บุกจับเรือลอบปูฝ่าฝืน “ปิดอ่าวชุมพร” กลางทะเลหาดทรายรี! รวบ 2 ผู้ต้องหา ลอบวางลอบเกินกฎหมายกำหนด
กว่า 200
ชีวิตจากหลายภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหาร ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน ครู
นักเรียน และเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมแรงร่วมใจปลูกต้นไม้กว่า 500 ต้น ภายในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร
ด้านทิศเหนือ (ตอนล่าง)
เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่าอย่างยั่งยืน
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 มิถุนายน 2569
บริเวณริมคลองบางอะ หมู่ที่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ
จังหวัดชุมพร โดยมี นายอาทร กำลังใบ
ผู้อำนวยการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ
(ตอนล่าง) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์
ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต 2
และหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย นายเสน่ห์ ศิลา
หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าเนินทอง, นายสมชาย ยังกิว
หัวหน้าจุดสกัดดวงเจริญ, นายสุวิทย์ จันทนะ
หัวหน้าหน่วยไฟป่าท่าแซะ, ร้อยโทมานะ ขำบุรี
พร้อมกำลังพลจากหน่วยกำลังเทพสตรี 401 และชุดปฏิบัติการ 4101 รวมถึงกำลังจากฝ่ายปกครอง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)
อาสาสมัครพิทักษ์ป่าและพันธุ์พืช (อส.อส.) คณะครู นักเรียนโรงเรียนบ้านร้านตัดผม
และประชาชนในพื้นที่ รวมกว่า 200 คน
กิจกรรมครั้งนี้เป็นการปลูกเสริมไม้ยืนต้นและไม้ป่าหลากหลายชนิด
โดยเฉพาะต้นตะเคียนและพันธุ์ไม้ท้องถิ่น รวมจำนวน 500 ต้น
บริเวณแนวริมคลองบางอะ
ซึ่งถือเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงระบบนิเวศในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
การปลูกป่าครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว
ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ช่วยรักษาความชุ่มชื้น ลดปัญหาความแห้งแล้ง
และสร้างสมดุลทางธรรมชาติให้กลับคืนสู่พื้นที่ต้นน้ำอย่างยั่งยืน
นอกจากการเพิ่มพื้นที่ป่าแล้ว กิจกรรมยังมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนและเยาวชนเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าไม้และแหล่งต้นน้ำ เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรของท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของ
โครงการเลี้ยงผึ้งเครือข่ายบ้านร้านตัดผม (กลุ่มบ้านคลองแวง)
ซึ่งเป็นตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนกับป่าอนุรักษ์อย่างสมดุล
เมื่อผืนป่ามีความสมบูรณ์
มีความชุ่มชื้นและมีพรรณไม้ดอกหลากหลาย
ชุมชนก็สามารถต่อยอดสร้างรายได้จากการเลี้ยงผึ้งและผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้ง
ส่งผลให้เกิดทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนควบคู่กันไป
การรวมพลังปลูกป่าของคนกว่า 200 ชีวิตในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการปลูกต้นไม้ 500 ต้นเท่านั้น
แต่ยังเป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง
เพื่อฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนป่าต้นน้ำ
และส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าให้คนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน
..........................................................
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น