นักบุญ “ตั้งโรงครัวทิพย์” ช่วยน้ำท่วม

รูปภาพ
  อีกแล้ว “ลูกเฟิร์ส - ปลาวาฬ” คนดังชุมพร คราบนักบุญ “ตั้งโรงครัวทิพย์” ช่วยน้ำท่วม "อ.เบียร์-ขวัญ อุษามณี" โอนให้เกือบ 2 แสน เตรียมแจ้งความ ผงะพระดัง ดาราดัง คนดังอีกหลายคนโดนด้วย   อ.เบียร์-ขวัญ อุษามณี เตรียมเข้าแจ้งความ หลังโดนมิจฉาชีพคราบนักบุญอ้างเป็นจิตอาสาตระเวนต้มตุ๋นหลวงลวงหาเงินช่วยเหลือน้ำท่วม หลอกให้โอนเงินเกือบ 2 แสนบาท มารู้ทีหลังเอาเงินไปเที่ยวผับ พบมีคนดัง พระดัง ตกเป็นเหยื่อเพียบ   "อ.เบียร์-ขวัญ อุษามณี"(ผู้เสียหาย ) วันที่ 11 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม เตรียมเข้าแจ้งความที่ สน.ร่มเกล้า กรณีโดนคนแอบอ้างตัวเป็นจิตอาสา หลอกให้โอนเงินบริจาคช่วยน้ำท่วม จำนวน 149,000 บาท ทราบภายหลังว่า คนดังกล่าวได้เอาเงินไปเที่ยวผับ โดยมีคนเห็นและถ่ายคลิปไว้ได้   นอกจากนี้ ยังมีคนดังโดนหลอกอีกหลายคน อาทิ ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ จำนวน 36,000 บาท เปิ้ล นาคร ศิลาชัย จำนวน 20,000 บาท หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือ "พระสิ้นคิด" จำนวนเกือบ 200,000 บาท ทั้งนี้ อ.เบียร์ พร้อมด้วย ขวัญ อุษามณี จะเข้าแจ้งความในเวลา 12.00 น.วันนี้ ...

คนขับตู้ทึบใช้แอพเช็คด่านตำรวจ ขนแรงงานเมียนมาเถื่อน พลาดท่าขับแซงรถตำรวจทางหลวงไม่รอด

 

ตู้ทึบใช้แอพเช็คด่านตำรวจ แต่พลาดท่าขับแซงตำรวจทางหลวง เลยเรียกตรวจพบแรงงานต่างด้าวเถื่อนเต็มตู้ สารภาพทำมาแล้ว 5 ครั้ง แต่พลาดมาแซงเลยไม่รอด

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 21 เม.ย. 68 ขณะที่ ร.ต.อ.ปัญญาวุฒิ ทองคำ รอง สว. ส.ทล.4 กก. 2 บก.ทล.(ชุมพร),พร้อมด้วยตำรวจทางหลวงชุมพร ชุด ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.ชุมพร ประกอบด้วย



 ด.ต.สายชล  ตั้งวงค์, ด.ต.พัทธนันท์ แดงกระจ่าง และ ด.ต.วงศ์วริศ ทรัพย์คนาสกุล ได้นำรถวิทยุตรวจการณ์ 2401 ออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) กม.ที่ 480+500 (ขาออก) ตำบลวังไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

         จนพบรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX สีเทา ทะเบียน ผท 9293 นครปฐม มีลักษณะบรรทุกของหนัก ขับแซงขึ้นมาในช่องทางขวาด้วยความเร็วมุ่งหน้าลงใต้อย่างผิดสังเกต จึงได้ขับรถติดตาม พร้อมส่งสัญญาณเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ แต่รถยนต์คันดังกล่าวได้พยายามขับหลบหนี จนมาถึงเนินถ้ำกอง ก่อนถึงสถานีตำรวจทางหลวงชุมพร เพียง 200 เมตร คนขับได้ขับรถเลี้ยวซ้ายเข้าไปในถนนหมู่บ้านสายเพชรเกษม-ดอนเมือง แต่ด้วยไม่ชินทาง จึงยอมจอดริมทาง ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้น



        ทราบชื่อคนขับคือนายวิวัฒน์ฯ  อายุ 34 ปี ชาวตำบลวังหมี  อ.วังน้ำเขียว  จ.นครราชสีมา และมีนายลิขิต  อายุ 33 ปี ชาวซอยชุมชนเชิงสะพานคลองตัน  แขวงคลองตันเหนือ  เขตวัฒนา  กรุงเทพมหานคร นั่งโดยสารมาด้วยด้านเบาะซ้าย โดยทั้งสองมีท่าทางลุกลี้ลุกลนและแสดงท่าทางมีพิรุธ ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงคล้ายคนพูดคุยกันในตู้ทึบ จึงขอทำการตรวจค้น โดยได้รับความยินยอมจากทั้งสองเป็นผู้เปิดให้ตรวจสอบ




          พบแรงงานต่างด้าว จำนวน 17 ราย แบ่งเป็นชาย 11 ราย หญิง 6 ราย นั่งอัดอยู่กับกระเป๋าเดินทาง จำนวนมากภายในตู้ทึบ จากการตรวจสอบเบื้องต้นทุกคนไม่มีเอกสารมาแสดงแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายวิวัฒน์และนายลิขิต พร้อมแรงงานต่างด้าวทั้งหมดและรถของกลางมาสถานีตำรวจทางหลวงชุมพร เพื่อดำเนินการตรวจสอบโดยละเอียด

        จากการสอบสวนแรงงานต่างด้าวทั้งหมด โดยผ่านล่าม ทราบว่า เป็นชาวเมียนมา ที่นับถือศาสนาพุทธ จำนวน 5 คน นับถือศาสนาฮินดู 8 คน และนับถืออิสลาม 4 คน โดยทุกคนได้เดินทางมาจากรัฐยะไข่และเมาะละแมง มารวมตัวที่จุดพักบริเวณชายแดน จ.กาญจนบุรี ก่อนจะเดินเท้ามาเส้นทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 68 ขึ้นรถยนต์กระบะตู้ทึบในฝั่งประเทศไทย 3-4 คัน จนมาถึง จ.สมุทรสาคร วันที่ 20 เมษายน 68 มีคนคุมซึ่งเป็นชาวเมียนมา จัดการให้เข้าพักในบ้านเช่าโดยไม่ทราบว่าที่ไหน โดยคนคุมได้ให้ทุกคนอาบน้ำกินข้าว แล้วก็ขึ้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ออกมาเพื่อเดินทางไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยจะเสียค่านายหน้าคนละ 5 หมื่นบาท



           ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนนายวิวัฒน์ ได้ให้การรับสารภาพว่า บุคคลต่างด้าวทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางและเข้ามาโดยผิดกฎหมายจริง โดยตนเองพร้อมด้วยนายลิขิต ได้รับการว่ารับจ้างจากชาวเมียนมาชื่อ “ยินซัน”ให้ไปรับแรงงานเถื่อนทั้งหมดบริเวณมหาชัยเมืองใหม่ โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 40,000 บาท โดยได้รับเงินค่าน้ำมันล่วงหน้ามาแล้ว 10,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 30,000 บาท จะโอนให้หลังจากส่งบุคคลต่างด้าวถึงจุดหมายปลายทางแล้วสองวัน โดยจุดหมายปลายทางที่กำหนดคือรีสอร์ทแห่งหนึ่ง(ลานนา)ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเมื่อถึงจุดหมาย ยินซัน ได้ให้ติดต่อบุคคลปลายทางตามหมายเลขโทรศัพท์ 082-715-18xx  



         นายวิวัฒน์ ให้การว่า โดยตนเองจะให้เงิน 5,000 บาทกับนายลิขิต เป็นค่านั่งเป็นเพื่อนต่อเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาได้ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเถื่อนมาแล้ว 5 ครั้ง และในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกตนได้ใช้วิธีตรวจสอบเส้นทางล่วงหน้า โดยใช้งานผ่านแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ แอปพลิเคชัน “ด่านตรวจ” และ “Traffic D Pro” เพื่อดูข้อมูลจุดตั้งด่านตรวจ และเส้นทางการจราจร เพื่อลักลอบขนย้ายแรงงานต่างด้าวเถื่อนหลบหนีการจับกุม แต่ครั้งนี้ไม่รอด ก็เป็นเพราะตนเองใจดีสู้เสือ เห็นรถตำรวจทางหลวงวิ่งอยู่เลนซ้าย และคิดว่าคงไม่มีอะไร จึงได้ขับแซงขึ้นมา แต่ไม่รอด ถูกตำรวจเรียกให้จอด แม้จะพยายามหนี แต่ไม่รอด ถูกจับได้ในที่สุด


         นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบประวัตินายวิวัฒน์ พบว่ามีหมายจับของศาลแขวงสมุทรปราการ หมายเลข จ.213/2567 ลงวันที่ 28 พ.ย. 2567 ในข้อกล่าวหาความผิดฐาน”ยักยอกทรัพย์” จึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายวิวัฒน์   และนายลิขิต  ฐานความผิด “ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวคนใด เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” และแจ้งข้อกล่าว ฐานความผิด “ยักยอกทรัพย์”กับนายวิวัฒน์อีกหนึ่งคดี 

          ส่วนแรงงานต่างด้าว 17 คน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอานาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

..............................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปริศนากลางถนนเอเชีย 41! อดีตรองนายก อบต.วิสัยใต้ เสียชีวิตข้าง จยย.

ผงะ! พบศพชายลอยคลองท่าตะเภา ใกล้ท่าเรือประมงชุมพร

สลด 2 จุดเมืองชุมพร! ปมรักแรง–หึงหวงจบด้วยเหตุยิงดับ 3 ราย ตำรวจเร่งคลี่ปมความเชื่อมโยง