เมาโวยวาย-ชอบยิงปืน! ตำรวจสวีบุกรวบขณะนอนรักษาตัวรพ. พบปืน .22 พร้อมกระสุนอื้อ

รูปภาพ
  ระทึกแต่เช้า! ตำรวจ สภ.สวี รับแจ้งเหตุชายเมาโวยวายและมีพฤติกรรมชอบยิงปืน จึงเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ ก่อนพบว่าผู้ก่อเหตุมีปากเสียงกับญาติฝ่ายภรรยา และมีการทำร้ายร่างกายกัน กระทั่งเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บและไปอยู่ที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลสวี   เจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยผ่าน ตรวจสอบรถยนต์ของผู้ก่อเหตุที่จอดอยู่ภายในโรงพยาบาล ก่อนพบ อาวุธปืนยาวลูกกรดขนาด . 22 (มีทะเบียน) พร้อมกระสุน 93 นัด และปลอกกระสุนมากถึง 1,017 ปลอก รวมถึงอุปกรณ์ช่วยเล็งอีก 2 ตัว จึงอายัดตัวผู้ก่อเหตุและรวบรวมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี   เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีชายอยู่ในอาการมึนเมาโวยวาย และมีพฤติกรรมชอบยิงปืน จึงจัดกำลังเดินทางไปตรวจสอบทันที  ทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายกิตติศักดิ์ฯ อายุ 34 ปี    เจ้าหน้าที่สอบถามนายภาณุพงศ์ ซึ่งเป็นญาติของภรรยานายกิตติศักดิ์ ทราบว่า ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกัน และมีการทำร้ายร่างกายกัน เนื่องจากนายกิตติศักดิ์มีพฤติกรรมชอบยิงปืนเล่นโดยไม่ม...

แม่เดือดโชว์คลิปสองหนุ่มกร่างตบศีรษะ-ถือปืนขู่ลูกชายวัย 14 ปี

 

แม่เดือดโชว์คลิปสองหนุ่มกร่างตบศีรษะ-ถือปืนขู่ลูกชายวัย 14 ปีขณะยืนซื้อของในร้านค้า อ้างเป็น จนท.ขอตรวจเยี่ยว แม่ขึ้นโรงพักแจ้งเอาผิดแต่ตร.ไกล่เกลี่ยให้ยอมความ

สนับสนุนโดย อีซูซุสาขาสวี

          วันที่ 18 มี.ค.66   น.ส. วาสนา  อายุ 39 ปี นำหลักฐานเป็นคลิปกล้องวงจรปิดภายในร้านค้าแห่งหนึ่ง อยู่พื้นที่หมู่ 4 ตำบลเขาค่าย ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.30 น.ของวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมาขณะที่ ลูกชายวัย 14 ปี 

ได้ขับรถจักรยานยนต์ไปซื้อสินค้าภายในร้านใกล้บ้าน ขณะรอเตรียมจ่ายเงินค่าสินค้า มีนายพัชรพล  สวมชุดดำ ผ้าขาวม้าคาดสะเอว สวมหมวกแก๊ปสีดำคาดไฟฉาย ได้เข้ามาพูดทักก่อนจะใช้มือตบไปที่ศีรษะอย่างแรงจนศีรษะขมัม  พร้อมกับพูดลักษณะว่า  "หยอกล้อเล่นไม่ได้เลยหรอ  มึงพันพรือถึงหยอกไม่ได้แล้ว  พ่อมึงกูยังตบ" โดยที่ลูกชายตนไม่ได้ตอบโต้ใดๆ ตามในคลิป แต่ไม่พอใจและไม่พูดคุยด้วย

สนับสนุนโดยร้านเค.เอสรุ่งเรืองเกษตรภัณฑ์

          ต่อมามีชายคนหนึ่ง ทราบชื่อต่อมาคือ นายณรงค์  อายุประมาณกว่า 40 ปี  สวมเสื้อยืดแขนสั้นคอกลมสีเขียวขี้ม้า ใส่กางเกงขายาวลายพรางสีเขียว เดินถือปืนลูกซองเข้ามาสมทบ ซึ่งทราบว่าชายทั้งสองคนเป็นเพื่อนและขับขี่รถจักยานยนต์มาด้วยกัน โดยลูกชายวัย 14 ของนางสาววาสนา ผู้ร้องเรียน พยายามเดินหนีแต่ถูกชายทั้งสองคนดึงฉุดไว้ ส่วนชาย

ที่ถือปืนได้โชว์บัตรที่ห้อยคอให้ดูอ้างว่านี่เจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งพูดว่าเอาไปตรวจเยี่ยวที่โรงพัก ระหว่างนั้นชายที่ถือปืนได้ใช้วิทยุสื่อสาร พูดว่า ว.2 เรียก 01ซึ่งเสียงในกล้องวงจรปิดบันทึกภาพและเสียงไว้ได้อย่างชัดเจน จากนั้นด.ช.วัย 14 ปี ได้พยายามเดินออกนอกร้านโดยมีชายทั้งสองคนเดินประกบ


สนับสนุนโดย เพิ่มพูลคาร์เซ็นเตอร์..

          ต่อมา น.ส.คริสมาส   อายุ 19 ปี(เสื้อดำถักเปีย) ซึ่งเป็นญาติของด.ช.ววัย 14 ปีที่ยืนอยู่หน้าร้านค้าเห็นเหตุการณ์  บอกว่าพาน้องไปโรงพักไม่ได้ ไม่ได้ทำอะไรผิดยังไงก็ไม่ยอม  พร้อมทั้งตะโกนให้ญาติๆที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเข้ามาช่วยเพราะรู้ว่าชายที่ถือปืนไม่ใช่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจจะบังคับได้จายทั้งสองคนเดินหายถอยไปพร้อมทั้งท้าให้ไปแจ้งความ

           น.ส.วาสนา แม่ของเด็ก เปิดเผยว่า การกระทำเกินกว่าเหตุเพราะลูกชายตนยังเป็นเด็ก ไม่สมควรถือปืนมาขู่เด็ก ลูกชายตนไม่มีความผิดอะไร  หลังเกิดเหตุวันแรกได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สภ.นาสัก แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ลงบันทึกประจำวัน  เพียงแต่เขียนด้วยลายมือลงในกระดาษ A4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกว่าสองคนนี้สร้างเรื่องมาหลายเรื่อง หลายคดีแล้วชี้ให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด      

          ปรากฏว่า ผ่านไปอีกวันเพื่อนัดเจรจา  แต่ทางตำรวจเจรจาให้ผู้เสียหายยอมความ  ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ลงบันทึกใดๆทั้งสิ้น น.ส.วาสนา   เผยอีกว่า ผู้ก่อเหตุเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน และอยู่ใกล้กัน

 ทั้งสองคนนี้สร้างเรื่องไว้เยอะมาก ไม่ใช่เฉพาะของตน มีการร้องเรียนหลายคนแต่ทำอะไรผู้ก่อเหตุทั้งสองคนไม่ได้  เคยไปยิงขู่คนแก่ด้วย  มีงานประเพณีในชุมชนหมู่บ้านก็เกิดเรื่องจนทำให้งานล่ม  จนชาวบ้านเกิดความกลัวไม่กล้าออกจากบ้านไปทำสวนรดน้ำทุเรียนในช่วงค่ำคืน   

          ทั้งที่จริงแล้วนายณรงค์ ชายที่ถือปืน ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด  แต่มาชอบอ้างโอ้อวดว่าตนเองเป็นสายสืบ  ตำรวจจากกรุงเทพส่งมา  และเป็นสายสืบของตำรวจในพื้นที่   แต่ที่น่าสังเกตุว่าทุกครั้งที่ก่อเหตุรอดมาได้ทุกครั้งไม่มีใครเอาเรื่องได้  ซึ่งตนขอเดินหน้าเอาเรื่องทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

             ด้าน น.ส.กิ๊ก อายุ 31 ปี(เสื้อชมพู) เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการ อบต.เขาค่าย  ชาวบ้านหมู่ 3 ต.เขาค่าย เคยถูกชายถือปืนข่มขู่ เกิดเหตุเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมาขณะอำนวยการจราจรในงานทำบุญกระดูกของคนในหมู่บ้าน ได้พบกับชายคนดังกล่าวเข้ามาหาเรื่องเช่นเดียวกัน แต่ได้ออกห่างเพราะทุกครั้งจะสะพายปืนลูกซองตลอด

       ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.นาสัก เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีดังกล่าวแต่ไม่พบ จึงได้โทรศัพท์สอบถาม  โดยพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีชี้แจงว่า หลังจากที่ได้เรียกผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุมาเจรจากันคิดว่ายอมความ


กันแล้ว และนายณรงค์ชายที่ถือปืนลูกซองไม่ได้เป็นตร.หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับสภ.นาสัก  แต่ถ้าผู้เสียหายไม่ยอมความก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

..........................................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระทึกกลางดึก! ตชด.ยิงสกัดแก๊งค้ายาหลบหนี ชนรถตำรวจหลายคัน

แค้นเดือด! ยิงถล่มบ้านคู่กรณี ดับ 1 เจ็บ 2 ตำรวจหลังสวนรวบ 2 มือยิงพร้อมปืน

กวาดล้างยาเสพติดสวี! รวบ 1 ราย ยึดยาบ้า-ไอซ์ พบแหล่งมั่วสุมมีเยาวชนวัย 16 ปีร่วมด้วย