ไต๋เรือประมงช็อกดับคาเรือ!โหมงานหนักจนโรคกำเริบคว้ายาพ่นไม่ทันสิ้นใจสลด

รูปภาพ
  ไต๋เรือประมงเมืองชุมพรช็อกดับสลดคาห้องควบคุมเรือ หลังโหมงานหนักขนปลาขึ้นแพและล้างเรือจนเหนื่อยหอบ ทำโรคประจำตัวกำเริบเฉียบพลัน พยายามกระเสือกกะสนหยิบยาพ่นขยายหลอดลมแต่ไม่ทันการณ์ ฟุบสิ้นใจก่อนถึงมือหมอ เพื่อนเห็นนึกว่านอนหลับ เดินไปปลุกกลายเป็นศพ ​เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 มิถุนายน 2569 พนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำชุมพร ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตอยู่บนเรือประมง ซึ่งจอดลอยลำอยู่ในคลองท่ายาง ม. 1 ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร ใกล้กับคลังน้ำมัน จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ รุดเดินทางไปตรวจสอบ ​ที่เกิดเหตุภายในคลองดังกล่าว พบเรือประมงจอดสนิทอยู่ จากการตรวจสอบบริเวณภายในหัวเก๋งเรือซึ่งเป็นห้องบังคับเรือ เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สภาพศพนอนคว่ำกึ่งตะแคงขวา สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ทราบชื่อต่อมาคือ นายชัชวาลย์ ฯ อายุ 49 ปี ชาว ม. 1 ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ​จากการตรวจค้นรอบบริเวณ ชันสูตรบาดแผลเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด แต่ที่บริเวณพื้นห้องใกล้กับร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่พบกล่องยา...

กอ.รมน.ชุมพร ลงพื้นที่ตรวจสอบไฟส่องสว่างสะพานดับนานกว่า 6 เดือน พบถูกลักตัดสายไฟเสียหายเกือบทั้งหมด

 

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ หน.ชรต.403 (ชุมพร) กอ.รมน.จังหวัด ชุมพร  เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร (กอ.รมน.ชุมพร) พร้อมด้วย ร.ต.ต.อรรถพล กาญจนดิษฐ์ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.ปะทิว นายอนุรักษ์ ลือชัย ว่าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะพลี



 เจ้าหน้าที่ อบต.สะพลี และนายสานิตย์ จันทรวิเชียร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ลงพื้นที่ตรวจสอบสะพานข้ามทางรถไฟรางคู่ บนทางหลวงหมายเลข 3180 สายท่าเสม็ด–ท่าแซะ บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านสะพลี(บางกอกโพสก์ศึกษา)



 

การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจาก กอ.รมน.จังหวัดชุมพร ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า ไฟส่องสว่างบนสะพานดังกล่าวดับใช้งานไม่ได้ ส่งผลให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากบริเวณสะพานมีลักษณะเป็นทางโค้ง พื้นผิวถนนต่างระดับและไม่เรียบ อีกทั้งมีแสงสว่างไม่เพียงพอในช่วงเวลากลางคืน

 



จากการตรวจสอบพบว่า สะพานข้ามทางรถไฟรางคู่มีความยาวประมาณ 800 เมตร มีการติดตั้งเสาไฟส่องสว่างตลอดแนวทั้งสองฝั่ง แต่ปรากฏว่าถูกคนร้ายลักตัดสายไฟบริเวณฐานเสาไฟ ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด จำนวนประมาณ

30 ต้น โดยบางจุดพบร่องรอยการลอกเอาเส้นทองแดงภายในสายไฟออกไป ทิ้งฉนวนสายไฟไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบท่อแป๊บเหล็กที่ติดตั้งอยู่ใต้ราวสะพานถูกลักหายไปบางส่วน

 



เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดชุมพร ได้บันทึกภาพความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสำรวจความเสียหายทั้งหมด เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และพิจารณาประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง



ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ไฟส่องสว่างบนสะพานข้ามทางรถไฟรางคู่ดับใช้งานไม่ได้มานานกว่า 6 เดือนแล้ว ส่งผลให้ผู้ใช้ทางต้องเผชิญกับความมืดและความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แม้จะเคยแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่ง กอ.รมน.จังหวัดชุมพร เข้าตรวจสอบในครั้งนี้

...................................................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ระทึกทั้งเมือง! หม้อแปลงบึ้มสนั่นชุมพร ไฟลุกท่วมสายสื่อสาร ชาวบ้านกรีดร้องวิ่งหนีตาย วุ่นไฟดับเกือบทั้งเมือง

ปปส.ภ.8 ลุยยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดกลางเมืองชุมพร! อายัดบ้านพร้อมที่ดิน

รวบ “เอ็ม ทุ่งระยะ” ค้ายานรกพร้อมปืนคาบ้าน! เพิ่งพ้นคุกไม่ทันไร ตำรวจสวีบุกล็อก