กระบะพาญาติเยี่ยมคนป่วย ชนสนั่นกลางสี่แยกไฟแดง! ภรรยาวัย 44 ดับ เจ็บ 4 ราย

รูปภาพ
  หนุ่มใหญ่วัย 52 ปี ขับกระบะพาภรรยาและญาติเดินทางจากพะโต๊ะ มุ่งหน้าโรงพยาบาลชุมพรฯ เพื่อเยี่ยมคนป่วย แต่ไปไม่ถึงจุดหมาย เกิดเหตุชนกับรถเก๋งกลางสี่แยกไฟแดงบ้านดอนไทรงาม ภรรยาที่นั่งมาด้วยเสียชีวิต ส่วนญาติและคู่กรณีบาดเจ็บรวม 4 ราย ขณะที่คนขับทั้งสองฝ่ายให้การขัดแย้งกัน เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง   เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ร.ต.ท.รัชตะ พรหมดนตรี ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกันบริเวณ สี่แยกไฟแดงบ้านดอนไทรงาม ถนนตัดใหม่ หมู่ 6 ตำบลบางหมาก อำเภอเมืองชุมพร จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพรฯ เข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณฝั่งขาเข้าตัวเมืองชุมพร เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย เป็นหญิง 2 ราย และชาย 2 ราย ก่อนนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการ   ห่างจากสี่แยกประมาณ 20-25 เมตร พบรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ ยกสูง ตอนครึ่ง สีเทา ทะเบียน บร 95xx ชุมพร จอดอยู่ในลักษณะสวนทางใกล้เกาะกลางถนน สภาพรถด้านหน้าได้รับความ...

คนขับตู้ทึบใช้แอพเช็คด่านตำรวจ ขนแรงงานเมียนมาเถื่อน พลาดท่าขับแซงรถตำรวจทางหลวงไม่รอด

 

ตู้ทึบใช้แอพเช็คด่านตำรวจ แต่พลาดท่าขับแซงตำรวจทางหลวง เลยเรียกตรวจพบแรงงานต่างด้าวเถื่อนเต็มตู้ สารภาพทำมาแล้ว 5 ครั้ง แต่พลาดมาแซงเลยไม่รอด

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 21 เม.ย. 68 ขณะที่ ร.ต.อ.ปัญญาวุฒิ ทองคำ รอง สว. ส.ทล.4 กก. 2 บก.ทล.(ชุมพร),พร้อมด้วยตำรวจทางหลวงชุมพร ชุด ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.ชุมพร ประกอบด้วย



 ด.ต.สายชล  ตั้งวงค์, ด.ต.พัทธนันท์ แดงกระจ่าง และ ด.ต.วงศ์วริศ ทรัพย์คนาสกุล ได้นำรถวิทยุตรวจการณ์ 2401 ออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) กม.ที่ 480+500 (ขาออก) ตำบลวังไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

         จนพบรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX สีเทา ทะเบียน ผท 9293 นครปฐม มีลักษณะบรรทุกของหนัก ขับแซงขึ้นมาในช่องทางขวาด้วยความเร็วมุ่งหน้าลงใต้อย่างผิดสังเกต จึงได้ขับรถติดตาม พร้อมส่งสัญญาณเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ แต่รถยนต์คันดังกล่าวได้พยายามขับหลบหนี จนมาถึงเนินถ้ำกอง ก่อนถึงสถานีตำรวจทางหลวงชุมพร เพียง 200 เมตร คนขับได้ขับรถเลี้ยวซ้ายเข้าไปในถนนหมู่บ้านสายเพชรเกษม-ดอนเมือง แต่ด้วยไม่ชินทาง จึงยอมจอดริมทาง ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้น



        ทราบชื่อคนขับคือนายวิวัฒน์ฯ  อายุ 34 ปี ชาวตำบลวังหมี  อ.วังน้ำเขียว  จ.นครราชสีมา และมีนายลิขิต  อายุ 33 ปี ชาวซอยชุมชนเชิงสะพานคลองตัน  แขวงคลองตันเหนือ  เขตวัฒนา  กรุงเทพมหานคร นั่งโดยสารมาด้วยด้านเบาะซ้าย โดยทั้งสองมีท่าทางลุกลี้ลุกลนและแสดงท่าทางมีพิรุธ ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงคล้ายคนพูดคุยกันในตู้ทึบ จึงขอทำการตรวจค้น โดยได้รับความยินยอมจากทั้งสองเป็นผู้เปิดให้ตรวจสอบ




          พบแรงงานต่างด้าว จำนวน 17 ราย แบ่งเป็นชาย 11 ราย หญิง 6 ราย นั่งอัดอยู่กับกระเป๋าเดินทาง จำนวนมากภายในตู้ทึบ จากการตรวจสอบเบื้องต้นทุกคนไม่มีเอกสารมาแสดงแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายวิวัฒน์และนายลิขิต พร้อมแรงงานต่างด้าวทั้งหมดและรถของกลางมาสถานีตำรวจทางหลวงชุมพร เพื่อดำเนินการตรวจสอบโดยละเอียด

        จากการสอบสวนแรงงานต่างด้าวทั้งหมด โดยผ่านล่าม ทราบว่า เป็นชาวเมียนมา ที่นับถือศาสนาพุทธ จำนวน 5 คน นับถือศาสนาฮินดู 8 คน และนับถืออิสลาม 4 คน โดยทุกคนได้เดินทางมาจากรัฐยะไข่และเมาะละแมง มารวมตัวที่จุดพักบริเวณชายแดน จ.กาญจนบุรี ก่อนจะเดินเท้ามาเส้นทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 68 ขึ้นรถยนต์กระบะตู้ทึบในฝั่งประเทศไทย 3-4 คัน จนมาถึง จ.สมุทรสาคร วันที่ 20 เมษายน 68 มีคนคุมซึ่งเป็นชาวเมียนมา จัดการให้เข้าพักในบ้านเช่าโดยไม่ทราบว่าที่ไหน โดยคนคุมได้ให้ทุกคนอาบน้ำกินข้าว แล้วก็ขึ้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ออกมาเพื่อเดินทางไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยจะเสียค่านายหน้าคนละ 5 หมื่นบาท



           ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนนายวิวัฒน์ ได้ให้การรับสารภาพว่า บุคคลต่างด้าวทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางและเข้ามาโดยผิดกฎหมายจริง โดยตนเองพร้อมด้วยนายลิขิต ได้รับการว่ารับจ้างจากชาวเมียนมาชื่อ “ยินซัน”ให้ไปรับแรงงานเถื่อนทั้งหมดบริเวณมหาชัยเมืองใหม่ โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 40,000 บาท โดยได้รับเงินค่าน้ำมันล่วงหน้ามาแล้ว 10,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 30,000 บาท จะโอนให้หลังจากส่งบุคคลต่างด้าวถึงจุดหมายปลายทางแล้วสองวัน โดยจุดหมายปลายทางที่กำหนดคือรีสอร์ทแห่งหนึ่ง(ลานนา)ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเมื่อถึงจุดหมาย ยินซัน ได้ให้ติดต่อบุคคลปลายทางตามหมายเลขโทรศัพท์ 082-715-18xx  



         นายวิวัฒน์ ให้การว่า โดยตนเองจะให้เงิน 5,000 บาทกับนายลิขิต เป็นค่านั่งเป็นเพื่อนต่อเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาได้ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเถื่อนมาแล้ว 5 ครั้ง และในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกตนได้ใช้วิธีตรวจสอบเส้นทางล่วงหน้า โดยใช้งานผ่านแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ แอปพลิเคชัน “ด่านตรวจ” และ “Traffic D Pro” เพื่อดูข้อมูลจุดตั้งด่านตรวจ และเส้นทางการจราจร เพื่อลักลอบขนย้ายแรงงานต่างด้าวเถื่อนหลบหนีการจับกุม แต่ครั้งนี้ไม่รอด ก็เป็นเพราะตนเองใจดีสู้เสือ เห็นรถตำรวจทางหลวงวิ่งอยู่เลนซ้าย และคิดว่าคงไม่มีอะไร จึงได้ขับแซงขึ้นมา แต่ไม่รอด ถูกตำรวจเรียกให้จอด แม้จะพยายามหนี แต่ไม่รอด ถูกจับได้ในที่สุด


         นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบประวัตินายวิวัฒน์ พบว่ามีหมายจับของศาลแขวงสมุทรปราการ หมายเลข จ.213/2567 ลงวันที่ 28 พ.ย. 2567 ในข้อกล่าวหาความผิดฐาน”ยักยอกทรัพย์” จึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายวิวัฒน์   และนายลิขิต  ฐานความผิด “ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวคนใด เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” และแจ้งข้อกล่าว ฐานความผิด “ยักยอกทรัพย์”กับนายวิวัฒน์อีกหนึ่งคดี 

          ส่วนแรงงานต่างด้าว 17 คน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอานาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

..............................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระทึกกลางดึก! ตชด.ยิงสกัดแก๊งค้ายาหลบหนี ชนรถตำรวจหลายคัน

เศร้า! อส.สำรองวัย 57 ปี ปลิดชีพเสียชีวิตภายในบ้าน ครอบครัวเผยต่อสู้โรคร้ายมานานกว่า 4 ปี

ชายสติไม่ดีฉวยโอกาสเผลอ ขโมยรถพ่วงซิ่งข้ามจังหวัด ซิ่งชนวินาศ 3 คันรวดพังยับ