“ชวน” สวมวิญญาณสิงห์ใต้ บุกชุมพร! ปลุกรักษาศักดิ์ศรี สกัดกั้นการเมือง “ใช้กระสุน”

รูปภาพ
  ชุมพรเดือด! “มีดโกนอาบน้ำผึ้ง” ลงพื้นที่โค้งสุดท้าย ช่วยผู้สมัคร ปชป. เขต 1 ตลาดสดหมอพนัส ลั่นกลองรบชูธง “การเมืองสุจริต” อัดยับพวกหวังร่วมรัฐบาลจนทำพรรคเล็กลง ย้ำคนใต้ต้องไม่ขายเสียง เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งจังหวัดชุมพรเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายอย่างดุเดือด เมื่อนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยนายสุรชัย แดงละอุ่น ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ณ ตลาดสดหมอพนัส ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ​นายชวนยังคงรักษาเอกลักษณ์นักการเมืองอาวุโส “นอบน้อม สุภาพ แต่เฉียบคม” เดินทักทายประชาชนแบบเคาะประตูใจ เพื่อดึงฐานเสียง “แฟนคลับรุ่นใหญ่” ที่มีความผูกพันกับพรรคมาอย่างยาวนาน พร้อมประกาศฝากนายสุรชัย คนรุ่นใหม่ของพรรคให้เข้ามารับไม้ต่อ พัฒนาบ้านเกิดด้วยอุดมการณ์ความซื่อสัตย์ ​สับเละพวกอยากร่วมรัฐบาลจนตัวสั่น ทำพรรคเสื่อม   ​ไฮไลท์สำคัญเมื่อนายชวนขึ้นรถปราศรัยเคลื่อนที่กลางตลาด สวมวิญญาณ “มีดโกนอาบน้ำผึ้ง” วิพากษ์สถานการณ์ภายในพรรคและภาพรวมการเมืองอย่างเผ็ด...

ป้าสารภาพพาหลานสาววัย 11 ขวบให้เพื่อนชายทำอนาจารในรถกระบะ โดน 3 ข้อหาหนัก

         จากกรณีพ่อเด็กอายุ 11 ขวบพาพวกรุมทำร้ายเลือดอาบชายวัย 48 ปี โดยการจับมัดมือไขว้หลังและมัดข้อเท้าติดกันและทุบกระจกรถแตกได้รับความเสียหาย  เหตุเพราะผู้เป็นพ่อเด็กซ้ำใจที่นายเรวัตชายวัย 48 ปี ได้ทำอนาจารลูกสาววัย

นายเรวัตฯผู้ต้องหาอนาจารเด็กฯ(เสื้อแดง)

11 ขวบ ภายในรถยนต์กระบะเมื่อวันที่ 16 ม.ค.67 จนเหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การแจ้งความข้อกล่าวหาซึ่งกันและกัน

ระหว่างผู้บาดเจ็บที่ถูกกล่าวหาอนาจารเด็กหญิงวัย 11 ขวบ และผู้เป็นพ่อเด็กถูกแจ้งและพวกถูกแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกาย ทำให้คดีดังกล่าวเป็นข่าวดังในเดือนมกราคมที่ผ่านมาและเป็นข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจ

สนับสนุนโดย อีซูซุสาขาสวี

       ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ ( 6 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากน้ำหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร นำโดย พ.ต.อ.สุริยนต์  ชมมี ผกก.ปากน้ำหลังสวน นำตัวน.ส.จิราวรรณ์  ป้าของเด็กออกจากข้องคุมขังที่สภ.ปากน้ำหลังสวน เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม

ป้าเด็กผู้เสียหาย

        โดยในตอนแรกผู้สื่อข่าวถามน.ส.จิราวรรณ์ฯว่าได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ น.ส.จิราวรรณ์  บอกว่ามีบางช่วงก็จริงบางช่วงก็ไม่จริง  ส่วนที่ไม่จริงคือไม่ตนไม่เคยทำไม่เคยพูดเรื่องที่ให้อนาจารในรถอันนี้ไม่เคยพูด และไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน

สนับสนุนโดยร้านเค.เอสรุ่งเรืองเกษตรภัณฑ์

      ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวน.ส.จิราวรรณ์ออกจากห้องหลังจากพ.ต.อ.สุริยนต์ ชมมี สอบสวน  น.ส.จิราววรรณ์ ผู้เป็นป้า รับว่าพาหลานสาวออกไปหานายเรวัต เพื่อนสนิทที่รู้จักกันในแอพหาคู่จริง และรู้ว่านายเรวัตทำอนาจารหลานสาว

        พ.ต.อ.สุริยนต์  ชมมี  ผกก.สภ.ปากน้ำหลังสวน  กล่าวว่า กรณีคดีอนาจารเด็ก คดีร่วมกันทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 67 เวลาประมาณ 15.00 น. ได้มีนายณัฐวุฒิ มาแจ้งความที่  สภ.ปากน้ำหลังสวน ว่าบุตรสาวถูกกระทำอนาจาร เหตุเกิดในวันที่ 16 ม.ค. 67  ขณะนั้นทางผู้เสียหายยังไม่ทราบตัวคนร้ายว่าเป็นใคร มีแค่รูปถ่ายจากโทรศัพท์ของป้ากับคลิปเสียงที่อัดไว้ของผู้ต้องหากับผู้เสียหาย ในขณะแจ้งความอยู่นั้น คนร้ายได้ส่งรูปโทรศัพท์ที่ซื้อให้เด็กส่งมาในแชทไลน์ของป้า

สนับสนุนโดย เพิ่มพูลคาร์เซ็นเตอร์

         เมื่อทราบข้อมูลดังนั้นพนักงานสอบสวนพร้อมด้วยอาของผู้เสียหายไปสืบเพื่อทราบตัวคนร้ายที่ร้านขายโทรศัพท์โดยทันทีในพื้นอำเภอทุ่งตะโก เพื่อให้ทราบว่าตัวคนร้ายคือใคร ระหว่างตรวจสอบอยู่นั้น(วันที่ 21 ม.ค.67 เวลา 16.00 น.) บิดาเด็กผู้เสียหายโทรมาแจ้งกับอาว่าพบตัวคนร้ายแล้ว พนักงานสอบสวนกับอาได้รีบเดินทางไปที่พบตัวคนร้าย ขณะเดินทางมาถึงปากน้ำหลังสวน ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายในพื้นที่ชายทะเล บ้านกลางอ่าว ม.13 ต.บางมะพร้าว จึงรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุทันที

ผู้กำกับฯสภ.ปากน้ำหลังสวน

          พบร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ ชุดสืบสวน อยู่ในที่เกิดเหตุก่อนแล้ว แจ้งให้ทราบว่ามูลนิธิกู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลปากน้ำหลังสวน จึงเดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที จึงได้ทราบชื่อผู้บาดเจ็บ ซึ่งผู้บาดเจ็บยังไม่สามารถให้การได้ หลังจากรักษาตัวดีแล้ว ผู้บาดเจ็บได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน แจ้งความว่าโดนทำร้ายร่างกาย จากการสอบสวนได้ทราบว่าสาเหตุที่ถูกทำร้ายร่างกายเนื่องจาก นายเรวัต ได้กระทำอนาจารบุตรสาวของนายณัฐวุฒิ  ซึ่งเป็นบิดาของเด็กผู้เสียหาย

           การดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดกฎหมาย ต้องแยกคดีตามความผิดตามกฎหมายดังนี้  1.นายเรวัต  ผู้ต้องหาคดีกระทำอนาจาร ด.ญ.วัย 11 ขวบ ข้อหา กระอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบสามปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ กระทำโดยใช้วัถตุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของเด็กนั้น    หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และโดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร(คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นพนักงานอัยการ)

         ส่วนนายณัฐวุฒิ  บิดาผู้เสียหาย ผู้ต้องหาคดี พร้อมพวก รวม 3 คน ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์(คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นพนักงานอัยการ)

         ทั้งนี้พ.ต.อ.สุริยนต์ ฯผกก.ปากน้ำหลังสวน กล่าวอีกว่า น.ส.จิราวรรณ์   ป้าผู้เสียหาย จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเป็นผู้นำพาหลาน(ผู้เสียหาย)ไปให้นายเรวัตฯกระทำอนาจาร จึงขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดหลังสวน และศาลอนุมัติหมายจับ   ที่ 36/2567  ลงวันที่ 6 ก.พ. 67 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน 1.เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง โดยใช้อุบาย หลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายฯโดยกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี  โดยปราศจากเหตุอันสมควร  2.พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร   3.สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบสามปี

...................................................................

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้เสียหายกว่า 14 ราย แห่แจ้งความแม่ลูก–นายหน้า–ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมฉ้อโกง

เกษตรและสหกรณ์ชุมพรเตือนรับมือภัยแล้ง – งดเผาในพื้นที่เกษตร

กอ.รมน.ชุมพร ลงพื้นที่ตรวจสอบไฟส่องสว่างสะพานดับนานกว่า 6 เดือน พบถูกลักตัดสายไฟเสียหายเกือบทั้งหมด