'ป่าชุมชนบ้านห้วยใหญ่' ลุยชิงเค้กป่าชุมชนดีเด่นระดับประเทศ!

รูปภาพ
  ป่าไม้เขต 11 ดันเต็มสูบ ชูความเข้มแข็งชาวบ้านดูแลผืนป่าต้นน้ำคลองท่าแซะ ​ส่องไฮไลต์สุดอลังการ ตะเคียนสามพอนโคนปีก 20 เมตร นกเงือก-หมี ชุมสมบูรณ์ ​ ​ วันที่ 17 ส.ค. 2569 ผืนป่าภาคใต้กระหึ่ม! ป่าชุมชนบ้านห้วยใหญ่ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ก้าวขึ้นเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของ 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าชิงชัยรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ในโครงการ "คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2569" หลังโชว์ศักยภาพความสมบูรณ์ของป่าดิบชื้นผืนประวัติศาสตร์ และความสามัคคีของคนในชุมชนจนชนะใจกรรมการระดับภาค   นายเสกสรร กวยะปาณิก ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ พร้อมคณะผู้บริหาร และ น.ส.จารุสุดา บุญเกิด รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ลงพื้นที่จริง  ณ หมู่ 2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ เพื่อประเมินรอบตัดสินระดับประเทศ โดยมี นายพิศิษฐ์ ฤทธิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ ผู้นำชุมชน และชาวบ้านร่วมต้อนรับอย่างคึกคัก   ​คณะกรรมการฯ ได้เดินสำรวจผืนป่าซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำคลองท่าแซะที่รอดพ้นจากภัยพายุไต้ฝุ่นเกย์ พบว่าเป็นป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์อย่างยิ่ง ได้นับทราบมีสัตว์ป่าทั้...

อากาศร้อนจัด ไฟเผาป่าพรุกว่า 100 ไร่ เจ้าหน้าที่ระดมรถน้ำสกัดเพลิงวุ่น

 

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ป่าพรุ บริเวณหมู่ 5 ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ราบลุ่ม รถยนต์เข้าถึงได้ค่อนข้างยาก พื้นดินเป็นดินทราย มีต้นเสม็ดและต้นยูคาลิปตัสขึ้นอยู่จำนวนมาก ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี

 




ขณะเกิดเหตุ เปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง ประกอบกับมีกระแสลมกรรโชกเป็นระยะ ส่งผลให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ขยายวงกว้างไปหลายจุด เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำรถดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร บรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร เข้าฉีดสกัดทั้งบริเวณพื้นดินและยอดไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลามหนักกว่าเดิม

 





ด้าน น.ส.สุจิตรา ชาวบ้านในพื้นที่และ อส.ตร. เปิดเผยว่า ป่าพรุแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ โดยไฟเริ่มลุกไหม้มาตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน จึงรีบแจ้งผู้นำชุมชนและตำรวจชุมชน ก่อนประสานขอกำลังรถดับเพลิงจากหลายหน่วยงาน ทั้ง อบจ.ชุมพร อบต.สะพลี อบต.นาชะอัง และ อบต.บางสน เข้าช่วยกันควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

 




จากการประเมินเบื้องต้น พบว่าพื้นที่ป่าพรุถูกไฟไหม้เสียหายแล้วราว 100 ไร่ โดยจุดเพลิงไหม้กระจายอยู่ 3 จุด อย่างไรก็ตาม เปลวเพลิงยังไม่ลุกลามเข้าพื้นที่บ้านเรือนหรือพื้นที่เกษตรของประชาชน จึงยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อทรัพย์สินของชาวบ้าน

 




ชาวบ้านระบุว่า เหตุไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่นี้มักเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงอากาศแห้งแล้งหรือฝนทิ้งช่วง เนื่องจากไม่มีผู้อยู่อาศัย มีเพียงหญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง และต้นไม้จำนวนมาก ซึ่งติดไฟได้ง่าย

 




แม้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจะช่วยกันควบคุมเพลิงไว้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา เพราะอาจมีสะเก็ดไฟปะทุขึ้นมาใหม่ได้ทุกเมื่อ ล่าสุดช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา มีรายงานว่าไฟได้กลับมาลุกไหม้อีกครั้ง สร้างความกังวลว่าจะยืดเยื้อข้ามคืน.

....................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระทึกกลางดึก! ตชด.ยิงสกัดแก๊งค้ายาหลบหนี ชนรถตำรวจหลายคัน

เศร้า! อส.สำรองวัย 57 ปี ปลิดชีพเสียชีวิตภายในบ้าน ครอบครัวเผยต่อสู้โรคร้ายมานานกว่า 4 ปี

ชายสติไม่ดีฉวยโอกาสเผลอ ขโมยรถพ่วงซิ่งข้ามจังหวัด ซิ่งชนวินาศ 3 คันรวดพังยับ