาพ   ก่อนส่ง พงส. สภ.สลุย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

...........................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปริศนากลางถนนเอเชีย 41! อดีตรองนายก อบต.วิสัยใต้ เสียชีวิตข้าง จยย.

หนุ่มวัย 18 ถูกยิงดับกลางบ้านเช่า ปมรักสามเส้า มือยิงวัย 20 ขับรถหลบหนี ตำรวจเร่งล่าตัว

ผงะ! พบศพชายลอยคลองท่าตะเภา ใกล้ท่าเรือประมงชุมพร