วิกฤต 'นากหญ้า' เอเลี่ยนสปีชีส์ทะลักทลายสวนปาล์มน้ำมัน เตือนปล่อยไว้พังพินาศทั้งภาคใต้ วอนรัฐบาลเร่งสกัดด่วน!
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียนภาคใต้ และตรวจเยี่ยมการจำหน่ายทุเรียนทั้งตลาดส่งออกและตลาดภายในประเทศ ณ ตลาดมรกต อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตรในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการบริหารจัดการผลไม้ไทย เร่งเชื่อมโยงและกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิต ตามแผนระยะเร่งด่วนในการบริหารจัดการ ผลผลิตทุเรียนใต้ 300,000 ตัน
นายวิทยากร กล่าวว่า
ขณะนี้ผลผลิตทุเรียนภาคใต้เข้าสู่ช่วงที่ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดมากกว่า 50%
ของฤดูกาล โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรกว่า 70% หรือประมาณ 243,000
ตันกรมการค้าภายในจึงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การซื้อขาย
และกระบวนการกระจายผลผลิตผ่านกลไก ตลาดกลางในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน คือ
ตลาดมรกต อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร
ซึ่งถือเป็นตลาดหน้าด่านของผลไม้ในเขตภาคใต้โดยเฉพาะทุเรียน
นายวิทยากร กล่าวต่อว่า
จากการติดตามสถานการณ์และรับฟังปัญหาในพื้นที่พบว่า
ในพื้นที่เองยังมีปัจจัยความเสี่ยง ทางด้านราคาทุเรียน
จึงได้หารือร่วมกับผู้บริหารตลาดและผู้ประกอบการ
เพื่อกำหนดมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ไว้ 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่
1. การบริหารจัดการผลผลิตในช่วงนี้
ผลผลิตทุเรียนภาคใต้ออกสู่ตลาดจำนวนมาก
สิ่งสำคัญคือการเร่งระบายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตให้ได้เร็วที่สุด
กรมการค้าภายในเร่งประสานกรมการขนส่งทางบก และในพื้นที่ให้มีการกำกับดูแล
ให้เป็นไปตามข้อตกลงภายใต้ความตกลง GMS CBTA (Greater Mekong Subregion
Cross-Border Transport Facilitation Agreement) อย่างเคร่งครัด
และเร่งประสานรถบรรทุกไทยให้เข้าซื้อมากขึ้น
ลดปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ในช่วงที่ผลผลิตออกพร้อมกัน
และเชื่อมโยงผู้รับซื้อจากต่างประเทศให้เข้ามารับซื้อผลผลิตอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้ทุเรียนออกจากสวนได้รวดเร็ว ไม่กระจุกตัว
2. การรักษาคุณภาพทุเรียนไทยคุณภาพของทุเรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อราคา ยิ่งทุเรียนมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ก็ยิ่งมีโอกาสจำหน่ายได้ในราคาที่ดี จึงต้องช่วยกันรักษามาตรฐานการผลิต ตั้งแต่การตัดทุเรียนแก่ตามเกณฑ์ การคัดแยกคุณภาพ และการปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ รักษาภาพลักษณ์ของทุเรียนไทย
3. การส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย เมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก การแปรรูปจะช่วยรองรับผลผลิตและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้ โดยกรมฯ จึงส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการนำทุเรียนไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ทุเรียนทอด ทุเรียนกวน และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ พร้อมช่วยเชื่อมโยงตลาด 4. การสื่อสารหรือเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้าได้เข้ามาซื้อทุเรียนในพื้นที่ ที่ตลาดมรกต เพื่อเพิ่มการกระจายผลผลิต
ด้าน นายธเนศ สร้างถาวร ผู้จัดการตลาดมรกต กล่าวว่า ตลาดมรกตมีความพร้อมรองรับผลผลิตทุเรียนภาคใต้ที่จะทยอยออกสู่ตลาด โดยหลังจากผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกสิ้นสุดฤดูกาลแล้ว ทุเรียนจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้ ได้ทยอยเข้าสู่ตลาดมรกตเพื่อคัดแยกคุณภาพและกระจายสู่ตลาดปลายทาง ทั้งตลาดส่งออกและตลาดภายในประเทศ
ด้านผู้ประกอบการแผงค้าในตลาดมรกต เปิดเผยว่า
ผู้บริโภคชาวจีนยังคงให้ความนิยมทุเรียนไทยเป็นอันดับหนึ่ง
โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ได้รับความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและรสชาติ
ขณะที่ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษได้รับการยอมรับในฐานะทุเรียนระดับพรีเมียมสำหรับผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง
นอกจากนี้ แม้จะมีทุเรียนจากประเทศคู่แข่งเข้าสู่ตลาดมากขึ้น
แต่หากเปรียบเทียบในระดับราคาและคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน
ผู้นำเข้าชาวจีนยังคงเลือกซื้อทุเรียนไทยเป็นอันดับแรก
นายวิทยากร กล่าวต่อว่า
“ตลาดมรกตเป็นกลไกสำคัญมาก ในการกระจายทุเรียนภาคใต้ออกนอกพื้นที่ผลิต
โดยมีทุเรียนหมุนเวียนผ่านตลาดเฉลี่ยวันละประมาณ 5,000 ตัน
แบ่งเป็นจำหน่ายในประเทศ 20% และส่งออก 80%
ขณะที่ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดสูงสุดระหว่างกลางเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม คาดว่าจะมีทุเรียนผ่านตลาดเพิ่มเป็นวันละกว่า
10,000 ตัน
และด้วยศักยภาพของตลาดมรกตจะสามารถรองรับและกระจายผลผลิตทุเรียนภาคใต้ออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ประมาณ
200,000–300,000 ตัน ช่วยเร่งระบายผลผลิตออกจากแหล่งผลิต ลดความแออัดของผลผลิต
และสนับสนุนการรักษาเสถียรภาพด้านการตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกจำนวนมาก”
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในยังคงติดตามสถานการณ์ผลผลิตและราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการผลไม้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดย ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ราคาทุเรียนหมอนทอง เกรด AB รับซื้ออยู่ที่ 85–110 บาทต่อกิโลกรัม เกรด C รับซื้อ 60–80 บาทต่อกิโลกรัม และ เกรด D รับซื้อ 45–55 บาทต่อกิโลกรัม
“นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้ายว่า
นอกจากการใช้กลไกตลาดกลางในการเชื่อมโยงและกระจายผลผลิตแล้ว
กรมการค้าภายในยังเดินหน้ามาตรการคู่ขนาน ทั้งการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์
สนับสนุนบรรจุภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร และจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคทุเรียนภาคใต้
เพื่อเร่งระบายผลผลิต รักษาเสถียรภาพราคา และสร้างรายได้ที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกร”
........................................................................
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น