รวบคาร้านสาวเมียนมาขายน้ำกลางเมืองชุมพร! ฝ่าฝืนเงื่อนไขใบอนุญาตทำงาน
ชุมพรเดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกินและภัยแล้งครั้งใหญ่ หลังทุกภาคส่วนร่วมถกแนวทางบริหารพื้นที่สวนปาล์มหมดสัมปทานกว่า 22,600 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย อำเภอท่าแซะ โดยมีข้อเสนอสำคัญทั้งการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 3 แห่ง จัดสรรที่ดินให้ประชาชนผู้ยากไร้ และฟื้นฟูพื้นที่ป่าอนุรักษ์
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ดำเนินการทำลายต้นปาล์มที่ยังคงเหลืออยู่ในพื้นที่หมดสัมปทาน เพื่อยุติปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนบุคคล และเปิดทางสู่การบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์ของประชาชนในระยะยาว
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 มิถุนายน 2569
ที่ศาลากลางจังหวัดชุมพร นายเธียนชัย ชูกิตติวิบูรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร
เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย
ในพื้นที่ตำบลรับร่อและตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
การประชุมดังกล่าวมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม
อาทิ นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร เขต 1, นายกิตติศักดิ์
พรหมรัตน์ สส.ชุมพร เขต 2, นายนพพร อุสิทธิ์
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร, ผู้บริหารกรมป่าไม้,
สำนักชลประทานที่ 14, กอ.รมน.จังหวัดชุมพร
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายวิชัย สุดสวาสดิ์ และนายกิตติศักดิ์
พรหมรัตน์ เปิดเผยว่า
ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่อำเภอท่าแซะเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินและปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา คือพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของบริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท วิจิตรภัณฑ์ สวนปาล์ม จำกัด ซึ่งหมดสัมปทานมาตั้งแต่ปี 2558 อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย ครอบคลุมพื้นที่รวมประมาณ 22,600 ไร่
ที่ประชุมได้เสนอให้แบ่งการใช้ประโยชน์พื้นที่ออกเป็น
3 ส่วนหลัก ได้แก่ การก่อสร้างแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง
การจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชนผู้ไม่มีที่ดิน
และการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์
ผลการหารือเบื้องต้น
กรมป่าไม้เห็นชอบให้กันพื้นที่สำหรับดำเนินการประมาณ 8,000 ไร่
ขณะที่สำนักชลประทานที่ 14
ได้สำรวจเบื้องต้นพบศักยภาพในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางได้ถึง 3 แห่ง
หากดำเนินการสำเร็จจะสามารถกักเก็บน้ำได้รวมกว่า 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าในพื้นที่
ส่วนการจัดสรรที่ดินทำกินนั้น อยู่ในแนวทางและเป้าหมายของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ขณะที่พื้นที่ฟื้นฟูป่า มีข้อเสนอให้ดำเนินการเจาะยืนต้นปาล์มเพื่อทำลายและยุติการแสวงหาผลประโยชน์ในพื้นที่หมดสัมปทาน
ด้าน สส.ชุมพร ทั้ง 2 เขต
ยืนยันว่าจะเร่งผลักดันเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่
เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ทั้งด้านแหล่งน้ำ ที่ดินทำกิน
และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
....................................................
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น