“ชวน” สวมวิญญาณสิงห์ใต้ บุกชุมพร! ปลุกรักษาศักดิ์ศรี สกัดกั้นการเมือง “ใช้กระสุน”

รูปภาพ
  ชุมพรเดือด! “มีดโกนอาบน้ำผึ้ง” ลงพื้นที่โค้งสุดท้าย ช่วยผู้สมัคร ปชป. เขต 1 ตลาดสดหมอพนัส ลั่นกลองรบชูธง “การเมืองสุจริต” อัดยับพวกหวังร่วมรัฐบาลจนทำพรรคเล็กลง ย้ำคนใต้ต้องไม่ขายเสียง เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งจังหวัดชุมพรเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายอย่างดุเดือด เมื่อนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยนายสุรชัย แดงละอุ่น ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ณ ตลาดสดหมอพนัส ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ​นายชวนยังคงรักษาเอกลักษณ์นักการเมืองอาวุโส “นอบน้อม สุภาพ แต่เฉียบคม” เดินทักทายประชาชนแบบเคาะประตูใจ เพื่อดึงฐานเสียง “แฟนคลับรุ่นใหญ่” ที่มีความผูกพันกับพรรคมาอย่างยาวนาน พร้อมประกาศฝากนายสุรชัย คนรุ่นใหม่ของพรรคให้เข้ามารับไม้ต่อ พัฒนาบ้านเกิดด้วยอุดมการณ์ความซื่อสัตย์ ​สับเละพวกอยากร่วมรัฐบาลจนตัวสั่น ทำพรรคเสื่อม   ​ไฮไลท์สำคัญเมื่อนายชวนขึ้นรถปราศรัยเคลื่อนที่กลางตลาด สวมวิญญาณ “มีดโกนอาบน้ำผึ้ง” วิพากษ์สถานการณ์ภายในพรรคและภาพรวมการเมืองอย่างเผ็ด...

ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองชุมพรบุกตรวจสอบพร้อมสั่งปิดให้บริการสแกนม่านตาแลกเหรียญเงินดิจิทัล เกรงนำข้อมูลใช้ผิดกม.หลังชาวบ้านชักชวนแห่ใช้บริการแน่นร้าน

ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองชุมพรบุกตรวจสอบพร้อมสั่งปิดให้บริการสแกนม่านตาแลกเหรียญเงินดิจิทัล เกรงนำข้อมูลใช้ผิดกม.หลังชาวบ้านชักชวนแห่ใช้บริการแน่นร้าน
      ตามที่กรมการปกครองแจ้งเตือน กรณีการสแกนม่านตาแลกเหรียญเงินดิจิทัล  กรมการปกครอง ได้รับรายงานว่ามีกลุ่มบุคคลใช้อุปกรณ์สแกนม่านตา ชื่อว่า Orb ในการแสกนเก็บข้อมูลม่านตาของประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนตามห้างสรรพสินค้า และชักชวนไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเหรียญเงินดิจิทัลคริปโทเคอร์เรนซี Cryptocurrency เป็นเงินประมาณ 500 – 1,000 บาท    
         ขณะเดียวกันกรมการปกครอง ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าการดำเนินการจัดเก็บข้อมูลม่านตาดังกล่าวนั้น   ไม่ใช่การดำเนินการจัดเก็บข้อมูลของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง หรือส่วนราชการอื่น ๆ 
       จึงขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ข้อมูลในท้องที่ สอดส่องการจัดกิจกรรมดังกล่าวอย่าให้เกิดการหลอกลวงประชาชน เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น 
       ทั้งนี้ หากประชาชนถูกหลอกหลวงไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือพบเห็นการกระทำความผิดดังกล่าวสามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด/อำเภอ หรือสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567
        ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 22 ก.ย.68 นายนพพร  มีสติ  ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองชุมพร จ.ชุมพร ได้รับร้องเรียนจากแหล่งข่าวว่า มีร้านจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองชุมพร ริมถนนกรมหลวง ใกล้โรงพยาบาลประจำจังหวัด เพื่อให้ตรวจสอบการให้บริการดังกล่าว  เนื่องจากฝ่าฝืนของกรมการปกครอง ประกาศแจ้งเตือน กรณีสแกนม่านตาแลกเหรียญเงินดิจิทัลคริปโทเคอร์เรนซี Cryptocurrency  ภายหลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย นายราเมศร์  ภักดีศรี  และนายเจนวิทย์  จินตนพันธ์  ปลัดอำเภอเมืองชุมพร นำกำลัง สมาชิก อส. เฝ้าติดตามดูพฤตกรรมการให้บริการดังกล่าว 
         ปรากฏว่ามีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จากนั้นนำกำลังเข้าตรวจสอบภายในร้านดังกล่าว พบเป็นร้านจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ โดยมีป้ายไวนิลแบบตั้งเป็นโครงเหล็กบอกถึงขึ้นตอนการเข้าร่วม  App และป้ายข้อความให้ผู้ใช้บริการอ่าน ระบุ “เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง” ประมาณ 12 บรรทัด พิมพ์ไว้บนกระดาษ A4 ใส่กรอบพลาสติกใสวางอยู่บนพื้นใกล้กับ
กล้องสแกนม่านตา ทรงกลมชุบโครเมี่ยม โดยมีพนักงานของร้านคอยบริการเป็นชาย 2 คน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนในการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้  พบว่าประชาชนที่มาใช้บริการ มีทั้งชายหญิงชาวไทยและชายหญิงชาวเมียนมา รวมประมาณ 20 คน บางรายอุ้มเด็กเล็กมาด้วย  
      ด้านพนักงานร้าน ชี้แจงว่า เครื่องสแกนม่านตาได้รับมาจากบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อสแกนม่านตาแล้วจะได้รับเป็นเหรียญ เวิร์ล คอย  เพื่อแลกเป็นเงินสด หรือเก็บไว้เพื่อเก็งกำไรใช้ในการแลกเปลี่ยน โดยเปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 2 เดือน
       สอบถามประชาชนที่มาใช้บริการ บอกว่า มีผู้ชักชวนให้มาสแกนม่านตาที่ร้านดังกล่าว และเมื่อสแกนม่านตาแล้วจะมีบุคคลโอนเงินให้ประมาณจำนวน 1,100 บาท ซึ่งบุคคลดังกล่าวอ้างว่าอาศัยอยู่ที่จ.ภูเก็ต ขณะเดียวกันหญิงชาวเมียนมารายหนึ่งเปิดโทรศัพท์มือถือโชว์รูปภาพชายที่อ้างว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่อยู่จ.ภูเก็ตให้เจ้าหน้าที่ดู พร้อมกับสลิปการโอนเงินจำนวน 1,100 บาท หรือ 52.22 เหรียญ 
       นายนพพร  มีสติ  ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองชุมพร กล่าวว่า กรมการปกครองไม่มีนโยบายให้ประชาชนสแกนม่านตา เรื่องดังกล่าวทางอำเภอเมืองชุมพรได้กำชับไปถึงผู้นำชุมชน เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่  ในการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้หลังจากได้รับแจ้งว่ามีการให้บริการสแกนม่านตาแลกเป็นค่าตอบแทนบางส่วนเช่น คริปโทฯ เวิร์ค คอย หรือเงินสด โดยประชาชนที่มาสแกนม่านตานั้น จะไม่ทราบผลเสีย ผลกระทบที่จะตอบกลับเป็นอย่างไรบ้าง  
      ปลัดอาวุโสฯ กล่าวอีกว่า ทางอำเภอได้ขอความร่วมมือให้ทางร้าน จัดเก็บเครื่องสแกนม่านตา อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อไม่ให้นำไปใช้  และไม่แนะนำสำหรับห้างร้านที่จะเปิดให้บริการ ขอความกรุณารอผล จากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น  ส่วนกรมการปกครองทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนเท่านั้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้เสียหายกว่า 14 ราย แห่แจ้งความแม่ลูก–นายหน้า–ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมฉ้อโกง

เกษตรและสหกรณ์ชุมพรเตือนรับมือภัยแล้ง – งดเผาในพื้นที่เกษตร

กอ.รมน.ชุมพร ลงพื้นที่ตรวจสอบไฟส่องสว่างสะพานดับนานกว่า 6 เดือน พบถูกลักตัดสายไฟเสียหายเกือบทั้งหมด