ระทึก!กระบะตู้ทึบเสียหลักชนรถจอดริมถนนเที่ยวงานวัดระนาว 7 คันเจ็บ 4 ราย

รูปภาพ
  พ่อค้าขายเสื้อผ้าขับกระบะตู้ทึบกลับจากภูเก็ตระหว่างทางเสียหลักชนรถยนต์ที่จอดริมถนนขึ้นเที่ยวงานวัดพระใหญ่ชนระนาว 7 คัน มีคนเจ็บ 4 ราย หนึ่งในนั้นมีเด็ก 6 ขวบรวมอยู่ด้วย   เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.สิทธิกร  เหล่าเมฆ  สว.(สอบสวน) สภ.บ้านวิสัยเหนือ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งจาก ร.ต.อ.ธีระศักดิ์  สุนสาระพัง รอง สวป.เวร 20 ว่าเกิดอุบัติเหตุมีรถยนต์ชนกัน 7 คันรวด บนถนนสายเอเชีย 41 บริเวณหน้าพระใหญ่ หลักกม.ที่ 18 หมู่ 1 ตำบลวิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์(กู้ภัยสายชลชุมพร)เร่งตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุอยู่ฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้การจัดงานวัดองค์พระใหญ่ ถนนในทางลาดขึ้นเนินและโค้ง ตรวจสอบมีรถยนต์ได้รับความเสียหายรวม 7 คันประกอบด้วย รถเฟอร์จูนเนอร์สีขาว 1 คัน รถยนต์เก๋ง 2 คัน รถยนต์กระบะ 3 คัน และรถยนต์กระบะตู้ทึบอีก 1 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 รายเป็นหญิง 1 ราย ชาย 2 ราย และเด็กเพศชาย อายุ 6 ขวบ ท...

สุดทน 9 เดือน “ทุบสะพานไร้ทางเบี่ยง” อ้อมไกล 20–30 กม. กระทบ 2 จังหวัด

 

ชาวบ้านกว่า 200 คน พร้อมผู้นำชุมชนในพื้นที่ อ.ละแม จ.ชุมพร รวมตัวสะท้อนความเดือดร้อน หลังแขวงทางหลวงชุมพรทุบสะพานปูนข้ามคลองเก่าบนถนนสายรองเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดชุมพรกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อก่อสร้างใหม่ แต่ไม่มีการทำทางเบี่ยง ส่งผลให้ประชาชนต้องอ้อมไกลไป–กลับ 20–30 กิโลเมตร เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบาง ขณะที่โครงการหยุดชะงักไร้ความคืบหน้ามานานกว่า 9 เดือน ด้านผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชุมพรลงพื้นที่ชี้แจง พร้อมยืนยันเริ่มดำเนินการ 1 มีนาคมนี้ ตั้งเป้าแล้วเสร็จสิ้นกันยายน 2569


 

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณโครงการก่อสร้างสะพานปูนข้ามคลอง บนถนนสาย 4134 (หลังสวน–สุราษฎร์) สายล่าง ชาวบ้านหมู่ 1 ต.ทุ่งหลวง และหมู่ 2 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร รวมตัวประมาณ 200 คน พร้อมผู้นำชุมชน ได้แก่ นายนันทภพ เอื้ออารี สจ.เขต 1 อ.ละแม  นายนรินทร์ พันธ์เจริญ กำนันตำบลละแม นายธีระเดช ตุ้นด่าน สารวัตรกำนันตำบลละแม  นายวัชรินทร์ เวชยม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ทุ่งหลวง  นายสุนทร จันทร์ประสาท อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ทุ่งหลวง


โดยมีนายพิชญพัทธ์ เรืองชาตรี นายอำเภอละแม เข้าร่วมสังเกตการณ์และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ยืดเยื้อมานาน 9 เดือน พร้อมเรียกร้องให้แขวงทางหลวงชุมพรจัดทำทางเบี่ยง เพื่อให้ชาวบ้านและผู้ใช้รถสามารถสัญจรผ่านได้โดยไม่ต้องอ้อมไกลหลายกิโลเมตร ขณะที่นายกรีธา เดชพิณ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชุมพร ลงพื้นที่เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง


นายนันทภพ เอื้ออารี สจ.เขต 1 อ.ละแม เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน และประสานไปยังอำเภอละแม รวมถึงศูนย์ดำรงธรรม ว่าประชาชนได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างสะพานบนถนนสาย 4134 ซึ่งไม่มีการทำทางเบี่ยง แต่ให้ใช้ทางเลี่ยงแทน ต้องอ้อมไกลประมาณ 7 กิโลเมตรเข้าอำเภอละแม


ชาวบ้านจำนวนมากต้องใช้เส้นทางดังกล่าวรับ–ส่งบุตรหลานไปโรงเรียน วันละ 4 เที่ยว รวมระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร ทั้งที่หากใช้เส้นทางตรงจะมีระยะทางเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ยังไม่นับรวมผู้ที่ต้องเดินทางไปติดต่อราชการในอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือทำธุระอื่น ๆ โดยถนนสายนี้เป็นทางหลวงจังหวัด ไม่ใช่ทางหลวงชุมชน


สจ.ละแม กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 นายอำเภอละแมได้ทำหนังสือสอบถามความคืบหน้าเรื่องการทำทางเบี่ยงไปยังแขวงทางหลวงชุมพร เนื่องจากชาวบ้านเดือดร้อนมาแล้ว 9 เดือน หลังรื้อสะพานไม่มีการก่อสร้างใด ๆ พร้อมตั้งคำถามว่าโครงการจะแล้วเสร็จเมื่อใด กระทั่งมีหนังสือตอบกลับเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า “ไม่สามารถทำทางเบี่ยงได้”



ทั้งนี้ ได้ฝากคำถามถึงแขวงทางหลวงชุมพร 3 ประเด็น คือ จะเข้าดำเนินการก่อสร้างเมื่อใด และจะแล้วเสร็จเมื่อไร  สามารถทำทางเบี่ยงให้รถเล็กสัญจรผ่านได้หรือไม่ เพราะประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายสูง ต้องอ้อมวันละ 20–30 กิโลเมตร ซึ่งเกินกำลังรับไหวในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน  หากทางเบี่ยงไม่แล้วเสร็จตามที่รับปาก จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรต่อไป


นายนันทภพ กล่าวทิ้งท้ายต่อหน้าผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชุมพรว่า การรวมตัวของชาวบ้านครั้งนี้ไม่ใช่การกดดัน แต่เกิดจากความเดือดร้อนจริง และผลกระทบไม่ได้จำกัดเฉพาะคนในพื้นที่ อ.ละแม เท่านั้น แต่ยังกระทบประชาชนใน อ.หลังสวน อ.สวี และ อ.เมืองชุมพร ที่ต้องเดินทางเชื่อมต่อไปยังบางอำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งมีแนวเขตติดต่อกัน


ด้านนายกรีธา เดชพิณ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชุมพร ชี้แจงว่า เดิมสะพานข้ามคลองละแมประสบปัญหาน้ำกัดเซาะตอม่อจนทรุดตัว รถบรรทุกหนักไม่สามารถผ่านได้ มีความเสี่ยงต่อการพังถล่ม จึงเสนอให้ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 4 (ทุ่งสง) เข้าตรวจสอบ และมีความเห็นว่าจำเป็นต้องทุบสร้างใหม่เมื่อเดือนมิถุนายน 2568

 

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ก่อสร้างมีชั้นหินแข็งด้านล่าง และอยู่ในช่วงน้ำหลาก ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากต้องเชื่อมตอม่อกับชั้นหินแข็ง จึงต้องรอเข้าสู่ช่วงหน้าแล้ง



ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชุมพร ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงหน้าแล้ง จะเริ่มเข้าดำเนินการ โดยศูนย์ฯ ได้ตั้งแคมป์และเตรียมย้ายเครื่องจักรเข้าพื้นที่ พร้อมเร่งก่อสร้าง และจะจัดทำทางเบี่ยงให้ประชาชนสัญจรได้ แต่จำกัดเฉพาะรถจักรยานยนต์ รถพ่วงข้าง และการเดินเท้า ส่วนรถยนต์และรถบรรทุกยังต้องใช้เส้นทางเลี่ยงไปก่อน ยืนยันว่าแขวงทางหลวงฯ ไม่นิ่งนอนใจ และตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569

……………………………………………..



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตร.ชุมพรนำหมายจับบุกรวบสองแม่ลูกคาที่นอน ก่อเหตุตระเวนลักตัดทุเรียน

ครูชุมพรผวา! โร่แจ้งความ ผอ.ขู่ “ยิงหัว” หลังร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบทุจริตงบอาหารกลางวัน

จนท.รุดตรวจสอบ-ยึดคืนนายทุนถมดินรุกล้ำที่สาธารณะริมทะเลแบ่งขาย