รวบเรืออวนล้อมฝ่าฝืนปิดอ่าวไทย

รูปภาพ
ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร เดินหน้ากวาดล้างประมงผิดกฎหมาย ล่าสุดจับกุมเรือประมงอวนล้อมจับ ลักลอบทำประมงในเขตประกาศ “ปิดอ่าวไทย” ได้ 1 ลำ พร้อมผู้ต้องหารวม 11 ราย เตรียมส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร กองตรวจการประมง กรมประมง ภายใต้การอำนวยการของ นายประสาร ศรีงาม ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่นำโดย นายจักริน ครุฑกาศ เจ้าพนักงานประมงชำนาญงาน บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ออกปฏิบัติการควบคุมและเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายประมง ภารกิจครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ทะเลบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี รวมพื้นที่กว่า 26,400 ตารางกิโลเมตร โดยใช้เรือยาง PIPO ออกลาดตระเวนตรวจสอบ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือประมงอวนล้อมจับ ขนาด 15.65 ตันกรอส ลักลอบทำการประมงบริเวณอ่าวทับสะแก ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงเข้าทำการจับกุมทันที จากการตรวจสอบ พบการกระทำผิด 2 ข้อหาหลัก ได้แก่ 1. ทำประมงใ...

อากาศร้อนจัด ไฟเผาป่าพรุกว่า 100 ไร่ เจ้าหน้าที่ระดมรถน้ำสกัดเพลิงวุ่น

 

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ป่าพรุ บริเวณหมู่ 5 ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ราบลุ่ม รถยนต์เข้าถึงได้ค่อนข้างยาก พื้นดินเป็นดินทราย มีต้นเสม็ดและต้นยูคาลิปตัสขึ้นอยู่จำนวนมาก ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี

 




ขณะเกิดเหตุ เปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง ประกอบกับมีกระแสลมกรรโชกเป็นระยะ ส่งผลให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ขยายวงกว้างไปหลายจุด เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำรถดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร บรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร เข้าฉีดสกัดทั้งบริเวณพื้นดินและยอดไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลามหนักกว่าเดิม

 





ด้าน น.ส.สุจิตรา ชาวบ้านในพื้นที่และ อส.ตร. เปิดเผยว่า ป่าพรุแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ โดยไฟเริ่มลุกไหม้มาตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน จึงรีบแจ้งผู้นำชุมชนและตำรวจชุมชน ก่อนประสานขอกำลังรถดับเพลิงจากหลายหน่วยงาน ทั้ง อบจ.ชุมพร อบต.สะพลี อบต.นาชะอัง และ อบต.บางสน เข้าช่วยกันควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

 




จากการประเมินเบื้องต้น พบว่าพื้นที่ป่าพรุถูกไฟไหม้เสียหายแล้วราว 100 ไร่ โดยจุดเพลิงไหม้กระจายอยู่ 3 จุด อย่างไรก็ตาม เปลวเพลิงยังไม่ลุกลามเข้าพื้นที่บ้านเรือนหรือพื้นที่เกษตรของประชาชน จึงยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อทรัพย์สินของชาวบ้าน

 




ชาวบ้านระบุว่า เหตุไฟไหม้ป่าพรุในพื้นที่นี้มักเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงอากาศแห้งแล้งหรือฝนทิ้งช่วง เนื่องจากไม่มีผู้อยู่อาศัย มีเพียงหญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง และต้นไม้จำนวนมาก ซึ่งติดไฟได้ง่าย

 




แม้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจะช่วยกันควบคุมเพลิงไว้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา เพราะอาจมีสะเก็ดไฟปะทุขึ้นมาใหม่ได้ทุกเมื่อ ล่าสุดช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา มีรายงานว่าไฟได้กลับมาลุกไหม้อีกครั้ง สร้างความกังวลว่าจะยืดเยื้อข้ามคืน.

....................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

พบศพชายปริศนา! นอนเสียชีวิตริมถนนเพชรเกษม ไร้บาดแผล ตร.เร่งคลี่ปมด่วน

ไล่ล่าระทึกซอยตัน! หนุ่ม 23 หนีสุดชีวิตแต่ไม่รอด ถูกอริแทงสาหัสคาบ้านชาวบ้าน

ระทึกกลางงานบุญ! ต้นไม้ยักษ์โค่นทับเต็นท์พิธี “ขึ้นถ้ำเขาเงิน” ดับ 2 เจ็บ กว่า 10 รายชาวบ้านหนีไม่ทันโกลาหลทั้งงาน