บุกจับเรือลอบปูฝ่าฝืน “ปิดอ่าวชุมพร” กลางทะเลหาดทรายรี! รวบ 2 ผู้ต้องหา ลอบวางลอบเกินกฎหมายกำหนด

 

เจ้าหน้าที่กองตรวจการประมง กรมประมง ร่วมกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร เดินหน้ากวาดล้างการทำประมงผิดกฎหมายในช่วงมาตรการ “ปิดอ่าว” ล่าสุดจับกุมเรือประมงลอบปูได้ 1 ลำ พร้อมผู้กระทำผิด 2 ราย ขณะลักลอบทำการประมงในพื้นที่ปิดอ่าวอ่าวไทยตอนกลาง ระยะที่ 2 บริเวณนอกชายฝั่งหาดทรายรี จังหวัดชุมพร

 

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากเครือข่ายเฝ้าระวังการทำประมง ว่ามีเรือประมงลักลอบใช้ลอบปูเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดในเขตทะเลชายฝั่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและเป็นแหล่งวางไข่ของสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญ

 



นายประสาร ศรีงาม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร (ศปท.ชุมพร) ได้มอบหมายให้นายสุรชาติ สวัสดิ์มลทิน เจ้าพนักงานประมงปฏิบัติงาน พร้อมเจ้าหน้าที่รวม 5 นาย นำเรือตรวจประมงทะเล ย.04-68 ออกปฏิบัติภารกิจตรวจสอบในพื้นที่เป้าหมาย

 

กระทั่งตรวจพบเรือประมงลอบปูต้องสงสัยทำการประมงอยู่บริเวณทะเลหน้าหาดทรายรี ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ห่างจากชายฝั่งประมาณ 750 เมตร เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการใช้ลอบปูเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและดำเนินการตามกฎหมายทันที

 



จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้กระทำผิดทั้ง 2 ราย ดังนี้  ร่วมกันทำการประมงลอบปูเกินกว่า 300 ลูก ในเขตทะเลชายฝั่ง อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศกรมประมง เรื่องกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำมีไข่หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี พ.ศ.2568 ซึ่งอยู่ในช่วงมาตรการ “ปิดอ่าว” ระยะที่ 2

 


ร่วมกันใช้เครื่องมือลอบปูเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดในเขตทะเลชายฝั่ง ซึ่งขัดต่อประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดเครื่องมือ วิธีการ และพื้นที่ทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่ง ..2566 ที่กำหนดให้ใช้ลอบปูได้ไม่เกิน 300 ลูก ต่อเรือประมง 1 ลำ

 


ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมเรือและของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 


ทั้งนี้ มาตรการ “ปิดอ่าว” ถือเป็นมาตรการสำคัญในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำทะเลไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูวางไข่และเลี้ยงตัวอ่อนของสัตว์น้ำเศรษฐกิจ การลักลอบทำประมงผิดกฎหมายไม่เพียงส่งผลกระทบต่อ

ทำลายของกลาง

ระบบนิเวศทางทะเล แต่ยังสร้างความเสียหายต่อชาวประมงที่ปฏิบัติตามกฎหมายอีกด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่ยืนยันจะเดินหน้าตรวจเข้มและดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงปิดอ่าว

...................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระทึกทั้งเมือง! หม้อแปลงบึ้มสนั่นชุมพร ไฟลุกท่วมสายสื่อสาร ชาวบ้านกรีดร้องวิ่งหนีตาย วุ่นไฟดับเกือบทั้งเมือง

รวบ “เอ็ม ทุ่งระยะ” ค้ายานรกพร้อมปืนคาบ้าน! เพิ่งพ้นคุกไม่ทันไร ตำรวจสวีบุกล็อก

รวบ “ไอ้หมา” เอเย่นต์ยานรกคาบ้าน!เพิ่งพ้นคุกต้นปี ยังไม่เข็ด กลับมาค้ายาอีก รอบนี้ไม่รอดโดนสืบสวีบุกล็อกพร้อมยาบ้า-ไอซ์