ชูคลินิกเฉพาะทาง–สมุนไพรครบวงจร เชื่อม 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน
เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว
ศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เขตสุขภาพที่ 11 จังหวัดชุมพร
หวังยกระดับการแพทย์แผนไทยสู่ระบบบริการสุขภาพที่ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น
ทั้งด้านส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษา และฟื้นฟู
พร้อมพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านวิชาการ การวิจัยสมุนไพร
และนวัตกรรมทางการแพทย์แผนไทยของภาคใต้ตอนบน
ศูนย์แห่งนี้ยังเตรียมเชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพครอบคลุม
7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา
ภูเก็ต และระนอง
เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เขตสุขภาพที่ 11 จังหวัดชุมพร อย่างเป็นทางการ
โดยมี นายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ
รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายจีรศักดิ์ แสงหอย
ปลัดจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วมพิธี ณ
อาคารศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เขตสุขภาพที่ 11 หมู่ที่ 6
ตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
ดร.นพ.พงศธร กล่าวว่า
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
มีนโยบายผลักดันการพัฒนาวิชาการและระบบบริการให้มีคุณภาพและมาตรฐาน
เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้อย่างทั่วถึง
ตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู
การจัดตั้งศูนย์แห่งนี้
จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการขยายบริการทางการแพทย์ และพัฒนาให้เป็น
ศูนย์ต้นแบบด้านบริการ แหล่งเรียนรู้ การศึกษา วิจัย และพัฒนาวิชาการ
ในพื้นที่ภาคใต้
นอกจากนี้ ยังให้บริการด้านยาสมุนไพร
ทั้งยาสำเร็จรูปและยาปรุงเฉพาะรายตามอาการ
รวมถึงเป็นศูนย์กลางด้านวิชาการและแหล่งฝึกอบรมการนวดไทย
ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ
คือการวิจัยนวัตกรรมและถ่ายทอดภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในระดับภูมิภาค
พร้อมเชื่อมโยงระบบดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ 7
จังหวัดภาคใต้ตอนบนให้เป็นระบบเดียวกันและไร้รอยต่อ
นายแพทย์กรกฤช เปิดเผยว่า
อาคารศูนย์การแพทย์แผนไทยฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อ เดือนธันวาคม 2568
เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 4 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 2,170 ตารางเมตร ภายในเน้นการเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ทั้งด้านการบริการและวิชาการ
พร้อมจัดให้มีคลินิกเฉพาะทางหลายด้าน เช่น
คลินิกอายุวัฒนะ ดูแลวัยเจริญพันธุ์และฟื้นฟูสมรรถภาพชาย
คลินิกนวดเชี่ยวชาญ 7 กลุ่มอาการ คลินิกกัญชาทางการแพทย์ การบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด การฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะกลาง การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง บริการยาสมุนไพรสำเร็จรูปและยาปรุงเฉพาะราย
รวมถึงการเป็นศูนย์ฝึกอบรมการนวดไทย ศูนย์วิจัยนวัตกรรม และแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยให้กับบุคลากรและประชาชนในภูมิภาค
กรมการแพทย์แผนไทยฯ
ยังมีแผนพัฒนาศูนย์แห่งนี้ไปสู่รูปแบบการบูรณาการ
การแพทย์แผนไทยร่วมกับการแพทย์แผนตะวันตก โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง
และให้สอดคล้องกับแนวคิดขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ที่สนับสนุนการนำศาสตร์การแพทย์ดั้งเดิมเข้ามาผสานกับระบบสุขภาพปฐมภูมิของแต่ละประเทศ
ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการและสาธิตนวัตกรรมสุขภาพตามห้องตรวจต่าง
ๆ ทั้งการดูแลมารดาหลังคลอด การดูแลทารกด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
การฟื้นฟูผู้ป่วยระยะกลาง และการดูแลผู้ป่วยระยะประคับประคองแบบบูรณาการ
ที่น่าสนใจ ยังมีการนำเสนอ
นวัตกรรมจากวิสาหกิจชุมชน ที่นำ “ปาล์มแดง” มาพัฒนาเป็นน้ำมันนวดคลายกล้ามเนื้อ
ซึ่งนอกจากนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ด้านสุขภาพแล้ว
ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนอีกด้วย
ด้านนายจีรศักดิ์ แสงหอย ปลัดจังหวัดชุมพร
กล่าวว่า จังหวัดชุมพรมีความยินดีที่ได้รับการจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ในพื้นที่
เพราะจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในจังหวัดชุมพรและจังหวัดใกล้เคียง
ทั้งในด้านการรักษา การเรียนรู้ และการพัฒนาวิชาการด้านการแพทย์แผนไทย
จากนี้ ศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
เขตสุขภาพที่ 11 จะเปิดให้บริการประชาชนใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ได้แก่ ชุมพร
สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต และระนอง
เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับการแพทย์แผนไทยให้มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และเชื่อมต่อกับระบบบริการสุขภาพในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ศาสตร์การแพทย์แผนไทยไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญของระบบสุขภาพของประชาชนในระยะยาว
การเปิดศูนย์แห่งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของชุมพร
ในการผลักดันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยควบคู่กับการแพทย์สมัยใหม่
พร้อมเชื่อมโยงบริการสุขภาพให้ครอบคลุมประชาชนทั้งภูมิภาค
......................................................




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น