ผู้เสียหายกว่า 14 ราย แห่แจ้งความแม่ลูก–นายหน้า–ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมฉ้อโกง
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดชุมพรจำนวนกว่า 14 ราย ทยอยเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.สลุย จ.ชุมพร เพื่อดำเนินคดีกับหญิงสามแม่ลูก นายหน้าที่ดิน และผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง หลังถูกหลอกขายที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์และขายซ้ำซ้อนหลายราย สร้างความเสียหายรวมเบื้องต้นกว่า 4 ล้านบาท
บางส่วนของกลุ่มผู้เสียหาย
นางกุหลาบ นุชเนียม อายุ 58 ปี ชาวตำบลทุ่งคา อำเภอเมืองชุมพร หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ได้มีนายหน้าหญิงติดต่อเสนอขายที่ดินปลูกทุเรียน ยางพารา และปาล์มน้ำมัน เนื้อที่ประมาณ 16 ไร่ โดยอ้างว่าเป็นที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับสำนักงานเกษตรอำเภอท่าแซะแล้ว พร้อมพาไปดูพื้นที่จริงและระบุพิกัดตรงตามสมุดทะเบียนเกษตรกร ทำให้ตนหลงเชื่อ ตกลงซื้อในราคาเกิน 500,000 บาท และดำเนินการโอนสิทธิ์ขึ้นทะเบียนเกษตรกร
ผู้ต้องหา
ต่อมา นายหน้าคนเดิมยังเสนอขายที่ดินแปลงติดกันอีก 8 ไร่ และสวนทุเรียนอีกประมาณ 2 ไร่
สามีของผู้เสียหายจึงตัดสินใจซื้อเพิ่มเติม รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท โดยใช้ขั้นตอนเดิมทั้งหมด
กระทั่งประมาณ 2 เดือนต่อมา สำนักงานเกษตรอำเภอท่าแซะได้แจ้งว่า ที่ดินดังกล่าวมีการซื้อขายทับซ้อนกับผู้อื่นอีกประมาณ 8–10 ราย และนัดผู้ซื้อทั้งหมดเข้าตรวจสอบพื้นที่แปลงเกษตรแห่งหนึ่งในตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จึงพบความผิดปกติว่า ที่ดินบางส่วนเป็นที่ดิน ส.ป.ก. ประมาณ 7 ไร่ และบางแปลงเป็นที่ของชาวบ้านรายอื่นซึ่งไม่รู้เรื่องการนำไปขาย ขณะที่บางแปลงเป็นการหลอกขายซ้ำซ้อนโดยมีเจ้าของที่ดินรู้เห็นเป็นใจ
ผู้เสียหายระบุว่า ที่ดิน ส.ป.ก. แปลงดังกล่าว
ถูกนำไปหลอกขายซ้ำซ้อนมากที่สุด มีผู้เสียหายประมาณ 14 ราย
และตั้งข้อสงสัยถึงบทบาทของผู้ใหญ่บ้านที่ลงนามรับรองการซื้อขายหลายครั้งในที่ดินผืนเดียว
รวมถึงการออกสมุดทะเบียนเกษตรกร หรือ “สมุดเขียว”
หลายเล่มที่มีชื่อและเลขทะเบียนตรงกัน ซึ่งสร้างความเชื่อถือให้ผู้ซื้อ
ทั้งที่เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังนำสมุดทะเบียนเกษตรกรหลายเล่มมาเปรียบเทียบ พบว่าบางเล่มไม่มีการขีดเส้นแดงแสดงการซื้อขาย ทั้งที่แปลงเดียวกันมีการขีดเส้นแดงในสมุดอีกเล่มหนึ่ง สะท้อนถึงการนำเอกสารไปใช้หลอกลวงขายที่ดินซ้ำซ้อน
ขณะเดียวกัน ผู้เสียหายได้นำหลักฐานประกอบการแจ้งความ ทั้งบันทึกประจำวันฯ ภาพถ่ายขณะรับเงินสด เอกสารการโอนเงิน และภาพการชี้แนวเขตที่ดิน มอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อประกอบสำนวนคดี
ด้านผู้ใหญ่บ้านที่ถูกพาดพิง ให้ข้อมูลว่า
ได้ลงนามรับรองเอกสารขึ้นทะเบียนเกษตรกรประมาณ 7–8 ฉบับ
บางครั้งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ บางครั้งไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากติดภารกิจ
พร้อมยืนยันไม่มีส่วนรู้เห็นหรือรับผลประโยชน์ และอ้างว่าถูกหลอกเช่นเดียวกัน
รวมถึงพบว่ามีเอกสารบางส่วนถูกปลอมลายเซ็น
ซึ่งขณะนี้เอกสารทั้งหมดอยู่ในความดูแลของสำนักงานเกษตรอำเภอ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามแม่ลูกและนายหน้า
ได้ย้ายออกจากพื้นที่ ไม่สามารถติดต่อได้
และคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน
โดยยังมีผู้เสียหายรายอื่นทยอยเข้าแจ้งความเพิ่มเติม
เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมายต่อไป
...................................................................
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ











ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น