แค้นฝังใจลั่นไกดับกลางสวนปาล์ม! หนุ่มวัย 36 ถูกจ่อยิง 9 มม. ดับคาพงหญ้า

รูปภาพ
  เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่บ้านกลาง หมู่ 14 ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เมื่อชายวัย 36 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเสียชีวิต ก่อนร่างจะไปล้มสิ้นใจอยู่ในพงหญ้าห่างจากกระท่อมพักกลางสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สลุย พร้อมชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน   เบื้องต้นตำรวจมุ่งเป้าสอบสวนไปยังคู่อริรายหนึ่งที่ถูกพยานเห็นขับรถกระบะเข้ามาในพื้นที่ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่นาน ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตเผยปมขัดแย้งส่วนตัวซึ่งเกี่ยวพันกับเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวและปัญหาเงินทอง อาจเป็นชนวนสำคัญที่นำไปสู่เหตุสลดในครั้งนี้   เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ร.ต.อ.ธีระพร คงนวล รองสารวัตรสอบสวน สภ.สลุย รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในสวนปาล์มน้ำมัน พื้นที่บ้านกลาง หมู่ 14 ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาก่อนนำกำลังเข้าตรวจสอบร่วมกับ พ.ต.อ.สมภพ เชื้อทอง ผู้กำกับการ สภ.สลุย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพร แพทย์เวรโรงพยาบาลท...

อดีตผช.ผญบ.ไม่เกรงอิทธิพลรุดพบผู้ว่าฯชุมพรเร่งรัดคดีกำนันจ้างวานบุกรุกป่า

 

      อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพร้อมภรรยาและลูกชายเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและคลิปวีดีโอเป็นหลักฐาน โดยกำนันคนหนึ่งรับว่าจ้างให้บุคคลอื่นเข้าบุกรุกป่าจำนวน 10 ไร่ พื้นที่หมู่ 6 ตำบลสลุย 



อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ส่วนการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวเป็นคดีความอยู่ที่สภ.สลุยแต่ยังไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งกำนันคนดังกล่าวลั่นไว้ว่า “ไม่มีใครทำอะไรตนได้” ผู้ร้องซึ่งเกรงว่าคดีไม่มีความคืบหน้าจึงเดินทางเข้าพบร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรรับทราบและติดตามคดีความอย่างใกล้ชิด



      สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา นายสายศิริ  มากประดิษฐ์  อายุ 77 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  ชาวบ้านหมู่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พร้อมด้วยภรรยาและนายธนธร  มากประดิษฐ์  อายุ 56 ปี เดินทางเข้าพบนายเธียรชัย  ชูกิตติวิบูลย์  ผู้ว่าฯจ.ชุมพร ที่ห้องประชุมเกาะลังกาจิว ศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร เข้ารับฟังปัญหาดังกล่าวด้วย



        นายสายศิริและนายธนธร ผู้ร้องให้ข้อมูลว่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯอยู่ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้องและตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เนื้อที่ 1,900 ไร่ โดยมีประชาชนได้เสียสละที่ดินเพื่อทำป่าชุมชน อนุรักษ์ป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า เป็นแหล่งผลิตน้ำตามธรรมชาติ และเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน อนุรักษ์หวงแหนถวายพระเทพฯ



       ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 นายสายศิริฯ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในฐานะคนเก่าคนแก่ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯซึ่งได้ดูแลพื้นที่โครงการฯเป็นประจำ จะมีส่วนหน่วยงานราชการเข้ามาดูแลด้วยคือเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรจังหวัดรับผิดชอบ  ขณะนั้นได้เจอคนกลุ่มหนึ่งจำนวน 7 คน ซึ่งตามที่ได้เห็นพบว่าเป็นคนที่ไม่รู้จักหรือเคยเห็นกับบุคคลดังกล่าวเลยกำลังแผ้วถางด้วยมีดงอ กันอย่างสนุกมือโดยไม่คิดถึงความผิดของกฎหมายบ้านเมืองแต่อย่างใด ปรากฏว่าป่าถูกแผ้วถางไปแล้วประมาณ 10 ไร่ จึงได้เข้าไปห้ามปรามกลุ่มบุคคลดังกล่าวจึงล่าถอยไป


ผู้ว่าฯจ.ชุมพร

       หลังจากนั้นนายสายศิริฯผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นเรื่องแจ้งไปยังสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร และได้ส่งเรื่องต่อไปที่ว่าการอำเภอท่าแซะ ด้านปลัดอำเภอพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เดินทางเข้าพื้นที่ตรวจสอบพร้อมทั้งได้ทำการติดป้ายตรวจยึดพื้นที่เพื่อดำเนินคดี ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเรื่องคดีความอยู่ที่สภ.สลุย แต่ผ่านมาประมาณ 2 สัปดาห์ ไม่มีความคืบหน้าอีกทั้งกำนันคนดังกล่าวเคยลั่นไว้ว่า “ไม่มีใครทำอะไรเขาได้” เกรงว่าเรื่องการบุกรุกป่าจะเงียบ จึงเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้รับทราบและเร่งดำเนินการติดตามต่อไป

       ภายหลังผู้ร้องได้แจ้งความประสงค์การเข้าพบและยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมทั้งนำเอาคลิปวีดีโอที่บันทึกบทสนทนาของกำนันรายหนึ่ง อ้างว่าเป็นผู้จ้างวานให้ผู้อื่นเข้าไปบุกรุกแผ้วถาง ส่งให้กับมือผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเก็บไว้ตรวจสอบ

      ด้านนายเธียรชัยฯ ผู้ว่าฯจ.ชุมพร เปิดเผยว่า รับปากว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพราะเป็นคดีความแล้วเรื่องอยู่ที่สภ.สลุย  เบื้องต้นทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เท็จจริงประการใดขอตรวจสอบตามพยานหลักฐานที่ปรากฏก่อน  หากมีความผิดจริงก็จะลงโทษทางวินัยอย่างแน่นอน ผู้ว่ามาทำงานให้คนชุมพร ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใครไม่ต้องกังวล” ผู้ว่าฯ กล่าว

....................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระทึกทั้งเมือง! หม้อแปลงบึ้มสนั่นชุมพร ไฟลุกท่วมสายสื่อสาร ชาวบ้านกรีดร้องวิ่งหนีตาย วุ่นไฟดับเกือบทั้งเมือง

ทลายเครือข่ายยาเสพติดเมืองชุมพร! รวบ “ไมโล บางหมาก” พร้อมเมีย

ชนสนั่นกลางถนน! สิบล้อจอดขวางทางจยย.พุ่งอัดท้ายเสียชีวิต 1 ราย