“ชวน” สวมวิญญาณสิงห์ใต้ บุกชุมพร! ปลุกรักษาศักดิ์ศรี สกัดกั้นการเมือง “ใช้กระสุน”

รูปภาพ
  ชุมพรเดือด! “มีดโกนอาบน้ำผึ้ง” ลงพื้นที่โค้งสุดท้าย ช่วยผู้สมัคร ปชป. เขต 1 ตลาดสดหมอพนัส ลั่นกลองรบชูธง “การเมืองสุจริต” อัดยับพวกหวังร่วมรัฐบาลจนทำพรรคเล็กลง ย้ำคนใต้ต้องไม่ขายเสียง เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งจังหวัดชุมพรเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายอย่างดุเดือด เมื่อนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยนายสุรชัย แดงละอุ่น ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ณ ตลาดสดหมอพนัส ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ​นายชวนยังคงรักษาเอกลักษณ์นักการเมืองอาวุโส “นอบน้อม สุภาพ แต่เฉียบคม” เดินทักทายประชาชนแบบเคาะประตูใจ เพื่อดึงฐานเสียง “แฟนคลับรุ่นใหญ่” ที่มีความผูกพันกับพรรคมาอย่างยาวนาน พร้อมประกาศฝากนายสุรชัย คนรุ่นใหม่ของพรรคให้เข้ามารับไม้ต่อ พัฒนาบ้านเกิดด้วยอุดมการณ์ความซื่อสัตย์ ​สับเละพวกอยากร่วมรัฐบาลจนตัวสั่น ทำพรรคเสื่อม   ​ไฮไลท์สำคัญเมื่อนายชวนขึ้นรถปราศรัยเคลื่อนที่กลางตลาด สวมวิญญาณ “มีดโกนอาบน้ำผึ้ง” วิพากษ์สถานการณ์ภายในพรรคและภาพรวมการเมืองอย่างเผ็ด...

แม่เดือดโชว์คลิปสองหนุ่มกร่างตบศีรษะ-ถือปืนขู่ลูกชายวัย 14 ปี

 

แม่เดือดโชว์คลิปสองหนุ่มกร่างตบศีรษะ-ถือปืนขู่ลูกชายวัย 14 ปีขณะยืนซื้อของในร้านค้า อ้างเป็น จนท.ขอตรวจเยี่ยว แม่ขึ้นโรงพักแจ้งเอาผิดแต่ตร.ไกล่เกลี่ยให้ยอมความ

สนับสนุนโดย อีซูซุสาขาสวี

          วันที่ 18 มี.ค.66   น.ส. วาสนา  อายุ 39 ปี นำหลักฐานเป็นคลิปกล้องวงจรปิดภายในร้านค้าแห่งหนึ่ง อยู่พื้นที่หมู่ 4 ตำบลเขาค่าย ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.30 น.ของวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมาขณะที่ ลูกชายวัย 14 ปี 

ได้ขับรถจักรยานยนต์ไปซื้อสินค้าภายในร้านใกล้บ้าน ขณะรอเตรียมจ่ายเงินค่าสินค้า มีนายพัชรพล  สวมชุดดำ ผ้าขาวม้าคาดสะเอว สวมหมวกแก๊ปสีดำคาดไฟฉาย ได้เข้ามาพูดทักก่อนจะใช้มือตบไปที่ศีรษะอย่างแรงจนศีรษะขมัม  พร้อมกับพูดลักษณะว่า  "หยอกล้อเล่นไม่ได้เลยหรอ  มึงพันพรือถึงหยอกไม่ได้แล้ว  พ่อมึงกูยังตบ" โดยที่ลูกชายตนไม่ได้ตอบโต้ใดๆ ตามในคลิป แต่ไม่พอใจและไม่พูดคุยด้วย

สนับสนุนโดยร้านเค.เอสรุ่งเรืองเกษตรภัณฑ์

          ต่อมามีชายคนหนึ่ง ทราบชื่อต่อมาคือ นายณรงค์  อายุประมาณกว่า 40 ปี  สวมเสื้อยืดแขนสั้นคอกลมสีเขียวขี้ม้า ใส่กางเกงขายาวลายพรางสีเขียว เดินถือปืนลูกซองเข้ามาสมทบ ซึ่งทราบว่าชายทั้งสองคนเป็นเพื่อนและขับขี่รถจักยานยนต์มาด้วยกัน โดยลูกชายวัย 14 ของนางสาววาสนา ผู้ร้องเรียน พยายามเดินหนีแต่ถูกชายทั้งสองคนดึงฉุดไว้ ส่วนชาย

ที่ถือปืนได้โชว์บัตรที่ห้อยคอให้ดูอ้างว่านี่เจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งพูดว่าเอาไปตรวจเยี่ยวที่โรงพัก ระหว่างนั้นชายที่ถือปืนได้ใช้วิทยุสื่อสาร พูดว่า ว.2 เรียก 01ซึ่งเสียงในกล้องวงจรปิดบันทึกภาพและเสียงไว้ได้อย่างชัดเจน จากนั้นด.ช.วัย 14 ปี ได้พยายามเดินออกนอกร้านโดยมีชายทั้งสองคนเดินประกบ


สนับสนุนโดย เพิ่มพูลคาร์เซ็นเตอร์..

          ต่อมา น.ส.คริสมาส   อายุ 19 ปี(เสื้อดำถักเปีย) ซึ่งเป็นญาติของด.ช.ววัย 14 ปีที่ยืนอยู่หน้าร้านค้าเห็นเหตุการณ์  บอกว่าพาน้องไปโรงพักไม่ได้ ไม่ได้ทำอะไรผิดยังไงก็ไม่ยอม  พร้อมทั้งตะโกนให้ญาติๆที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเข้ามาช่วยเพราะรู้ว่าชายที่ถือปืนไม่ใช่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจจะบังคับได้จายทั้งสองคนเดินหายถอยไปพร้อมทั้งท้าให้ไปแจ้งความ

           น.ส.วาสนา แม่ของเด็ก เปิดเผยว่า การกระทำเกินกว่าเหตุเพราะลูกชายตนยังเป็นเด็ก ไม่สมควรถือปืนมาขู่เด็ก ลูกชายตนไม่มีความผิดอะไร  หลังเกิดเหตุวันแรกได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สภ.นาสัก แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ลงบันทึกประจำวัน  เพียงแต่เขียนด้วยลายมือลงในกระดาษ A4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกว่าสองคนนี้สร้างเรื่องมาหลายเรื่อง หลายคดีแล้วชี้ให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด      

          ปรากฏว่า ผ่านไปอีกวันเพื่อนัดเจรจา  แต่ทางตำรวจเจรจาให้ผู้เสียหายยอมความ  ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ลงบันทึกใดๆทั้งสิ้น น.ส.วาสนา   เผยอีกว่า ผู้ก่อเหตุเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน และอยู่ใกล้กัน

 ทั้งสองคนนี้สร้างเรื่องไว้เยอะมาก ไม่ใช่เฉพาะของตน มีการร้องเรียนหลายคนแต่ทำอะไรผู้ก่อเหตุทั้งสองคนไม่ได้  เคยไปยิงขู่คนแก่ด้วย  มีงานประเพณีในชุมชนหมู่บ้านก็เกิดเรื่องจนทำให้งานล่ม  จนชาวบ้านเกิดความกลัวไม่กล้าออกจากบ้านไปทำสวนรดน้ำทุเรียนในช่วงค่ำคืน   

          ทั้งที่จริงแล้วนายณรงค์ ชายที่ถือปืน ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด  แต่มาชอบอ้างโอ้อวดว่าตนเองเป็นสายสืบ  ตำรวจจากกรุงเทพส่งมา  และเป็นสายสืบของตำรวจในพื้นที่   แต่ที่น่าสังเกตุว่าทุกครั้งที่ก่อเหตุรอดมาได้ทุกครั้งไม่มีใครเอาเรื่องได้  ซึ่งตนขอเดินหน้าเอาเรื่องทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

             ด้าน น.ส.กิ๊ก อายุ 31 ปี(เสื้อชมพู) เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการ อบต.เขาค่าย  ชาวบ้านหมู่ 3 ต.เขาค่าย เคยถูกชายถือปืนข่มขู่ เกิดเหตุเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมาขณะอำนวยการจราจรในงานทำบุญกระดูกของคนในหมู่บ้าน ได้พบกับชายคนดังกล่าวเข้ามาหาเรื่องเช่นเดียวกัน แต่ได้ออกห่างเพราะทุกครั้งจะสะพายปืนลูกซองตลอด

       ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.นาสัก เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีดังกล่าวแต่ไม่พบ จึงได้โทรศัพท์สอบถาม  โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีชี้แจงว่า หลังจากที่ได้เรียกผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุมาเจรจากันคิดว่ายอมความ


กันแล้ว และนายณรงค์ชายที่ถือปืนลูกซองไม่ได้เป็นตร.หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับสภ.นาสัก  แต่ถ้าผู้เสียหายไม่ยอมความก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

..........................................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้เสียหายกว่า 14 ราย แห่แจ้งความแม่ลูก–นายหน้า–ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมฉ้อโกง

เกษตรและสหกรณ์ชุมพรเตือนรับมือภัยแล้ง – งดเผาในพื้นที่เกษตร

กอ.รมน.ชุมพร ลงพื้นที่ตรวจสอบไฟส่องสว่างสะพานดับนานกว่า 6 เดือน พบถูกลักตัดสายไฟเสียหายเกือบทั้งหมด