รวบ "เอ็ม สลุย" คาสวนปาล์ม! ไหวตัววิ่งหนีระทึก สุดท้ายไม่รอด โยนยาบ้าพันเม็ดทิ้งชนต้นไม้ ยึดปืน .38 -กระสุน

รูปภาพ
  ชุดสืบสวน สภ.สลุย สนธิกำลังทหารราบ 25 บุกทลายแหล่งมั่วสุมค้ายาคาไร่ปาล์มน้ำมัน อ.ท่าแซะ รวบเอเย่นต์ “เอ็ม สลุย” วิ่งหนีสุดชีวิตก่อนจนมุมเพราะสะดุดล้ม พยายามปาของกลางทิ้งหวังทำลายหลักฐาน แต่ไม่รอดสายตาตำรวจ ตรวจค้นเจอทั้งยาบ้า ปืนรีวอลเวอร์พร้อมกระสุน และเงินสดเพียบ แฉพฤติกรรมส่งสัญญาณบีบแตรนัดรับยา   ​เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สมภพ เชื้อทอง ผกก.สภ.สลุย ร่วมกับ พ.อ.สมคิด คงแข็ง ผบ.ร. 25/ ผบ.ฉก.ร. 25 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สลุย และเจ้าหน้าที่ทหาร ชป.กร.กกล.เทพสตรี เข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณสวนปาล์มน้ำมันหลังบ้าน หลังหนึ่งในพื้นที่ ม. 5 ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งมั่วสุมเสพและลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ   ​เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบบุคคลชาย 2 คนกำลังนั่งล้อมวงคุยกันอยู่บนม้านั่งใต้ต้นปาล์ม ทันทีที่ทั้งคู่หันมาเห็นเจ้าหน้าที่ หนึ่งในนั้นคือ นายบุญญฤทธิ์ หรือ “เอ็ม” อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญ ได้ไหวตัวทันลุกขึ้นวิ่งหนีฝ่าดงปาล์มออกไปอย่างสุดชีวิต โดยมี พ.ต.ท.วิจิตร สามัญเมือง สว.สส.สภ.ส...

ไม่รอด! รถจีนวิ่งนอกเส้นทางถึงชุมพร ขนส่งประสานตำรวจรวบ


กรมการขนส่งทางบก ประสานตำรวจรวบรถบรรทุกจีนวิ่งนอกเส้นทางโผล่ล้งทุเรียนชุมพร เปรียบเทียบปรับ - สั่งกลับเส้นทางที่อนุญาตทันที ย้ำเข้มงวดความตกลง GMS

กรมการขนส่งทางบก เผยผลความคืบหน้าการลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีรถบรรทุกจีนวิ่งนอกเส้นทางขนส่งข้ามแดน ล่าสุดสำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพรบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลังสวน และตำรวจทางหลวง สกัดจับรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สัญชาติจีนโผล่ล้งทุเรียน อ.หลังสวน จ.ชุมพร พบทำผิดจริงฐานขับรถนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต สารภาพขับตาม GPS แจ้งความดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับพร้อมสั่งกลับเข้าเส้นทางทันที
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่มีกระแสข่าวผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ กรณีพบรถบรรทุกขนส่งสินค้าข้ามแดนของประเทศจีนเดินรถเข้ามาในพื้นที่จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นการวิ่งนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาตภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ว่า ล่าสุดได้รับรายงานผลการตรวจสอบและดำเนินการจากสำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพรแล้ว 
โดยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.00 น. นายสมพงษ์ ผิวทอง ขนส่งจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยผู้ตรวจการขนส่ง ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหลังสวน นำโดย พ.ต.อ.อภิชาติ ดอกไม้ทอง ผู้กำกับการ สภ.หลังสวน, พ.ต.ต.อภิเชษฐ์ คีรีเพ็ชร สารวัตรอำนวยการ สภ.นาสัก และ ด.ต.สมหวัง ส่องแสง จากตำรวจทางหลวง ลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ ล้งทุเรียนหน้าตลาดเลิศพร หมู่ 4 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร จากการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด
 เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สัญชาติจีน ยี่ห้อ Scania พร้อมด้วยตู้คอนเทนเนอร์ประเภทตู้เย็น กำลังจอดรอรับผลทุเรียนอยู่บริเวณหน้าล้ง โดยมีผู้ขับรถสัญชาติจีน แสดงตนเป็นผู้ขับรถ เมื่อเจ้าหน้าที่
ได้ทำการตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางและเอกสารการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ พบว่ารถคันดังกล่าวได้เดินทางเข้ามาทางด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 
โดยระบุจุดหมายปลายทางไว้ที่จังหวัดจันทบุรี แต่กลับพบรถคันดังกล่าวมาปรากฏอยู่ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ซึ่งถือเป็นการเดินรถออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ผู้ขับรถได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่าได้ขับรถมาตามพิกัด GPS ที่ทางชิปปิ้งเป็นผู้แจ้งมา เจ้าพนักงานจึงได้พิจารณาว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดฐาน “ขับรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ออกนอกเส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต” จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ผู้ขับรถทราบ พร้อมทั้งจัดทำบันทึกจับกุม ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย และได้แจ้งกำชับให้ผู้ขับรถทำการเดินรถได้เฉพาะในเส้นทางที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวเป็นรถที่ได้รับอนุญาตให้ทำการขนส่งสินค้าตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความตกลง GMS สมาชิก 6 ประเทศ (กัมพูชา, สปป.ลาว, จีน, เมียนมา, ไทย และเวียดนาม) ซึ่งกำหนดให้รถที่ได้รับอนุญาตเดินรถได้เฉพาะใน 9 เส้นทางหลักที่กำหนดไว้เท่านั้น การลักลอบเดินรถลงมาถึงภาคใต้หรือจังหวัดชุมพรจึงเป็นการละเมิดข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกันไว้ 
โดยรถขนส่งจากต่างประเทศสามารถทำการเดินรถเข้ามาในประเทศไทยได้ผ่าน 6 ด่านพรมแดน ประกอบด้วย ด่านเชียงของ ด่านหนองคาย ด่านมุกดาหาร ด่านอรัญประเทศ ด่านหนองเอี่ยน และด่านหาดเล็ก โดยมีเส้นทางเดินรถที่ได้รับอนุญาต จำนวน 9 เส้นทาง ดังนี้ 1.เชียงของ - เชียงราย - ตาก - นครสวรรค์ - อยุธยา – กรุงเทพฯ  2.หนองคาย - อุดรธานี - ขอนแก่น – กรุงเทพฯ  3.กรุงเทพฯ - กบินทร์บุรี - สระแก้ว - อรัญประเทศ หรือ กรุงเทพฯ - แหลมฉบัง - พนมสารคาม - กบินทร์บุรี - สระแก้ว - อรัญประเทศ/หนองเอี่ยน

4.กรุงเทพฯ - แหลมฉบัง - จันทบุรี - ตราด – หาดเล็ก  5.แม่สาย - เชียงราย - ตาก - นครสวรรค์ - อยุธยา – กรุงเทพฯ  6.แม่สอด - ตาก - พิษณุโลก - ขอนแก่น - กาฬสินธุ์ – มุกดาหาร  7.พุน้ำร้อน - บ้านเก่า - กาญจนบุรี - นครปฐม – กรุงเทพฯ  8.กรุงเทพฯ - ขอนแก่น - อุดรธานี – นครพนม  9.ช่องเม็ก - อุบลราชธานี - ศรีสะเกษ - บุรีรัมย์ - นครราชสีมา - กบินทร์บุรี - แหลมฉบัง หรือ กรุงเทพฯ
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขณะเดียวกัน รถขนส่งที่ได้รับการคัดเลือกของไทยก็สามารถทำการเดินรถไปยังประเทศสมาชิกได้เช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบัน กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการคัดเลือกผู้ประกอบการขนส่งระหว่างประเทศของไทยเรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 6 บริษัท รวมจำนวนรถทั้งสิ้น 184 คัน แบ่งเป็น รถขนส่งสินค้า จำนวน 180 คัน และรถโดยสารแบบไม่ประจำทาง จำนวน 4 คัน

กรมการขนส่งทางบกขอย้ำเตือนไปยังผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกระหว่างประเทศและชิปปิ้งทุกราย ว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและเส้นทางที่ได้รับอนุญาตอย่างเคร่งครัด หลังจากนี้ได้สั่งการให้ขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นแนวระเบียงเศรษฐกิจและพื้นที่ขนส่งสินค้าเกษตร เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบและประสานงานกับตำรวจทางหลวงและตำรวจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หากตรวจพบการ
ฝ่าฝืนนอกเส้นทางอีก จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจะได้มีการดำเนินการแจ้งเตือนผ่านช่องทางทางการทูตต่อไป เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย และรักษาความปลอดภัยทางถนนของประเทศ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้าย
.................................

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รัว 15 นัดกลางดึก! มือปืนสังหาร “ชายเก๋” เจ้าของกาแฟดังชุมพร ดับหน้าสำนักสงฆ์

ทลายเครือข่ายยาเสพติดเมืองชุมพร! รวบ “ไมโล บางหมาก” พร้อมเมีย

ชนสนั่นกลางถนน! สิบล้อจอดขวางทางจยย.พุ่งอัดท้ายเสียชีวิต 1 ราย