"แรลลี่มหากุศล" ลุย 10 จุดเช็กอิน เสริมพลังใจปักหมุดช่วยกลุ่มเปราะบาง

รูปภาพ
  ชุมพรรับวันแม่! ขบวนรถยนต์สายบุญทะลัก ร่วมเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในกิจกรรม " Family Rally การกุศล"   วันที่ 9 สิงหาคม 2569 กลุ่มท่องเที่ยว "เครือข่ายบ้านหมอพอเพียง" โดยนายชัยยุทธ ไชโย ได้เนรมิตขบวนแรลลี่ครอบครัวสุดยิ่งใหญ่รวบรวมพลังจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมกันขับเคลื่อนขบวน รถยนต์ 30 คัน ลุยเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติ 90 กิโลเมตร ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้อง-เขาไชยราช-สลุย-หงษ์เจริญ เพื่อนำรายได้และอุปกรณ์ช่วยเหลือไปส่งต่อให้ถึงมือผู้ป่วยติดเตียงและผู้มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่   ​ไฮไลต์สุดประทับใจของงาน เริ่มต้นด้วยพลังแห่งการแบ่งปันเมื่อ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ ส.ส. ชุมพร เขต 2 ลงพื้นที่มอบสิ่งของสนับสนุนแก่ นายชาญณรงค์ เสนเผือก อดีตกำนันตำบลสองพี่น้อง และตัวแทน อสม.  ก่อนส่งสัญญาณปล่อยขบวนแรลลี่มหากุศล ออกเดินทางตะลุย 10 จุดเช็กอินสุดอันซีนที่ไม่ควรพลาด สายมูองค์ลงกราบขอพรศาลกรมหลวงชุมพรฯ (บ้านดวงดี) , ไหว้เจ้าแม่ร้านตัดผมหาเลขเด็ด , สักการะหลวงพ่อโต วัดเขาเลี้ยว และไหว้ศาลพ่อตาหินช้าง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประตูสู่ภาคใต้ ​สายธรรมชาติต้องกรี๊ด คล...

ลูกจ้างร้านตู้ซักผ้าหยอดเหรียญแจ้งจับตำรวจยศ ร.ต.อ.พร้อมเมีย สูญเงินกว่า 1 ล้านบาท โดยเมียทำทีตีสนิทบอกอยากเซ้งร้านสานธุรกิจต่อ

 

ลูกจ้างร้านตู้ซักผ้าหยอดเหรียญแจ้งจับตำรวจยศ ร.ต.อ.พร้อมเมีย  สูญเงินกว่า 1 ล้านบาท โดยเมียทำทีตีสนิทบอกอยากเซ้งร้านสานธุรกิจต่อ  แต่รอเงินขายบ้านที่ญี่ปุ่น ออกกลอุบายต้องใช้เงินทำเรื่องเดินทางระหว่างประเทศเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินผ่านบัญชีผัวตำรวจและเงินสดกว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกสูญไปกว่า 1 ล้าน โร่แจ้งความดำเนินคดี เพราะไม่อยากให้ไปหลอกใครอีก เดือดร้อนและทุกข์ใจมากทำงานรายวัน วันละแค่ 300 กว่าบาท และต้องใช้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยวันละกว่า 3000 บาท

     โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากหญิงผู้เสียหายวัย อายุ 59 ปี ชาวตำบลตากแดด อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพรอาชีพลูกจ้างร้านตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ ว่าถูกสองผัวเมียทำทีตีสนิทก่อนหลอกยืมเงินไปกว่า 1 ล้านบาท จากนั้นหายไปเลยไม่ยอมชดใช้ 


      หญิงผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว นางขวัญ  (นามสมมติ)ได้เดินเข้ามาทำทีนั่งซ่อมมือถือภายในร้านซึ่งให้บริการตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ ที่ตนทำงานตั้งอยู่ภายในปั๊มน้ำมันตัวเมืองชุมพร ขณะนั้นที่ร้านติดป้ายประกาศให้เซ้ง นางขวัญได้พูดคุยตีสนิทพร้อมกับบอกว่าตนสนใจจะเซ้งร้าน และได้คุยกับเจ้าของร้านด้วย


      โดยนางขวัญ ชวนคุยพร้อมกับอ้างว่า ตนมีโรงแรมอยู่ที่ภูเก็ต มีบ้านพักและร้านยาอยู่ที่นครศรีธรรมราช จากนั้นนางขวัญ บอกว่ามีบ้านอยู่หนึ่งหลังที่ประเทศญี่ปุ่นเดี๋ยวจะไปขายบ้านในราคา 36 ล้านบาท   เพื่อมาลงทุนเซ้งร้านดังกล่าว  แต่ไม่มีเงินเป็นค่าเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น จึงขอยืมเงินของตนเพื่อเป็นค่าเดินทางไปประเทศ ญี่ปุ่น ตนจึงได้ทำการโอนเงินให้ สามีที่เป็นตำรวจติดยศ ร.ต.อ.สังกัดอยู่ในพื้นที่จังหวัดระนอง ของ นางขวัญ หลายครั้ง ระหว่างวันที่ 2 พ.ย. 67 ถึง วันที่ 23 เม.ย. 68 รวมเป็นเงินจานวน 1,024,700 บาท

      ผู้เสียหาย เล่าอีกว่า หลังจากนั้นได้ทวงถามเรื่องการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเรื่องการขายบ้าน แต่นางขวัญอ้างต่างๆนานามีปัญหาทุกครั้งขณะกำลังจะเดินทาง ตนจึงเกิดข้อสงสัยว่าอาจจะถูกหลอกเชิดเงิน จึงปรึกษากันกับเจ้าของร้านซึ่งเป็น 1 ในผู้เสียหาย ที่เอาเงินให้ตนโอนให้สามีนางขวัญและบางครั้งให้เป็นเงินสดด้วย หลังจากทวงเงินแล้วไม่ได้คืน

         ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้นำเอกสารเป็นสลิปการโอนเงินผ่านแอพธนาคาร เดินทางไปแจ้งความนางขวัญ และสามีที่สภ.เมืองชุมพร  เพื่อดำเนินคดีเอาผิดจนกว่าจะถึงที่สุด  

       ผู้เสียหาย  เล่าอีกว่า จริงแล้วมีผู้เสียหายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 ราย รวมถึงอดีตเจ้าของร้านตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ(ปัจจุบันมีรายอื่นเซ้งต่อแล้ว แต่ผู้เสียหายยังเป็นลูกจ้างอยู่) แต่การทำธุระโอนเงินและให้ด้วยเงินสดผ่านผู้เสียหายเพียงคนเดียว จึงเป็นผู้เสียหายคนเดียวที่ต้องรับผิดชอบเรื่องเงินที่ถูกสองสามีภรรยาหลอกไป เมื่อสอบถามไปทางสามีที่เป็นตำรวจบอกว่า ตนไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น และแยกทางกับภรรยาแล้ว ส่วนนางขวัญ บอกเพียงว่าขอเวลาผัดผ่อนไปก่อน

      ผู้เสียหายเล่าถึงความรู้สึกว่า ตอนนี้เดือดร้อนมากต้องกู้เงินนอกระบบมาใช้หนี้ รวมต้องเสียดอกเบี้ยวันละ 3,750 บาท เจ้าหนี้บางรายก็ไม่ให้ผัดผ่อน ตนไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร เป็นลูกจ้างร้านซักอบผ้ามีรายได้วันละ 300 กว่าบาทเท่านั้น จนเกิดความกดดันไม่มีทางออกวอนสองผัวเมียหาเงินมาคืนบ้าง” ผู้เสียหาย เล่าด้วยน้ำเสียงที่หมดหวัง

...........................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระทึกกลางดึก! ตชด.ยิงสกัดแก๊งค้ายาหลบหนี ชนรถตำรวจหลายคัน

เศร้า! อส.สำรองวัย 57 ปี ปลิดชีพเสียชีวิตภายในบ้าน ครอบครัวเผยต่อสู้โรคร้ายมานานกว่า 4 ปี

สลดก่อนถึงงานศพ! หนุ่มเมียนมาวัย 24 ขี่ จยย.ไปงานศพเพื่อน พุ่งตัดหน้ากระบะทุเรียน ถูกชนเสียชีวิตคาที่